หุ้นฮ็อต

| 16 พฤษภาคม 2560 | 09:31

FN โดยสอยร่วง โบรกฯ หั่นเป้าหลังผิดหวังงบ Q1/60

  FN ร่วงหนัก หลังประกาศงบ Q1/60 กำไรทรุดกว่า 30% ต่ำกว่าคาดอย่างมาก โบรกฯ ตบเท้าหั่นเป้าหมายลง จาก 10 บาท เหลือ 6-7 บาท จับตางบไตรมาส 2 จะกระเตื้องหรือไม่ ขณะที่ยังเทรด P/E สูงกว่า 43 เท่า

  ราคาหุ้น บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) หรือ FN ถูกเทขายอย่างหนัก ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน โดยล่าสุดปิดที่ 5.70 บาท ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 263% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่เทรดวันละ 4 ล้านหุ้น ขึ้นมาเป็น 11 ล้านหุ้นเมื่อวานนี้ (15 พ.ค.)
  FN ดำเนินธุรกิจศูนย์จัดจำหน่ายสินค้า ประเภท เอ๊าท์เลท โดยสินค้าที่วางจำหน่ายเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบริษัทจัดหาผ่านการสั่งผลิตจากผู้ผลิตสินค้าทั้งภายในและต่างประเทศโดยตรง และตราสินค้าอื่นๆ ซึ่งบริษัทรับฝากขายและรับซื้อเพื่อมาวางจำหน่าย โดยสินค้าที่วางจำหน่ายมีความหลากหลาย และสามารถตอบสนองความต้องการซื้อของผู้ซื้อในทุกเพศทุกวัย
  บริษัทฯ เพิ่งเข้าซื้อขายใน SET เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 59 ที่ผ่านมา ราคา IPO ที่ 3.88 บาท โดยในช่วงแรกที่เข้าซื้อขาย ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทำ High ที่ 9.50 บาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 145% จากราคา IPO ในเดือน ธ.ค. 59 จากนั้นก็ประเดิมติดแคชบาลานซ์ทันที
  สัญญาณหุ้น FN ที่เจอแรงขายอย่างหนัก เป็นผลโดยตรงหลังจากประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/60 กำไรสุทธิลดลงกว่า 30% ซึ่งถือว่าผิดจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ค่อนข้างมาก ส่งผลให้ล่าสุดหลายโบรกเกอร์ ออกมาปรับประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของ FN ลง
  FN เปิดเผยผลประกอบการงวด Q1/2560 ว่ามีกำไร 22.68 ล้านบาท ลดลง 30.55% จากงวดเดียวกันปี 2559 ที่มีกำไร 32.66 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากรายได้จากการขายที่ลดลง 2.98 ล้านบาท แต่ในทางกลับกันมีรายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้น 2.27 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27.32 ขณะที่ยอดขายของสาขาเดิมยังไม่มีการขยายตัว เนื่องจากการจับจ่ายใช้สอยของภาคครัวเรือนที่ยังไม่ฟื้นตัวขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ แต่บริษัทยังคงรักษายอดขายรวมในปี 2560 ไว้ได้ใกล้เคียงปี 2559
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า FN รายงานกำไร 1Q60 เท่ากับ 23 ล้านบาท (-31%YoY และ -52%QoQ) แย่กว่าคาด เนื่องจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) หดตัว การเข้ามาของยอดขายสาขาใหม่ทำให้ยอดขายเป็นเพียงทรงตัวเท่านั้น, มาร์จิ้นลดลงเป็น 43% จาก 44.6% ใน 1Q59 เพราะสัดส่วนยอดขายสินค้าแบรนด์ตัวเองที่มีมาร์จิ้นสูงลดลง
  ขณะเดียวกันยอดขายแบรนด์ตัวเองก็มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำลงเป็น 63% จาก 66% ใน 1Q59 และ SG&A สูงขึ้นเป็น 36.2% ของยอดขายใน 1Q60 จาก 30.7% ใน 1Q59 เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาและค่าที่ปรึกษาในการทำแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ
  คาดว่ากำไร 2Q60 และ 2H60 จะดีขึ้น โดยยอดขายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ดีขึ้น และยอดขายสาขาใหม่ (หาดใหญ่) เข้ามาช่วยเสริม รวมทั้งจะมีเปิดสาขาที่ 10 ใน 3Q60 เข้ามาหนุนต่อด้วย
  แนะนำซื้อ แต่ปรับลดราคาพื้นฐานเป็น 6.70 บาท (อิง PEG 1 เท่า โดยคาดกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ยช่วงปี 60-61-62 ที่ 35% ต่อปี) 
  โดยปรับประมาณการกำไรปี 60-61 ลง 20% และ 14% ตามลำดับ สะท้อนการบริโภคภายในที่ฟื้นตัวช้า ทำให้คาดว่า SSSG ปีนี้จะทรงตัว จากเดิมใช้สมมติฐาน +5%, ปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นลดปี 60 จาก 46.6% เป็น 45.5% และปี 61 จาก 47.2% เป็น 45.7%
  ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุกำไรสุทธิ 1Q17 ของ FN เท่ากับ 23 ล้านบาท (-51.1% Q-Q, -30.3% Y-Y) ต่ำกว่าคาดมาก (เราคาดที่ 43 ล้านบาท) ถือเป็นกำไรที่น่าผิดหวัง จาก SSSG ที่ติดลบมากกว่าคาดสูงเป็นระดับสองหลัก แม้ผลงานที่สาขาอยุธยาจะทำได้ดี แต่ยังไม่สามารถหักล้างผลลบจากการหดตัวของ SSSG ได้ทั้งหมด ทำให้รายได้รวม -13.5% Q-Q และ -1.2% Y-Y 
  ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลงแรงมาอยู่ที่ 43% (ต่ำกว่าที่เราคาดที่ 44.6%) จาก 44.3% ใน 4Q16 และ 44.6% ใน 1Q16 จากการเร่งทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นรายได้ แต่กลับไม่เป็นผลสำเร็จ และด้วยฐานรายได้ที่อ่อนแอ กอปรกับค่าใช้จ่ายบริหารที่สูงขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 36.2% จาก 31.7% ใน 4Q16 และ 30.7% ใน 1Q16
  จากแนวโน้ม SSSG ที่ยังดูไม่สดใส แม้จะเริ่มมีการฟื้นตัวใน 2QTD และยังมองว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี แต่น่าจะเป็นไปในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นด้วยฐานที่ติดลบค่อนข้างมากใน 1Q17 เราจึงปรับลดสมมติฐาน SSSG และอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้ลง และนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2017 ลง 15% เป็น 177 ล้านบาท เติบโต 21% Y-Y ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และยังคงสมมติฐานเปิดสาขาใหม่ปีนี้ 2 แห่ง โดยบริษัทได้เปิดไปแล้ว 1 แห่งที่หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ที่ผ่านมา น่าจะช่วยหนุนให้ผลประกอบการฟื้นตัวได้ใน 2Q17 ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อน และมีเทศกาลวันหยุดยาว และคาดจะเปิดสาขาใหม่อีก 1 แห่งที่จ.ฉะเชิงเทราในช่วง 2H17
  โดยเราคาดกำไรจะอ่อนตัวลงใน 3Q17 เพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ และจะกลับมาดีและอาจเป็นจุดสูงสุดของปีใน 4Q17 เพราะเป็น High Season ทั้งนี้จากการปรับลดประมาณการกำไรเป็นการเติบโต 21% จากเดิมคาดโต 43% Y-Y ทำให้คาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2017 – 2019 ลดลงเหลือ 24% จากเดิม 28% CAGR นำไปสู่การปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 7.5 บาท จากเดิม 10.2 บาท (DCF) จากราคาหุ้นที่ปรับลงมาแรง ที่ราคาเป้าหมายใหม่มี Upside 24% จึงยังคงคำแนะนำ ซื้อลงทุน

 กล่าวได้ว่า ที่ผ่านมา FN ซื้อขายด้วยความคาดหวังที่ค่อนข้างสูงของนักลงทุน ที่ให้พรีเมียมจนหุ้นเทรดที่ P/E สูงกว่า 50 เท่า ในช่วงก่อนหน้านี้ และแม้ว่าราคาจะร่วงลงจาก 9 บาทเหลือต่ำกว่า 6 บาท ค่า P/E ก็ยังสูงกว่า 43 เท่า เทียบกับหุ้นในกลุ่มที่อยู่ระดับ 30 เท่า เท่านั้น ขณะที่บทวิเคราะห์ส่วนใหญ่ แม้ปรับราคาเป้าหมายลง แต่ยังแนะนำ "ซื้อ" เพราะมีความหวังว่าผลการดำเนินงานจะดีขึ้นในไตรมาส 2 และไตรมาสสุดท้ายของปี แต่ในความเป็นจริง ผู้บริหารจะฝ่าความท้าทายเหล่านี้ไปได้หรือไม่ ยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตา

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด