หุ้นฮ็อต

| 29 พฤษภาคม 2560 | 09:43

แห่เก็งกำไร ASIAN ดันหุ้นวิ่งเท่าตัวใน 1 เดือน ระวังราคาวิ่งแซงพื้นฐาน

       ASIAN พุ่งทำ all time high หลังราคาวิ่ง 100% ภายในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ลุ้นกำไรปีนี้โตแรง หลังไตรมาสแรกกำไรโตเกือบ 10 เท่า แต่ราคานี้จะแพงเกินพื้นฐานไปหรือยัง?

  ราคาหุ้น บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN พุ่งแตะ 10.90 บาท พร้อมมูลค่าการซื้อขายกว่า 430 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล และเป็นสถิติใหม่ในรอบ 15 ปี และหากย้อนไปตั้งแต่ปลายปี 59 จะเห็นว่าราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาแล้วกว่า 140%
 ASIAN ดำเนินธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำแช่แข็ง จำหน่าย และส่งออก ทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัท อันได้แก่ TCC SAKURA และ ASIAN SEAFOODS และผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้า
  ราคาหุ้นเริ่มวิ่งขึ้นมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน พ.ค. ก่อนจะประกาศงบไตรมาส 1/60 ซึ่งกำไรโตขึ้นเกือบ 10 เท่า มาอยู่ที่ 105.81 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 1/59 ที่ทำได้เพียง 10.79 ล้านบาท ขณะที่กำไรของปี 59 ทั้งปีอยู่ที่ 154.64 ล้านบาท ทำให้เกิดความคาดหวังว่ากำไรทั้งปีจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ดันราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาต่อเนื่อง
  นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี คาดว่ากำไรสุทธิทั้งปี 60 จะเติบโต 133% อยู่ที่ 360 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการผลิตกุ้งในประเทศที่เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน เป็น 3.45 แสนตัน ซึ่งจะช่วยหนุนธุรกิจอาหารแช่แข็ง และอาหารสัตว์น้ำ ประกอบกับการขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นอีก 30% เป็น 2 หมื่นตันต่อปี ในช่วงไตรมาส 3/60 เพื่อรองรับอุปสงค์จากลูกค้าในสหรัฐ ขณะเดียวกันธุรกิจทูน่ากระป๋องที่ฟื้นตัวขึ้นจากการที่บริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนปลาทูน่าที่แพงขึ้นไปให้ลูกค้าได้
  การพลิกฟื้นที่สำคัญของ ASIAN เริ่มจากปี 58–59 ซึ่งบริษัทกลับมามีกำไร 183 ล้านบาท และ 155 ล้านบาท ตามลำดับ จากที่ขาดทุนมา 2 ปีติดก่อนหน้านั้น หลังโรคระบาด EMS ในการผลิตกุ้งเริ่มหมดไป ขณะเดียวกันบริษัทได้เริ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมี่ยมตั้งแต่ปี 57 ซึ่งรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 100% ในช่วง 3 ปีมานี้ โดยบริษัทได้ตั้งเป้าการเติบโตรายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์เฉลี่ยปีละ 26% ในช่วงปี 59-63 ขึ้นไปสู่ระดับ 4 พันล้านบาท
  ทั้งนี้ ประเมินว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในโลกจะโตเฉลี่ย 5% ในช่วงปี 59-63 ซึ่งจะช่วยหนุน ASIAN ที่ปรับโครงสร้างธุรกิจไปสู่อาหารสัตว์เลี้ยงซึ่งมีอัตรากำไรสูง ซึ่งเริ่มเห็นตั้งแต่ไตรมาสแรกที่มีกำไรขั้นต้นถึง 12.2% จากเดิม 8.6% ให้ราคาเป้าหมาย 12 บาท อิง P/E 9.7 เท่า
  แต่ในมุมของ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ซึ่งเชียร์ซื้อมาก่อนหน้านี้ ให้ราคาเป้าหมาย 9.40 บาท ประเมินโดยใช้ P/E ที่ 12 เท่า เทียบกับการเติบโต 83% ในปีนี้ และกำไรไตรมาส 1/60 คิดเป็น 37.32% ของกำไรที่ประเมินไว้ทั้งปีที่ 284 ล้านบาท และยังมีโอกาสโตในปีถัดๆไปจากเป้าหมายรายได้ของบริษัทที่วางเป้าโต 50% ใน 3 ปี รวมถึงเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นมาที่ 10-12% จาก 8.5% ในปีก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปีนี้ประเมินไว้อยู่ที่ 6.4%
  สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการปรับเพิ่มราคาขายในส่วนของกุ้ง ปลาหมึกและทูน่า ซึ่งการเพิ่มราคาคาดว่าจะส่งผลบวกต่อเนื่องมายังไตรมาส 2/60 ในขณะที่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากปริมาณการขายอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารสัตว์น้ำโดยปกติเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรดี โดยในไตรมาส 1/60 ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงรายได้เพิ่มขึ้น 90% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 630 ล้านบาท ในขณะที่รายได้ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ อยู่ที่ 323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากปีก่อน แต่ลดลง 16% จากไตรมาสก่อน เป็นผลจากฤดูกาล
  ด้านผู้บริหารของ ASIAN ตั้งเป้าหมายรายได้แตะ 1.45 หมื่นล้านบาท ภายในปี 63 หนุนโดยธุรกิจอาหารแช่แข็งที่คาดโตต่อเนื่องจาก 4.6 พันล้านบาท ในปี 59 เป็น 6 พันล้านบาท ในปี 63 ธุรกิจแปรรูปทูน่า เติบโตจาก 1.3 พันล้านบาท เป็น 1.5 พันล้านบาท ธุรกิจอาหารสัตว์และอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตจาก 2.8 พันล้านบาท เป็น 6 พันล้านบาท และธุรกิจจัดจำหน่ายอาหารที่โตจาก 400 ล้านบาท เป็น 1 พันล้านบาท
  สำหรับในปี 60 บริษัทคาดว่ารายได้จะทะลุ 1 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อนที่ทำได้ 9,206 ล้านบาท จากการทำการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ สนับสนุนให้ปริมาณคำสั่งซื้อจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่มากขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจกุ้งที่ซบเซามานาน หลังถูกกระทบจากโรคตายด่วน(EMS)
  ปัจจุบันโครงสร้างยอดขายของ ASIAN มาจาก อาหารแช่แข็ง 43% อาหารสัตว์เลี้ยง 24% แปรรูปทูน่า 13% อาหารสัตว์น้ำ 12% และธุรกิจจัดจำหน่าย 8%
 ก่อนหน้านี้ภาพของหุ้น ASIAN อาจจะยังถูก เพราะราคาซื้อขายที่ P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า ขณะที่เงินปันผลอยู่ที่ราว 5% แต่ล่าสุด P/BV เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.62 เท่า จากความคาดหวังต่อกำไรในปีนี้ และหากดูจากเป้าหมายที่นักวิเคราะห์ให้ไว้แล้ว ราคาปัจจุบันเริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากอัพไซด์ที่ลดลง หรือเต็มมูลค่าไปแล้ว หากจะเข้าไปร่วมวงเก็งกำไรตอนนี้ก็คงต้องระมัดระวังกันเป็นพิเศษ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด