หุ้นฮ็อต

| 13 มิถุนายน 2560 | 09:34

RS เทรดคึกทั้งแม่-ลูก เก็งกำไร W3 ระวังขาดทุน

 RS เทรดคึกคัก โดยเฉพาะ W3 วอลุ่มเพิ่มกว่า 1,000% หลังเข้าเทรดวันที่ 1 มิ.ย. 60 เก็งกำไรเพลินระวังขาดทุน เหตุราคาใช้สิทธิสูงถึง 12.50 บาท ขณะที่หุ้นแม่ในกระดานไม่ถึง 10 บาท ส่องอนาคตโบรกฯ มองธุรกิจเสริมความงามดันรายได้โต อุดค่าโฆษณาช่อง 8 ที่เพิ่มขึ้นช้ากว่าคาด ลุ้นปีนี้ทั้งปี พลิกมีกำไร แต่ราคาหุ้นแทบไม่เหลืออัพไซด์

  หุ้น บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS วานนี้ซื้อขายคึกคักทั้งแม่-ลูก โดย RS ปิดที่ 9.50 เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 2.15% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 231% จาก 1.7 ล้านหุ้นเป็น 4.1 ล้านหุ้น ส่วน RS-W3 ปิดที่ 1.43 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 38.83% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นถึง 1,076% จากที่เพิ่งเข้าซื้อขายเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา จำนวน 193 ล้านหน่วย
  บอร์ด RS อนุมัติแจก RS-W3 เมื่อราวต้นปี 60 หลังจากผลการดำเนินงานปี 59 ออกมาพลิกขาดทุนกว่า 102 ล้านบาท ทำให้ไม่สามารถจ่ายปันผลได้ โดย RS-W3 เข้าเทรดเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ราคา 1.90 บาท ก่อนอ่อนตัวลงแตะระดับต่ำสุดราว 1 บาท เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. และดีดขึ้นแรงอีกครั้งในการซื้อขายวานนี้ (12 มิ.ย.)
 RS-W3 มีจำนวน 193.33 หน่วย อายุ 3 ปี วันใช้สิทธิครั้งแรก 31 ต.ค. 60 และใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 23 พ.ค. 63 อัตราการใช้สิทธิ 1 : 1 ราคาการใช้สิทธิ 12.50 บาท ซึ่งหากดูจากราคากระดานของ RS ล่าสุดที่อยู่ไม่ถึง 10 บาท การเก็งกำไรวอร์แรนต์จึงนับว่าต้องระมัดระวัง เพราะราคาใช้สิทธิบวกกับราคาวอร์แรนต์ สูงกว่าราคาหุ้นแม่
  นายดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน RS ระบุว่าจะได้รับเงินเข้ามาจากการแปลงวอร์แรนต์มากกว่า 2.4 พันล้านบาท รวมถึงผลประกอบการอย่างก้าวกระโดดของบริษัท จะทำให้สถานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก โดยสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจุบัน 2.7 เท่า
  สำหรับเงินที่ได้จะใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน แบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนแรกจะใช้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของช่อง 8 และการลงทุนผลิตรายการต่างๆ ตามแผนการเติมคอนเทนต์ต่อเนื่อง ส่วนที่สองจะใช้รองรับแผนขยายตลาดเชิงรุกสอดรับกับเทรนด์สุขภาพและความงามที่น่าจะมาแรงต่อไป โดยใช้พัฒนาระบบคอลเซ็นเตอร์และระบบฐานข้อมูลลูกค้า (Data Base) ทำให้เกิดความแม่นยำการทำตลาดมากยิ่งขึ้น ตลอดจนจัดการระบบคลังสินค้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2560 จะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 3.5 พันล้านบาท เติบโตโดดเด่นจาก 2 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจสุขภาพและความงามที่ได้ "ไลฟ์สตาร์" ทำรายได้และกำไรมากที่สุดให้กับบริษัทฯ โดยล่าสุดกำลังเจรจากับพันธมิตรรายใหม่ เพื่อนำสินค้ามาขายเพิ่มเติมผ่านช่องทางเทเลเซลล์ (Telesales) ขณะที่อีกธุรกิจคือสื่อที่ได้ "ช่อง 8" เป็นเรือธง เพราะมีแผนจะปรับผังช่อง 8 ในไตรมาส 3 เพื่อเติมความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น หลังจากช่วงต้นไตรมาส 2 ได้เปิดตัวรายการใหม่ที่ผลิตเอง แล้วมีการตอบรับจากลูกค้าพันธมิตรทำสัญญาการซื้อโฆษณาระยะยาวเข้ามาต่อเนื่อง
  สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ มองแนวโน้ม RS จะปรับตัวดีขึ้น โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจเสริมความงาม ที่จะเข้ามาทดแทนรายได้โฆษณาที่เข้ามาช้ากว่าคาด โดยทั้งปี 60 นี้ เชื่อว่า RS จะพลิกมาเป็นกำไรได้อีกครั้ง
  บล.บัวหลวง ระบุว่า ธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามของบริษัทต้องมาสะดุดในปีที่แล้วจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เข้ามาค่อนข้างมากในช่วงแรก ในขณะที่รายได้ยังเข้ามาไม่ทัน เนื่องจากต้องใช้เวลาในการสร้างแบรนด์และกระตุ้นยอดขาย แต่ในปีนี้สาหร่ายหิมะสีแดงจะกลับมาส่องประกายให้กับผลกำไรของ RS อีกครั้ง
  เราเชื่อมั่นว่า RS จะกลับมาฟื้นตัวจากยอดขายที่เติบโตแข็งแกร่งในธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงาม โดยรายได้จากธุรกิจ ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ในไตรมาส 1/60 “เพียงไตรมาสเดียว” ก็ออกมาใกล้เคียงกับรายได้ปี 2559 ทั้งปีแล้ว แม้เราจะมีการปรับประมาณการรายได้ของช่อง 8 ลง แต่เรามีการปรับเพิ่มสมมติฐานรายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ปี 2560 ขึ้น ซึ่งโดยรวมหักกลบกันแล้วสมมติฐานกำไรโดยรวมจะปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากอัตรากำไรสุทธิของธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามอยู่ในระดับที่สูงมาก
  ทำให้เรามีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2560 ขึ้น 32% เพื่อสะท้อนแนวโน้มธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ดีขึ้น และปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 จาก 10.80 บาท มาอยู่ที่ 11.80 บาท
  บล.ทิสโก้ ระบุ แนวโน้มผลประกอบการ 2Q17F ของ RS เติบโตเพิ่มขึ้น จากเข้าสู่ช่วงการใช้จ่ายโฆษณาของกลุ่มเอเจนซี่ เรายังคงประมาณการเดิมคาดกำไรสุทธิปี 2017-18F ที่ 196 ล้านบาท และ 317 ล้านบาท ตามลำดับ จากธุรกิจทีวีที่มีการขายล่วงหน้าแล้ว 50% และราคาขายปัจจุบันที่ได้ปรับเพิ่มขึ้นแล้วจากรายการข่าวและกีฬาที่เป็นที่นิยมโดยอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ย 30,000 บาท/นาที จากเดิมที่ 22,000 บาท/นาที โดยเรายังคงคาดอัตราการเช่าเวลาที่เฉลี่ย 65% สำหรับเรตติ้งช่อง 8 เฉลี่ยทรงๆ จากปีที่ผ่านมา ณ มี.ค. อยู่ที่ 0.48
  คาดรายได้ธุรกิจ Health &Beauty มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 18% จาก 7% เมื่อเทียบปีที่แล้ว จากการทำการตลาดเน้นทางด้านเทเลเซล (call center) บริษัทได้ลดค่าใช้จ่ายการตลาดธุรกิจบิวตี้ลงปี 2017 ตั้งงบไว้ที่ 20 ล้านบาท จากปี 2016 อยู่ที่ 90 ล้านบาท เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากธุรกิจบิวตี้ที่มีมาร์จิ้นสูงมียอดขายเพิ่มขึ้น โดยคาดอัตรากำไรสุทธิ 2017-18F ที่ 6% และ 8% ตามลำดับ
  จากธุรกิจทีวีที่ดีขึ้นจากเรตติ้งรายการกีฬาและข่าวที่มีเรตติ้งสูงทำให้สามารถปรับราคาค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นได้และธุรกิจ Health & Beauty ที่เติบโตเร็ว เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” จากราคาปัจจุบันใกล้เคียงมูลค่าพื้นฐานแล้ว ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 10 บาท (อ้างอิงวิธี DCF สมมติฐาน WACC 7%, Terminal growth 2%) โอกาส : 1) รายได้ธุรกิจ Health & Beauty ดีกว่าคาด โดยมีความเสี่ยง : 1) เศรษฐกิจที่ยังซบเซาส่งผลต่อการใช้จ่ายโฆษณา 2) อัตราค่าโฆษณาและอัตราการเช่าเวลาไม่ได้ตามคาดหมาย

 แม้ว่าแนวโน้มของ RS จะดูดีขึ้น แต่ราคาหุ้นบนกระดานก็เข้าใกล้ราคาเหมาะสมของปีนี้แล้ว ส่วน RS-W3 ยิ่งต้องระวัง แม้จะมีอายุถึง 3 ปี แต่ราคาตอนนี้บวกกับราคาแปลงสภาพยังคงขาดทุน จนกว่าราคาหุ้นแม่จะขึ้นเหนือราคาแปลงสภาพ ซึ่งยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด