หุ้นฮ็อต

| 2 มิถุนายน 2560 | 13:58

AOT แรงแซงพื้นฐาน ระวังจบรอบ หลังเจอ Short Sell ดัก

    AOT ทำ all time high อีกครั้ง ดันราคาพุ่งแรงแซงพื้นฐาน ส่องพื้นฐานปีนี้กำไรยังโตโดดเด่น แต่ต้องจับตา 2 ประเด็นยังกดดันราคาอนาคต ทั้งค่าเช่าที่ราชพัสดุ และสัญญาคิงเพาเวอร์ แถมพบแรง Short Sell หนักวานนี้ อาจส่งสัญญาณราคาพร้อมกลับทิศ

  ราคาหุ้น บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) มีแรงเก็งกำไรคึกคัก ดันราคาทำ all time high ต่อเนื่อง โดยหุ้นเปิดที่ 44.25 บาท ก่อนปิดการภาคเช้าที่ 44.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.70% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่าการซื้อขายสูงสุดอันดับ 1 ที่ 2.35 พันล้านบาท
  AOT เป็นผู้บริหารท่าอากาศยาน 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง,ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่, ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การถือหุ้นใหญ่ของกระทรวงการคลัง 70% มีรายย่อยรวมถือหุ้นกว่า 27,000 ราย 
  ผลการดำเนินงาน AOT มีกำไรสุทธิทำนิวไฮต่อเนื่องทุกปี จากหลักพันล้านบาทในปี 53 ขึ้นมาเป็น 1.9 หมื่นล้านบาทในปี 59 และนับได้ว่าเป็นหุ้นที่ทำสถิติราคาทำ all time high อยู่หลายครั้งในปี 59 จนสุดท้ายบริษัทต้องตัดสินใจแตกพาร์จาก 10 บาท เป็น 1 บาท เพื่อเพิ่มโอกาสให้รายย่อยได้เป็นเจ้าของ เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคากระดานปรับลงเป็น 42 บาท จาก 420 บาท 
  ในช่วงแรกของการแตกพาร์ ราคาหุ้น AOT ผิดฟอร์มเล็กน้อย เพราะถูกเทขายทำกำไรทันที จนกดราคาไหลลงแตะ 37.25 บาท ก่อนที่จะขึ้นมาไซด์เวย์ในระดับ 39-41 บาท มาตลอด 2 เดือนเศษ
  สัญญาณราคาหุ้น AOT เริ่มปรับขึ้นต่อเนื่องจนยืนเหนือ 42 บาท เมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังงบไตรมาส 2 ออกมาทุบสถิติ โดยงบไตรมาส 2 (มิ้นสุด มี.ค.60) ที่ผ่านมา AOT ทำกำไรสุทธิโตราว 18% แตะ 6.4 พันล้านบาท ตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสาร ส่งผลให้งวดครึ่งแรกของปี 59/60 (ต.ค.59-มี.ค.60) ทำกำไรสุทธิได้แล้วถึง 1.1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ภาพรวมทั้งปี นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรสุทธิของ AOT จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งราว 2.24 หมื่นล้านบาท ทั้งจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และอัตรากำไรสุทธิที่ล่าสุดเพิ่มแตะ 40.7% จาก 37% ในปีก่อน 
  บล.เออีซี ระบุว่า AOT ทำกำไรช่วงครึ่งปีแรก คิดเป็น 51.4% ของประมาณการทั้งปี 2559/60 ซึ่งใกล้เคียงกับสัดส่วนกำไรสุทธิระหว่างช่วง 1H58/59 และทั้งปี 2558/59 ทั้งนี้โดยปกติช่วงครึ่งปีแรกจะเป็นช่วง High Season ของการท่องเที่ยว ดังนั้นเราจึงคงประมาณการเดิม โดยคาดช่วง 2H59/60 AOT จะมีกำไรสุทธิโต 15.7%YoY จาก 
  1) การเลื่อนแผนท่องเที่ยวจากการไว้อาลัยในช่วงวันหยุดยาวคริสต์มาส-ปีใหม่ เป็น ช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์แทน 
  2) แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งการปรับลดค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (VOA) จาก 2,000 บาท เหลือ 1,000 บาท และการยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา (VISA) ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย โดยสิ้นสุดโครงการ 31 ส.ค. นี้ 
  3) ผลประหยัดต่อขนาดที่ดีขึ้นจากตัวเลขสถิติการบินที่สดใส หนุนให้คงคาดปี 2559/60 AOT จะมีกำไรสุทธิ 22,493 ล้านบาท เติบโต 14.9%YoY
  แม้ว่าแนวโน้มครึ่งปีหลังของ AOT จะดีขึ้นอีก แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่กลับแนะนำเพียง "ถือ" โดยมองอัพไซด์จำกัด และยังมีความเสี่ยงที่ยังต้องติดตาม
  บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า ระยะสั้นหุ้น AOT มีความไม่แน่นอน 2 ประเด็น ดังนี้ 
  1) อยู่ระหว่างเจรจราอัตราค่าเช่าที่ดินสนามบินใหม่กับกรมธนารักษ์ 
  2) กรณีถูกตรวจสอบสัญญากับคิง เพาเวอร์ 
  ทั้งนี้ เราประเมินความเสี่ยงจากอัตราค่าเช่าใหม่ส่งผลต่อราคาเป้าหมายไม่มากเพียง -2% และกรณีสัญญา คิง เพาเวอร์ หากต้องยกเลิกสัญญาเราเชื่อว่าจะมีผู้ให้บริการ Duty Free รายอื่นพร้อมเข้ามาแทนคิง เพาเวอร์ ทันที ดังนั้น เรามองว่าทั้ง 2 ประเด็นไม่มีนัยสำคัญต่อประมาณการและราคาเป้าหมาย หากราคาหุ้นอ่อนตัวมองเป็นโอกาสลงทุน เป้าหมาย 43.7 บาท 
 เช่นเดียวกับ "บล.เออีซี" ที่ระบุว่า AOT ยังมีประเด็นความเสี่ยงถูกปรับเพิ่มค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุเพื่อสนามบินสุวรรณภูมิ โดยปัจจุบันกรมธนารักษ์และ AOT อยู่ระหว่างหารือแนวทางปรับค่าตอบแทน จึงแนะ "ถือ" จนกว่าจะได้ข้อสรุป มูลค่าพื้นฐานปีนี้ 45 บาท
  บล.ทรีนีตี้ คงคำแนะนำ ถือ ที่ราคาเป้าหมาย 42 บาท 
  บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดการณ์กำไรครึ่งหลังปี 59/60 (เม.ย.-ก.ย.60)จะเร่งตัวขึ้น จากปัจจัยผู้โดยสารและเครื่องบินที่มาใช้บริการที่มีสถิติดีขึ้น ให้ราคาพื้นฐาน 45.50 บาท 
  ในทางเทคนิค AOT มีแนวต้านระยะสั้นที่ 45.00-45.5 บาท โดย "บล.ธนชาต" แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 47.5 บาท นักท่องเที่ยวเร่งตัว 7% YoY สูงสุดตั้งแต่ ต.ค.59 ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนที่ประมาณ 7-8 แสนคน/เดือน เพิ่มขึ้นจากช่วงจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญ 4-5 แสนคน/เดือน ราคาหุ้นทำ All time high 
  นอกจากนี้ ยังพบว่าวานนี้ NVDR ซื้อสุทธิ AOT มากเป็นอันดับ 1 โดยบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า วานนี้ NVDR เกิดแรงซื้อกลับอย่างรวดเร็วในหุ้นใหญ่ที่ได้รับผลกระทบของการปรับดัชนี MSCI เช่น AOT และ KBANK สูงเป็นลำดับ 1 และ 3 แต่ในทางกลับกัน หุ้นทั้ง 2 ตัวก็ถูก Short Sell สูงสุดเป็นอันดับ 3 และ 1 ตามลำดับ

  แม้อนาคตของ AOT จะดูสดใส แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ราคาที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องแทบไม่เหลืออัพไซด์จากราคาเหมาะสมที่โบรกฯ ให้ไว้ราว 42-45 บาท รวมถึงสัญญาณการถูก Short Sell สูงสุดเป็นอันดับ 3 วานนี้ ส่งสัญญาณคาดการณ์นักเก็งกำไรว่าราคาหุ้นน่าจะปรับลงได้อีก การเข้ามาไม้ท้ายๆ จึงต้องระวัง ขณะที่ความเสี่ยงที่ต้องจับตา คือ ค่าเช่าที่ราชพัสดุ และกรณีถูกตรวจสอบสัญญากับคิงเพาเวอร์ จึงอาจกดดันราคาหุ้นได้อีกครั้ง

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด