หุ้นฮ็อต

| 12 มิถุนายน 2560 | 13:50

KTB หุ้นถูกแต่คุ้มเสี่ยงหรือไม่ รอไขปริศนาสถานะ EARTH

       KTB โดนเทต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน กังวลเงินกู้ EARTH ลามเป็นหนี้เน่า วงการมองข้ามช็อตเลวร้ายสุดหากต้องตั้งสำรองทั้งจำนวน จะกระทบกำไรราว 10-12% โดยทุกๆ 2 พันล้านบาท จะเพิ่ม NPL ประมาณ 2% จับตางบ Q2/60 มีสัญญาณหนี้เสียเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ ด้านราคาหุ้นปัจจุบันลดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีอีกครั้ง แต่ยังต้องจับตาว่าถูกคุ้มเสี่ยงหรือไม่

  หุ้นธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เจอแรงขายต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน จากความกังวลอาจมี NPLใหม่ก้อนโต โดยราคาเปิดที่ 18.60 บาท ก่อนจะลดลงแตะ 18.40 บาท และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 18.70 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 0.53% มูลค่าการซื้อขายสูงสุดอันดับ 3 ที่ 631.44 ล้านบาท 
 KTB เป็นธนาคารที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไทย และเป็นหนึ่งในหุ้นขวัญใจนักลงทุน ล่าสุดมีรายย่อยร่วมถือหุ้นกว่า 75,000 ราย 
  ผลประกอบการล่าสุดงวด Q1/60 การเติบโตของกำไรจัดว่าดีอยู่อันดับที่ 4 จากธนาคารพาณิชย์ 11 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น โดยกำไรเพิ่มขึ้น 13.16% เช่นเดียวกับอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ที่สูงเป็นอันดับ 3 โดยมียีลด์อยู่ที่ 4.57%
  แต่สิ่งที่กดดันราคาหุ้นหลังแจ้งงบ กลับเป็นเรื่องหนี้เสีย หรือ NPL ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 1 หมื่นล้านบาท (+10.15%) ส่วนใหญ่กว่า 70% มาจากลูกหนี้กลุ่มผู้ประกอบการโรงสีข้าว จนส่งผลให้ NPL รวมพุ่งแตะ 1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 4.36%ของสินเชื่อรวม 
  KTB เจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอีกครั้ง หลังสัปดาห์ก่อนมีข่าวว่า บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) เบี้ยวหนี้ตั๋ว B/E ทำให้เกิดความกังวลว่าจะลามไปถึงหุ้นกู้ และเงินกู้จากสถาบันการเงิน ซึ่งพบว่าแบงก์กรุงไทยเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ 
  ล่าสุด KTB ยืนยันว่ากรณีของ EARTH จะกระทบธนาคารไม่มาก และ EARTH ได้แสดงเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ธนาคารเองก็พร้อมที่จะให้การดูแล และเชื่อว่าปัญหาน่าจะคลี่คลายได้ อย่างไรก็ตาม KTB ไม่เปิดเผยข้อมูลว่าสรุปแล้วได้ปล่อยกู้ให้ EARTH เป็นวงเงินเท่าไหร่กันแน่ ทำให้เกิดข่าวลือว่ามูลหนี้อาจสูงเกิน 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ราว 3-4 พันล้านบาท
  ย้อนกลับไปในช่วงหลังประกาศงบไตรมาส 1/60 จำนวน NPL ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้นักลงทุนขายหุ้น KTB จนราคาหลุด 20 บาท เพราะกังวลเอ็นพีแอลที่จะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต นั่นหมายถึงการเพิ่มแรงกดดันให้ KTB ต้องกันสำรองฯ เพิ่ม เพื่อรักษาระดับของอัตราส่วนเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อ NPL (Coverage Ratio) ขณะที่ผู้บริหารออกมายอมรับว่า NPL จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 2/60
  ดังนั้น ปัญหาขาดสภาพคล่องของ EARTH จึงนับว่ามีนัยสำคัญต่อ KTB และต้องจับตาสถานะของ EARTH นับจากนี้ไปอีก 2-3 เดือนว่าจะถูกจัดชั้นลูกหนี้อยู่ระดับใด ยังอยู่ชั้นปกติหรือไม่ และมูลหนี้แท้จริงแล้วเท่าไหร่ เพราะหากเป็นหนี้เสียจะยิ่งกดดันให้ธนาคารต้องกันสำรองเพิ่มขึ้น 
  โดยปกติพบว่า KTB จะกันสำรองทุกเดือน เดือนละ 1 พันล้านบาท และทุกไตรมาสจะตั้งเงินสำรองส่วนเพิ่มอีกต่างหาก เช่น Q1/60 กันสำรองปกติเดือนละ 1 พันล้านบาท บวกตั้งสำรองฯ เพิ่มอีก 2,500 ล้านบาท ซึ่งส่วนที่สำรองเพิ่มเติม จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ NPL ในไตรมาสนั้นๆ 
  บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส มองว่า KTB อาจต้องตั้งสำรองค่าเผื่อฯ เพิ่มขึ้นถ้า EARTH กลายเป็นหนี้เสีย โดยได้ประเมินไว้อยู่บ้างแล้วว่าแบงค์ต้องตั้งสำรองสูงมากต่อ เพราะ Coverage ratio สิ้น Q1/60 ต่ำสุดในกลุ่มที่ 112% (เฉลี่ยของกลุ่ม 130-140%) และ NPL ยังเพิ่มขึ้น ประเมินราคาพื้นฐานไว้ที่ 19 บาท
  บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า คาดว่าในส่วนของเงินกู้ระยะยาว EARTH ราว 4 พันล้านบาทนั้น อาจเป็นส่วนที่ KTB เป็นเจ้าหนี้เงินกู้ ซึ่งหากส่วนหนี้กลายเป็นหนี้เสียและทาง KTB ยังไม่ได้จัดหนี้ชั้นนี้เป็นหนี้เสียจะทำให้ NPL ของ KTB เพิ่มขึ้น 4 พันล้านบาท หรือราว 4% จาก NPL ในไตรมาส 1 ที่ 1 แสนล้านบาท หาก KTB ต้องตั้งสำรองทั้งจำนวนราว 4 พันล้านบาทจะกระทบเชิงลบต่อประมาณการกำไรสุทธิปี60 ที่ปัจจุบันคาด 34,048 ล้านบาทราว 10% ราคาเหมาะสมที่ 18.60 บาท แนะนำ NEUTRAL 
  ส่วนกรณีเลวร้ายสุด นักวิเคราะห์มองว่าเคสของ EARTH จะกระทบกำไร KTB ราว 10-12% โดยมองประเด็นนี้เป็นความเสี่ยงต่อการปรับประมาณการลง ซึ่งคงต้องรอดูสัญญาณจากแบงก์ ในช่วงประกาศงบไตรมาส 2/60 นี้ 
  บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยมีเงินให้กู้กับ EARTH ราว 3 พันล้านบาท และหากประเมินในกรณี Worst case ธนาคารตั้งสำรองเต็ม 100% จะกระทบกำไรสุทธิ 12% กระทบราคาพื้นฐาน 1 บาทจาก 24 บาทเป็น 23 บาท แต่ยังแนะนำซื้อลงทุน KTB เพราะราคาหุ้นปัจจุบันยังต่ำกว่า Book value 
  บล.เคจีไอ ประเมินว่า เงินให้กู้ทุกๆ 2 พันล้านบาท หากเกิดการผิดนัดชำระ จะทำให้ NPL ของธนาคารเพิ่มขึ้นประมาณ 2% และต้องตั้งสำรองเพิ่มราว 1.2 พันล้านบาท และทำให้กำไรลดลง 3% (ใช้สมมติฐานว่าธนาคารรักษาระดับ NPL coverage ที่ 112%) ดังนั้น ในกรณีทำให้มีความเสี่ยงต่อการปรับลดลงเป้าหมายลง 
  บล.ทิสโก้ ระบุว่า KTB ให้เงินกู้ EARTH จำนวน 80 ล้านดอลลาร์ในปี 2557 เพื่อการซื้อเหมือง และอีก 100 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และจากงบของ EARTH ในช่วง Q1/60 มีหนี้สินระยะสั้นกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท, เงินกู้ระยะยาว 4.2 พันล้านบาท และหุ้นกู้ 5.5 พันล้านบาท โดย EARTH อยู่ระหว่างการเจรจากับเจ้าหนี้สถาบันการเงิน 
  อย่างไรก็ตาม มองว่ายังมีประเด็นการชำระเงินของ AQ ที่จะเป็นปัจจัยหักล้างการผิดนัดของ EARTH จึงมองว่าราคาที่ 18 บาท จะเป็นราคาที่น่าสนใจ (0.8 เท่า PBV) จากผลตอบแทน/ความเสี่ยงที่สูง ภายใต้ความเสี่ยงและการตั้งสำรองของ KTB ในปัจจุบัน รวมถึงเงินปันผลราว 5%

  จากนี้จึงต้องจับตาสถานะ EARTH ใกล้ชิด หากกลายเป็นหนี้เสียขึ้นมา อาจจะกดดันต่อการตั้งสำรองฯ เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาระดับ Coverage Ratio ให้สูงเข้าไว้ ส่วนราคาหุ้น KTB ที่ร่วงลงต่อเนื่องหลังประกาศงบไตรมาส1/60 ส่งผลให้ล่าสุดราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีที่ 20.22 บาทอีกครั้ง อาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่มั่นใจและรอเก็บหุ้นตัวนี้อยู่ แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่สูงมากเช่นกัน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด