หุ้นฮ็อต

| 12 มิถุนายน 2560 | 09:21

TPIPP วอลุ่มเข้า ดันราคาลุ้นยืนเหนือจองครั้งแรก

 TPIPP วอลุ่มเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า ดันราคาจ่อทะลุราคาจองที่ 7 บาท หลังนักวิเคราะห์คาดรู้ผล EIA ภายในเดือน มิ.ย. นี้ เร็วกว่าที่บริษัทคาดการณ์ว่าจะรู้ผลช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค. 60 แต่ระวัง PE ปัจจุบันยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม

  หุ้น บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP กลับมาซื้อขายกันอย่างคึกคักอีกครั้ง โดยปริมาณซื้อขายวันล่าสุดอยู่ที่ 224 ล้านหุ้น เพิ่มขึ้น 982% จากค่าเฉลี่ย 5 วันก่อนหน้า ตามฟังก์ชัน F6 ของ eFin Stock Pick Up หนุนให้ราคาหุ้นขึ้นมาปิดที่ 6.95 บาท
  TPIPP เป็นบริษัทลูกของ TPIPL (ถือหุ้นสัดส่วน 70.24%) ประกอบธุรกิจด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง และโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิง RDF ซึ่งโรงไฟฟ้าทั้งหมดตั้งอยู่ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี และประกอบธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ (NGV)
  ราคาหุ้น TPIPP ที่เด้งกลับขึ้นมารอบนี้น่าจะสร้างความหวังให้กับผู้ถือหุ้นอีกครั้ง จากที่สร้างความผิดหวังหลังเข้าซื้อขายในตลาดวันแรกเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว โดยราคาหุ้นลงไปต่ำสุดที่ 6.2 บาท ต่ำกว่าราคาจองที่ 7 บาท ถึง 11% ด้วยแรงกดดันจากปริมาณหุ้น IPO ที่สูงถึง 2.5 พันล้านหุ้น และความล่าช้าออกไปของแผนธุรกิจ
  แต่ในช่วงเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา บริษัทประกาศกำไรไตรมาส 1/60 ทำได้ 698.5 ล้านบาท โตเกือบ 10% จากปีก่อน ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นได้บ้างและทำให้ราคาหุ้นฟื้นตัวกลับมายืนอยู่ในช่วง 6.6-6.8 บาท
ทั้งนี้ บริษัทยังคงถูกกดดันจากประเด็นการล่าช้าของแผนธุรกิจ คือ โรงไฟฟ้ากำลังการผลิตรวม 290 เมกะวัตต์ ที่ต้องชะลอการจ่ายไฟออกไป จากแผนเดิมที่คาดไว้ว่าจะเริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เพราะติดปัญหาเรื่องการขอ EIA
  โดยล่าสุดบริษัทให้รายละเอียดในเรื่องนี้ว่า อยู่ระหว่างยื่นขอ EIA ซึ่งคาดว่าจะผ่านในช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค. นี้ และจะเริ่มขายไฟฟ้าได้ในอีก 1-2 เดือนต่อจากนั้น และคาดว่ารายได้ปี 60 ของบริษัทจะเติบโต 2 เท่าตัว จากปี 59 ที่มีรายได้ 4.43 พันล้านบาท จากแรงหนุนของโรงไฟฟ้าส่วนเพิ่มนี้
  อย่างไรก็ดี เริ่มมีความเห็นจากนักวิเคราะห์ออกมาว่า TPIPP อาจจะสามารถเดินเครื่องโรงไฟฟ้าส่วนเพิ่มได้เร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้หุ้นกลับมาซื้อขายกันอย่างคึกคักอีกครั้ง
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/60 ของ TPIPP น่าจะทำจุดสูงสุดใหม่ จากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ขณะที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีกำหนดจะพิจารณารายงาน EIA ฉบับที่สองของ TPTPP ในเดือน มิ.ย. นี้ ถ้าผ่านบริษัทจะสามารถ COD เร็วกว่าที่กำหนดไว้เป็นช่วงไตรมาส 4/60 แนะนำซื้อสะสม ราคาเป้าหมาย 8.5 บาท โดยกำลังการผลิตปีนี้จะเพิ่มขึ้นจาก 150 เมกะวัตต์ เป็น 440 เมกะวัตต์ หนุนกำไรไตรมาส 4/60 โตก้าวกระโดด และปี 61 จะรับรู้กำลังการผลิตใหม่เต็มปี
  ด้าน บล.หยวนต้า ให้ราคาเป้าหมาย 8 บาท อิงจาก Consensus โดยมี Sentiment บวก เนื่องจากเป็น 1 ในหุ้นที่ถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนี FTSE Mid Cap ที่จะมีการปรับน้ำหนักดัชนีในสัปดาห์หน้าวันที่ 16 มิ.ย. 60 ขณะที่โรงไฟฟ้าขยะอีก 90 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างขอ EIA โดยคาดว่าจะทราบผลในไตรมาส 2 นี้ หลังจากนั้น จะใช้เวลาอีกราว 1 เดือน เพื่อขออนุมัติ PPA และโดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อกำไรปี 61 ทั้งนี้ Consensus คาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 61 ที่ 0.78 บาทต่อหุ้น เทียบเท่า PE ปี 60 เพียง 8.7 เท่า และมีอัตราเงินปันผลราว 4% ต่อปี
  ขณะที่ บล.ทรีนีตี้ แนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" ราคาเป้าหมาย 7.30 บาท เนื่องด้วย เนื่องด้วยศักยภาพด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิง RDF รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย พร้อมแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ รวมถึงทิศทางการเติบโตของรายได้ชัดเจน และจะโตอย่างก้าวกระโดดในปี 61 ประกอบกับการถูกเลือกเข้า FTSE SET Mid Cap Index แม้ว่า ณ ระดับราคาปัจจุบันจะคิดเป็น PE ที่ราว 23.2 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมที่ราว 12.50 เท่า แต่หากพิจารณาจากอัตราการเติบโตของ EPS ที่จะสูงถึง 110 % ในปี 61 จะส่งผลให้ Forward PE จะอยู่ที่เพียง 11 เท่า
  เมื่อลองพิจารณาค่า PE ของ TPIPP เทียบกับกลุ่ม (ข้อมูลจาก www.settrade.com) ล่าสุด TPIPP มีค่า PE 30.95 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 11 แห่ง ซึ่งอยู่ที่ราว 23.5 เท่า
  สำหรับแนวโน้มของราคาหุ้น บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ราคาแกว่งตัว Sideway Up ตามกรอบเส้นแนวโน้ม โดยระยะหลังมีการแกว่งทรงตัวทำฐานได้และเริ่มยืนเหนือแนวเส้นต้นทุนค่าเฉลี่ย ขณะที่ Indicator ต่างๆ ก็เริ่มส่งสัญญาณสนับสนุนในเชิงบวก น่าจะมีลุ้นปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านต่างๆ จึงแนะนำเป็นหุ้นเก็งกำไร

 แม้ TPIPP จะมีแผนสร้างการเติบโตชัดเจนจากโรงไฟฟ้าส่วนเพิ่ม 290 เมกะวัตต์ แต่ในระยะสั้นนี้เรื่องของ EIA น่าจะกดดันราคาหุ้นต่อไปจนกว่าจะทราบผลชัดเจน ฉะนั้น ราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นมารอบนี้ คงเป็นการเก็งกำไรต่อผลของ EIA อยู่ไม่น้อย ส่วนผลจะออกมาเร็วกว่าคาดอย่างที่นักวิเคราะห์ว่าไว้หรือไม่นั้น ก็คงจะต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะหากช้ากว่าแผนขึ้นมา นักลงทุนก็มีโอกาสจะได้ถือรอกันต่อไปอีกเช่นเดิม

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด