หุ้นฮ็อต

| 23 พฤษภาคม 2560 | 09:17

จับตา CHG ไหลลงถึงไหน หลังพบผู้บริหารกระหน่ำขาย

          CHG ร่วงลงมากว่า 20% จากช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลังงบไตรมาส 1/60 ชะลอตัว ด้านผู้บริหารกระหน่ำขายออกมาก่อนหน้านี้รวมกันกว่า 100 ล้านหุ้น ฟากนักวิเคราะห์ส่วนมากยังมองเชิงบวก ชี้เป็นโอกาสซื้อลงทุนยาว

          ราคาหุ้น บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG ปรับตัวลดลงต่อเนื่องกว่า 20% ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา จากราคาระดับ 2.8-3 บาท ล่าสุดปิดที่ 2.24 บาท หากราคาลดลงไปปิดต่ำกว่า 2.18 บาท จะเป็นการทำจุดต่ำสุด (วัดจากราคาปิด ณ สิ้นวัน) นับตั้งแต่ปลายปี 58
          CHG ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน เริ่มก่อตั้งในปี 29 จนถึงปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียนรวม 1,100 ล้านบาท ประกอบด้วยบริษัทย่อย จำนวน 8 บริษัท มีสาขาของโรงพยาบาลสถานพยาบาลและคลินิกในกลุ่มรวมทั้งหมด 14 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการบริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่เขตประเวศ เขตลาดกระบัง จังหวัดกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก และถนนเทพารักษ์ ถนนกิ่งแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ครอบคลุมไปถึงจังหวัดในภาคตะวันออก โดยมีจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยรวม 464 เตียง
          หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 56 ราคาหุ้น CHG เป็นขาขึ้นมาต่อเนื่อง ราคา (หลังแตกพาร์จาก 1 บาท เป็น 0.10 บาท) วิ่งจากราว 1 บาท ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 3.32 บาท เมื่อเดือน ก.ค. ปี 59 ดันให้ค่า P/E ขึ้นไปสูงเกินกว่า 50 เท่า แม้กำไรช่วงปี 57-58 จะเติบโตในระดับ 15% และ 12% ตามลำดับ แต่ก็เหมือนว่าจะเติบโตได้ไม่ทันกับราคาหุ้น ขณะเดียวกันผลตอบแทนจากเงินปันผลก็ต่ำเพียง 1.2-1.5%
          ด้วยเหตุนี้ เมื่อผลประกอบการ 2 ครั้งหลังที่ประกาศออกมา ดูจะไม่สอดรับกับการเติบโตของราคาหุ้น เราจึงเห็นราคาหุ้นไหลลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กำไรของ CHG ส่งสัญญาณเติบโตชะลอตัวตั้งแต่ปี 59 ซึ่งทำได้ 564.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 4.8% และในช่วงไตรมาส 1/60 มีกำไร 152.86 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 2.4%
          อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ราคาหุ้น CHG จะไหลลงมาอยู่ในระดับนี้ ก็เริ่มมีสัญญาณการขายออกมาจากผู้บริหารของบริษัทตั้งแต่ปลายปี 59 ที่ผ่านมาแล้ว โดยมีรายงานการขายหุ้นของกรรมการบริษัท 2 ราย ได้แก่ สุชาย เหล่าวีรวัฒน์ จำนวน 1.8 ล้านหุ้น และ กอบกุล ปัญญาพล จำนวน 100 ล้านหุ้น รวมจำนวน 101.8 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 2.865 บาท
          แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์ส่วนมาก ยังเป็นไปในทิศทางเชิงบวก โดยเชื่อว่าราคาที่ปรับตัวลดลงมานี้น่าจะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ
          บล.เออีซี ระบุว่า กำไรช่วงไตรมาส 1/60 ของ CHG อยู่ที่ 153 ล้านบาท หดตัวต่อเป็นไตรมาสที่สอง แม้รายได้ค่ารักษาจะโต 5.7% หลังมีการเพิ่มกำลังให้บริการและจำนวนผู้ประกันตนลงทะเบียนเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีการรวมงบการเงินเต็มไตรมาสของ รพ.รวมแพทย์ ระยอง ซึ่งซื้อเมื่อ 1 มี.ค. 59 
          แต่การเติบโตของรายได้ดังกล่าวถูกหักล้างทั้งหมดด้วยปัจจัยลบทั้งจากอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวจาก 34.3% ในช่วงไตรมาส 1/59 เป็น 33.3% ในปีนี้ และค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่สูงขึ้นจาก 12.9% เป็น 13.3% หลังรับรู้ต้นทุนของ รพ. ใหม่ และส่วนต่อขยาย รพ. เดิม อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายบุคคลากรทางแพทย์ที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับแผนขยายธุรกิจ รพ. และยังมีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นเป็น 3.6 ล้านบาท จาก 0.6 ล้านบาท ตามภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นราว 556 บาท 
          โดยภาพรวมราคาหุ้นปรับลงจนกลับมามี Upside น่าสนใจ จึงปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จากผลกำไรที่คาดจะพลิกกลับมาโตอีกครั้งตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/60 เป็นต้นไป และระยะยาวคาดได้ประโยชน์จากนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เนื่องจากเป็นที่ตั้งของรพ.ในเครือของ CHG ให้มูลค่าพื้นฐานปี 60 ที่ 2.60 บาท คาดให้เงินปันผล ราว 1.7%
          ด้าน บล.เคจีไอ ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/60 ดีกว่าที่เราคาดไว้ 7% โดยมองว่าแนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/60 น่าจะไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสแรก เนื่องจากยังอยู่ในช่วง low season อยู่ แต่คาดว่าครึ่งปีหลังน่าจะเป็นช่วงที่กำไรของ CHG จะแข็งแกร่งตามฤดูกาล ซึ่งสอดคล้องกับ platform ธุรกิจของบริษัท (ผู้ป่วยในประเทศซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ชำระเงินสด, ประกันสังคม และประกันสุขภาพทั่วหน้า) นอกจากนี้ บริษัทก็ยังปรับลดสัดส่วนรายได้จากกลุ่มประกันสุขภาพทั่วหน้าจาก 13% ของรายได้รวมในปี 58 เหลือแค่ 9% ในปี 2559 และ 6% ในไตรมาส 1/60 ดังนั้น ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญจะมาจากความสามารถในการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องช่วยหนุนการเติบโตของทั้งรายได้และกำไร
          ทั้งนี้ คงประมาณการกำไรสุทธิปี 60-61 ไว้ที่ 676 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.8% และ 794 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% ระยะสั้นกำไรน่าจะถูกฉุดจากผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304 ซึ่งเป็นโครงการลงทุนใหม่ทั้งหมด แนะนำ ถือ ให้ราคาเป้าหมายที่ 2.84 บาท
          ขณะที่ บล.ซีไอเอ็มบี ให้มุมมองสวนทางกับตลาด โดยแนะนำ ขาย และปรับราคาเป้าหมายเป็น 2 บาท อิง P/E ปี 61 ที่ 33 เท่า โดยระบุว่า รายได้และอัตรากำไรไตรมาส 1/60 ต่ำกว่าคาด 12% แต่สูงกว่าที่ตลาดคาด 3% สาเหตุมาจากรายได้และอัตรากำไรที่เติบโตน้อยกว่าคาด จึงปรับลดประมาณการกำไร ปี 60-62 ลง 7% จากสมมติฐานรายได้และอัตรากำไรที่ลดลง

          ช่วง 1-2 ไตรมาสที่ผ่านมา หุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลหลายๆ แห่งถูกกดดันจากผลประกอบการเติบโตชะลอตัวลง และ CHG ก็เป็นหนึ่งในนั้น ด้วยการคาดหวังต่อตัวหุ้น สะท้อนผ่านค่า P/E ของหุ้นในกลุ่มนี้ที่สูงเกิน 30 เท่าเป็นส่วนมาก เมื่อการเติบโตไม่เป็นไปตามคาดหวัง ก็อาจจะไม่น่าแปลกใจที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลงต่อเนื่อง ส่วนการจะเห็นหุ้นอย่าง CHG กลับมาเป็นขาขึ้นอีกเมื่อไหร่นั้น อาจจะต้องเริ่มจากทิศทางกำไรที่ควรจะกลับมาเติบโตอย่างเห็นได้ชัด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด