หุ้นฮ็อต

| 6 มิถุนายน 2560 | 13:54

CPF นิวไฮรอบ 1 เดือน จับตาดันราคาก่อน XR เพิ่มทุน

  CPF ทำนิวไฮรอบ 1 เดือน จับตาเจ้ามือดันราคาก่อนเพิ่มทุนต้องไม่ต่ำกว่า 25 บาท ดึงดูดรายย่อยใส่เงิน ก่อนขึ้น XR 3 ก.ค. กูรูเคาะเป้าหลังเพิ่มทุนในช่วง 24-37 บาท ส่วนใหญ่แนะซื้อ มองฐานะแกร่งขึ้นหลังเพิ่มทุน กด D/E เหลือ 1 เท่า และงบ Q2/60 ฟื้นรับไฮซีซั่น
  
  บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ราคาดีดขึ้น พร้อมมูลค่าการซื้อขายคึกคัก โดยเปิดที่ 25.25 บาท ก่อนปรับขึ้นแตะ 25.50 บาท สูงสุดรอบเกือบ 1 เดือน ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 25.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 2% มูลค่าการซื้อขาย 390ล้านบาท
  CPF ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร ถือหุ้นใหญ่โดยเครือ CP ของเจ้าสัว "ธนินท์ เจียรวนนท์ พร้อมรายย่อยเกือบ 6 หมื่นราย
  ผลการดำเนินงาน CPF ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง จากระดับ 1 หมื่นล้านบาทในปี 57 เป็น 1.4 หมื่นล้านบาทในปี59 ส่วนไตรมาสแรกปีนี้ ทำกำไรสุทธิเกือบ 4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY และ 128% QoQ 
  ขณะที่ปีนี้นักวิเคราะห์มองว่า CPF จะทำกำไรสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แต่ในแง่ของราคาหุ้นกลับพบว่าร่วงลงจาก 30 บาท ในช่วงเดือน มี.ค. มาเคลื่อนไหวที่ระดับ 24-25 บาท ตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากการทำเซอร์ไพร์ส ประกาศเพิ่มทุน 1.55 พันล้านหุ้น ให้ผู้ถือหุ้นเดิมเพื่อนำเงินไปชำระหนี้และขยายธุรกิจ หลังจากปี59 ที่ผ่านมา CPF ใช้เงินลงทุนรวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท ในการซื้อกิจการธุรกิจอาหารหลายประเทศ
  โดย CPF ประกาศเพิ่มทุนสัดส่วน 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ จำนวน 1,548.59 ล้านหุ้น ที่ราคา 25 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะต้องผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 27 มิ.ย.นี้ หากประสบความสำเร็จบริษัทฯ จะได้เงินราว 3.87 หมื่นล้านบาท โดยวัตถุประสงค์การระดมทุนครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ราว 27,000 ล้านบาท และสำรองไว้ขยายการลงทุนในอนาคตราว 11,715 ล้านบาท
  ราคาหุ้น CPF ที่ดีดขึ้นในช่วงนี้ จึงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากการดันราคาเพื่อจูงใจให้เกิดการใช้สิทธิเพิ่มทุน ทำให้ราคาหุ้นบนกระดานไม่ควรต่ำกว่า 25 บาท จนกว่าจะถึงวัน XR 3 ก.ค. นี้ (วันที่ไม่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน) ก่อนชำระเงิน 24 ก.ค.-31 ก.ค.60
  สำรวจมุมมองโบรกฯ หลังเพิ่มทุน ราคาเป้าหมายจะปรับลงมาเหลือในช่วง 24-37 บาท สัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนลดลงเหลือประมาณ 0.9-1 เท่า จาก 1.3-1.4 เท่า พร้อมมองผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดแล้วใน Q1/60 ที่ผ่านมา และจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ Q2/60 เพราะเป็นไฮซีซั่น 
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส กล่าวว่า หลังเพิ่มทุนและ CPF นำเงินไปชำระหนี้ตามแผน จะทำให้สัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนจากเดิม 1.3 เท่า ลดลงเหลือ 0.9 เท่า ประเมินราคาพื้นฐานหลังขึ้นเครื่องหมาย XR ที่ 27 บาท พร้อมมองว่าธุรกิจจะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ 
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง กล่าวว่า ภายใต้สมมติฐานการใช้สิทธิเพิ่มทุนทั้งหมด จะทำให้เกิด Dilution 16.7% แต่ดอกเบี้ยจ่ายลดลงราว 1 พันล้านบาท/ปี ทำให้โดยสรุปแล้ว EPS ลดลง 13% จากประมาณการเดิมที่ 1.92 บาท เป็น 1.67 บาท ส่วนราคาเป้าหมาย (SOTP) หลังเพิ่มทุนอยู่ที่ 32.7 บาท แต่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนลดเหลือ 1 เท่า จาก 1.4 เท่าในปี59 
  บล.ทรีนีตี้ คาดราคาเป้าหมายภายหลังการเพิ่มทุนจะอยู่ที่ราว 23.6 บาท 
  บล.เคทีบี กล่าวว่า ราคาเหมาะสมที่ประเมินภายหลังจากการเพิ่มทุนยังไม่เปลี่ยนแปลงแม้จำนวนหุ้นเพิ่ม โดยราคาหุ้นเพิ่มทุนที่ไม่ต่างจากราคาตลาดจะทำให้ราคาหุ้นไม่เกิดผล dilution มากนัก จึงคงราคาเหมาะสมอยู่ที่ 37 บาท อิง P/E 18 เท่า แนะนำซื้อ มองว่าภาพอุตสาหกรรมที่ดีขึ้นทั้งราคาหมูและราคาไก่ และแนวโน้มกำไรมีทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่องตั้งแต่ Q2/60 เป็นต้นไป คาดกำไรสุทธิปีนี้ 1.5 หมื่นล้านบาท เติบโตเล็กน้อย 2.5% YoYจากฐานราคาหมูที่สูงผิดปกติในปีก่อน 
  บล.ธนชาต เชื่อว่ากำไร Q1/60 เป็นจุดต่ำสุดของ CPF ไปแล้ว และคาดว่าผลกำไรจะฟื้นตัวดีขึ้นใน Q2/60 เนื่องจากเป็นฤดูกาลของการส่งออก และขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวนประมาณการกำไรใหม่เพื่อให้สะท้อนผลของส่วนต่างกำไรขั้นต้นที่ลดลงต่ำกว่าคาด รวมถึงผลของการลดมูลค่าจากการเพิ่มทุน

  จากมุมมองนักวิเคราะห์ ประเมินราคาหลังเพิ่มทุนในช่วง 24-37 บาท ซึ่งต้องผ่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นวันที่ 27 มิ.ย.นี้ ก่อนขึ้น XR วันที่ 3 ก.ค. ดังนั้น หากใครไม่คิดที่จะร่วมหัวจมท้าย ใส่เงินเพิ่มทุนให้บริษัทฯ ก็ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนเข้าเก็งกำไร

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด