หุ้นฮ็อต

| 24 พฤษภาคม 2560 | 09:27

AMATA โบรกฯ อัพเป้า รับประโยชน์สูงสุดจาก EEC

 AMATA ผงาดรับประโยชน์สูงสุดจาก โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) หลัง คสช. ใช้ ม.44 ปลดล็อคทุกข้อติดขัด นักวิเคราะห์อัพเป้าแตะ 23 บาท พร้อมชูเป็น Top Pick

  ราคาหุ้น บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ปรับขึ้นอย่างโดดเด่นในการซื้อขายวานนี้ (23 พ.ค.) โดยขึ้นไปสูงสุดที่ 16.90 บาท ก่อนปิดการซื้อขาย 16.80 บาท และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 440% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
  AMATA ทำธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม โดยมีบริษัทในกลุ่มดำเนินธุรกิจด้านสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการหลังการขาย ทั้งน้ำประปา กระแสไฟฟ้า และจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น
  ผลการดำเนินงาน AMATA เฟื่องฟูในปี 57 โดยสามารถทำกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.2 พันล้านบาท ก่อนจะอ่อนตัวลงเหลือ 1.2 พันล้านบาท และ 1.1 พันล้านบาท ในปี 58 และ 59 ตามลำดับ ซึ่งเป็นไปตามภารวมเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ ล่าสุดไตรมาส 1/60 มีกำไรสุทธิ 250 ล้านบาท
  สัญญาณหุ้น AMATA ที่พุ่งขึ้นในรอบนี้ เป็นผลโดยตรงจากข่าว คสช. ประกาศออก ม.44 ปลดล็อคข้อติดขัด โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 3 เรื่อง ทั้งด้าน EIA - เลือกเอกชนร่วมลงทุนได้เป็นการพิเศษ พร้อมปรับปรุงลักษณะของผู้ได้รับใบรับรองซ่อมอากาศยานให้ดำเนินการได้ทันที โดยนักวิเคราะห์มองว่า AMATA จะได้ประโยชน์สูงสุด พร้อมอัพเป้าขึ้นแตะ 23 บาท
  บล. ธนชาต ระบุ ด้วยรัฐบาลได้ผลักดันการลงทุนใหม่ภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อย่างหนัก จึงทำให้นิคมอุตสาหกรรม (IE) มีแนวโน้มที่สดใสขึ้น และด้วยทำธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว เราจึงมองว่า AMATA เป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงและมากที่สุดจากโครงการ EEC แม้เราคาดว่าปริมาณขายที่ดินของ AMATA จะอยู่ในระดับปานกลางก่อนรอบการลงทุนใหม่จะเข้ามาในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่ราคาที่ดินน่าจะปรับขึ้นก่อนที่ความต้องการที่แท้จริงจะเกิดขึ้น เราไม่ได้ใช้ break-up value ในการคำนวณมูลค่าที่ดินอีกต่อไป และปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย NAV ของบริษัทฯ ขึ้นเป็น 23 บาทจากเดิม 20 บาท
  เนื่องจากเราเชื่อมั่นในโครงการ EEC เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานราคาที่ดินของเราจาก 3% ต่อปี ในปี 2018-19 เป็น 6-10% ซึ่งส่งผลให้ประมาณการกำไรของเราถูกปรับขึ้น 3-6% ในปี 2018-19 ซึ่งเราไม่คิดว่าประมาณการของเรานั้นสูงไป เนื่องจาก AMATA มีทำเลที่ดีทำให้มีความสามารถในการขึ้นราคาขายที่ดีในอดีต แม้ความต้องการจากโครงการ EEC จะยังไม่เข้ามา แต่ AMATA ได้ปรับขึ้นราคาที่ดินที่ Amata Nakorn ในชลบุรีขึ้นแล้ว 7% ในปี 2015 และ 13% ในปี 2016 เป็น 8.5 ลบ./ไร่ (US$0.6/เอเคอร์) และที่ AMATA City ในระยอง 19% เป็น 3.8 ลบ./ไร่ ในปี 2016 ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ปรับขึ้นมาแล้ว 18-20% ต่อปีในปี 2012-13 เนื่องจากความต้องการย้ายโรงงานมายังภาคตะวันออกของไทยจากเหตุอุทกภัยในจังหวัดทางภาคกลางในปี 2011
  หากไม่รวมนิคมฯ ในเวียดนาม AMATA มียอด presales ใหม่ในประเทศไทย 564 ไร่ ในปี 2016 จาก 503 ไร่ ในปี 2015 และ 328 ไร่ ในปี 2014 ซึ่งเป็นช่วงเกิดความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งระดับ presales ในปี 2016 ต่ำกว่ายอดขายที่ดินระยะยาวสิบปีของ AMATA ที่เฉลี่ยปีละ 1,100 ไร่
  เรามองว่าความต้องการที่ดินจากโครงการ EEC น่าจะไม่เข้ามาในเร็วๆ นี้ แต่น่าจะเข้ามาในอีกสองปีข้างหน้า เนื่องจากปกติแล้วกระบวนการขอ FDI ต้องใช้เวลานานกว่าจะมีการซื้อที่ดินเกิดขึ้น ดังนั้นเราจึงคงประมาณการยอดขายที่ดินไว้ที่ 600 ไร่ ต่อปีในปี 2017-19F แต่เราคาดว่าจะมียอดขายที่ดินถึง 800-1,300 ไร่ ในปี 2020-22F
  แนะนำ "ซื้อ" AMATA และเลือกเป็น Top Pick ของเราในกลุ่มฯ เนื่องจากได้ประโยชน์จาก EEC และนิคมในเวียดนาม ผ่านการถือหุ้นใน AMATAV (ถือหุ้น 73%) ด้วยได้ประโยชน์จาก EEC มากที่สุดในกลุ่ม เราจึงมองว่า AMATA มีมูลค่าที่ถูก โดยในแง่ของ P/BV บริษัทฯ ซื้อขายที่ 1.3 เท่า ต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ย 19 ปีที่ 1.9 เท่าราว 32% โดยหากสมมติที่ P/BV ที่ 1.9 เท่า AMATA จะมีมูลค่าที่ 22 บาท/หุ้น อย่างไรก็ตาม ราคาเป้าหมาย NAV ของเรา ให้มูลค่า AMATA ที่ 23 บาท/หุ้น โดยให้มูลค่าที่ดินที่พัฒนาแล้วที่ระดับที่มีส่วนลด 60% จากราคาขาย และให้มูลค่าที่ดินที่ยังไม่พัฒนาที่ราคาทุน
  ด้าน บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ให้ AMATA เป็นหุ้น top pick จากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะทำให้มีโอกาสปรับเป้าการขายที่ดินขึ้น ขณะที่มีปัจจุบันมียอดขายรอโอน (backlog) ราว 1,157 ล้านบาท
  ขณะที่ นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด ของ AMATA กล่าวว่า บริษัทคาดรายได้ปีนี้จะเติบโตมากกว่าปีก่อน จากปีก่อนทำได้ 5,057 ล้านบาท โดยคงเป้าหมายยอดขายปีนี้ที่ 1,000 ไร่ แม้ในไตรมาส 1/60 จะสามารถขายที่ดินได้เพียง 63 ไร่ โดยคาดว่าในไตรมาส 2/60 ยอดขายจะเติบโต เนื่องจากปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาขายที่ดินจำนวนหลายร้อยไร่ให้แก่ลูกค้าหลายรายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ,จีน,ยุโรป,เกาหลี เป็นต้น
  ปัจจุบัน บริษัทมียอดขายรอโอนอยู่ราว 1,157 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้บางส่วน

 ราคาหุ้น AMATA ที่ปรับเพิ่มขึ้น นับว่ารับข่าวบวกการปลดล็อคข้อติดขัด EEC ทำให้การลงทุนน่าจะเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย แต่อย่าลืมว่าการซื้อขายในวันนี้ เป็นการซื้ออนาคต ซึ่งการขายที่ดินจากประโยชน์ของ EEC น่าจะเกิดขึ้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ความเสี่ยงระหว่างทางอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เป็นเรื่องที่ต้องจับจังหวะให้ดีสำหรับการลงทุนระยะยาว

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด