หุ้นฮ็อต

| 1 มิถุนายน 2560 | 09:33

TOP ฟื้นตามค่าการกลั่น แต่กำไรทั้งปีมีแนวโน้มอ่อนตัว

 หุ้น TOP เริ่มฟื้นตามค่าการกลั่น แถมมีธุรกิจไฟฟ้าหนุน โบรกฯ เชียร์ซื้อ ชี้อัพไซด์จากราคาเหมาะสม แต่ระวังงบทั้งปีกำไรอ่อนตัวจากปีก่อน

  บมจ.ไทยออยล์ (TOP) มีการซื้อขายคึกคักวานนี้ (31 พ.ค.) โดยระหว่างการซื้อขายลงไปแดนลบที่ 75.25 บาท ก่อนพลิกบวกสูงสุด 77.75 บาท และปิดที่ 77 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 825 ล้านบาท ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 286% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
  TOP ประกอบธุรกิจการกลั่นและจำหน่ายนํ้ามันปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นโรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจสารทำละลาย ธุรกิจบริหารการขนส่งทางเรือและทางท่อ ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด ธุรกิจบริการจัดเก็บนํ้ามันดิบ นํ้ามันปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และธุรกิจให้บริการด้านการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรสำหรับกลุ่มไทยออยล์ มี ปตท. เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และรายย่อยถือหุ้นกว่า 24,000 ราย
  ผลการดำเนินงาน TOP มีกำไรสุทธิ 1.2 หมื่นล้านบาทในปี 58 และเพิ่มเป็น 2.1 หมื่นล้านบาทในปี 59 
  ส่วนไตรมาส 1/60 มีกำไรสุทธิ 7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาด จากอัตรากำไรในธุรกิจอะโรเมติกส์ที่ดีขึ้นมาก ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินผลการดำเนินงานไตรมาส 2 จะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แต่อาจจะอ่อนตัว QoQ เป็นผลตามฤดูกาล
  บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) คาดว่าไตรมาส 2/60 มองว่ากำไร TOP น่าจะทรงตัวในระดับสูงได้ เพราะส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบ (Crack Spread) ของน้ำมันเบนซินปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล
  ส่วนบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุ แนวโน้มผลประกอบการปกติ TOP (ไม่รวมสต๊อก) 2Q60 คาดอ่อนตัว QoQ กดดันจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ที่อ่อนตัวลง 10.5-22.0% QoQ สำหรับ PX และ BZ ตามลำดับ แนวโน้มผลประกอบการ 2H60 คาดอ่อนตัวลง HoH ตามค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อะโรรเมติกส์และน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน
  บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุ แนวโน้มกำไรสุทธิในไตรมาส 2/60 อาจจะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ตามราคาน้ำมันดิบโลกที่ต่ำกว่าระดับ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้อาจเกิดผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน และส่วนต่าง (สเปรด) ผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ ชะลอตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยสเปรดเบนซีน ปรับลดลงแรง เป็นผลจากอุปทานที่กลับเข้ามาสู่ตลาดหลังโรงงานผลิตเบนซีน รายใหญ่ในสหรัฐกลับมาผลิตได้อีกครั้ง
  แต่ค่าการกลั่นสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ตามความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงรอมฎอน (25 พ.ค.-25 มิ.ย.60) เป็นไปตามปัจจัยฤดูกาล บวกกับการหยุดซ่อมจำนวนมากของโรงกลั่นในเอเชีย โดยค่าการกลั่นที่ดีขึ้น จะช่วยพยุงกำไรไตรมาส 2/60 ทำให้ลดลงไม่มากนัก
  อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ต่างมองตรงกันว่า ผลการดำเนินงานทั้งปีของ TOP จะอ่อนตัวลงจากปีก่อน อยู่ที่ราว 17,969-18,978 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนบริษัทมีกำไรจากสต็อกน้ำมันจำนวนมาก แต่ก็ยังมีความโดดเด่นในเรื่องของการจ่ายเงินปันผล ซึ่งคาดว่าจะยังคงอยู่เกิน 5%
  บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุแนวโน้มกำไรสุทธิของ TOP ปีนี้ ประมาณการไว้ที่ 18,221 ล้านบาท ลดลงจากระดับ 21,222 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากปีนี้ TOP จะมีภาษีจ่ายเพิ่มขึ้นหลังบางหน่วยธุรกิจหมดการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
  บล.ไอร่า ประมาณการไว้ที่ 18,978 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้ว ซึ่งมีกำไรจาก Stock gain จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การที่ TOP มีเงินสดในมือสูงถึง 60,000 ล้านบาท เชื่อว่าจะสามารถรองรับการจ่ายเงินปันผลได้สบาย ๆ โดยคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากปันผล (Dividend yield) จะอยู่ที่ระดับ 5.6%
  ด้าน บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คงประมาณการกำไรของ TOP ในปีนี้ที่ระดับ 17,969 ล้านบาท
  ล่าสุดผู้บริหาร TOP ให้ข้อมูลนักลงทุนในงาน Opportunity Days คาดว่ารายได้ปีนี้จะทะลุ 3 แสนล้านบาท ส่วน EBITDA จะสูงกว่าปีก่อน จากราคาน้ำมันดิบดูไบสูงขึ้น คาดค่าการกลั่นอยู่ที่ 6.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล พร้อมเตรียมรับรู้รายได้โรงไฟฟ้า 240 เมกะวัตต์เต็มปี

 ขณะที่ราคาเหมาะสมของ TOP พบว่านักวิเคราะห์ประเมินอยู่ระหว่าง 81-96 บาท ซึ่งยังมีอัพไซด์จากราคากระดาน ราว 5-25% แต่ก็ต้องยอมรับว่าไทยออยล์เป็นหุ้นที่เคลื่อนไหวผันผวนไปตามราคาน้ำมันและสเปรดปิโตรเคมี ดังนั้นจังหวะในการเข้าลงทุน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องพิจารณา

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด