หุ้นฮ็อต

| 15 พฤษภาคม 2560 | 14:02

ผถห. KOOL หนาวจับใจ งบโค้งแรกพลิกขาดทุน

     "มาสเตอร์คูล" ราคาดิ่งกว่า 21% ทำนิวโลว์ในรอบ 10 เดือน ผิดหวังงบโค้งแรกพลิกขาดทุน กระอักคู่แข่งนอกตลาดหั่นราคาสู้ ขณะที่ตลาดรวมพัดลมไอเย็นหดตัว เหตุอากาศไม่ร้อนจัดอย่างที่คาด จับตากลยุทธ์ปั๊มกำไรครึ่งปีหลังไม่หมู ท่ามกลางโลว์ ซีซั่น

  บมจ.มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล ( KOOL) ราคาร่วงแรงตั้งแต่เปิดการซื้อขาย โดยราคาหุ้นเปิดที่ 3.38 บาท ก่อนร่วงลงต่ำสุดที่ 3.32 บาท หรือลดลงกว่า 21% ทำนิวโลว์ในรอบ 10 เดือน ก่อนปิดภาคเช้าที่ 3.50 บาท ลดลง 0.74 บาท หรือ 17.45% มูลค่าการซื้อขาย 119.85 ล้านบาท สูงสุดอันดับ 2 ในตลาด mai 
  KOOL ทำธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์พัดลมไอเย็น พัดลมไอน้ำ และพัดลมอุตสาหกรรม ภายใต้ตราสินค้าหลัก MASTERKOOL นอกจากนี้ ยังให้บริการเช่าใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ออกแบบ และติดตั้งระบบระบายความร้อน และระบบโอโซน
 KOOL เข้าเทรดในตลาด mai เมื่อเดือน ก.ย.ปี 58 ด้วยราคา IPO ที่ 1.80 บาท ซึ่งในปีแรกของการเข้าเทรด ผลกำไรลดลงเหลือเพียง 8 ล้านบาท ก่อนจะก้าวกระโดดเป็นกำไร 87 ล้านบาท ในปี 59
  ในช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาราคาหุ้น KOOL ขึ้นไปทำ High ถึง 8.35 บาท ซึ่งในช่วงนั้นถูกเก็งกำไรจากความคาดหวังที่ว่างบไตรมาสแรกจะพลิกมีกำไร เพราะตามปกติก่อนที่จะเข้าไฮซีซั่นในไตรมาส 2 จะมีออร์เดอร์สั่งซื้อพัดลมเข้ามาล่วงหน้าในไตรมาส 1 เพื่อสต็อกสินค้าไว้ขาย
  บทวิเคราะห์ "บล.ไอร่า" ได้คาดการณ์ว่า KOOL จะพลิกมีกำไรใน Q1/60 จากที่ขาดทุนใน Q3-4 และจะดีสุดใน Q2/60 ซึ่งเป็นหน้าร้อนและเป็นไฮซีซั่น โดยดีลเลอร์จะสั่งซื้อสินพดลมไอเย็นล่วงหน้า หรือประมาณเดือน ม.ค.-ก.พ. เพื่อสต็อกสินค้าไว้ขายหน้าร้อนในช่วง Q2 
  สัญญาณหุ้น KOOL ดิ่งลงอย่างหนักเช้านี้ หลังตลาดผิดหวังงบไตรมาสแรกที่พลิกเป็นขาดทุน 17 ล้านบาท ส่งผลให้ราคา KOOL ลดลงกว่า 60% ภายในเวลาเดือนเศษๆ เท่านั้น นับจากที่ขึ้นไปสูงสุด 8.35บาท ในช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
  KOOL แจงสาเหตุของผลขาดทุนว่า มาจากการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาด และใช้กลยุทธ์ราคาเข้าสู้ ทำให้ KOOL ต้องยอมลดราคาสินค้าลงมาแข่งด้วย ทำให้กระทบกับอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 23.93% จาก 35.87% YoY ขณะเดียวกันยังต้องเพิ่มงบประมาณจัดโปรโมชั่น ประกอบกับสภาพอากาศที่ไม่ร้อนเหมือนที่คาด และมีปริมาณฝนสูงสุดในรอบ 5 ปี ทำให้ความต้องการซื้อสินค้าพัดลมไอเย็นในภาพรวมหดตัวลง
 ส่วนตลาดที่พอจะเป็นความหวังของ KOOL คือ ตลาดส่งออก เพราะคู่แข่งยังมีน้อย ทำให้ยอดขายเติบโตสวนในประเทศ ปัจจุบันขยายไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก แต่ช่องทางนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าทุกช่องทาง ทำให้โดยรวมแล้วผลประกอบการ Q1 ขาดทุน 
  ประเด็นที่ต้องจับตาคือ การปั๊มตัวเลขอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นมาให้อยู่ในระดับเป้าหมาย ดังที่ผู้บริหารเคยระบุเมื่อเดือน มี.ค.ว่าจะรักษาไม่ต่ำกว่า 30% จะทำได้หรือไม่ เพราะไตรมาสแรกผลกระทบจากการแข่งขันก็ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 23.93% 
  นอกจากนี้ ช่วงต้นปีโบรกฯ ประเมินราคาเป้าหมายในช่วง 7.00-8.20 บาท บนคาดการณ์กำไรปีนี้ 130-140 ล้านบาท ซึ่งอาจจะดูสูงไปเมื่อเทียบกับ เป้าหมายรายได้ปีนี้ที่ผู้บริหารคาดโต 40% และเป้าหมายอัตรากำไรสุทธิปีนี้ไม่ต่ำกว่า 10% หากคิดเป็นกำไรก็ราว 124 ล้านบาท แต่ไตรมาสแรกซึ่งเป็นความหวังก็ขาดทุนแล้ว 17 ล้านบาท!
  โดยต้นปี บล.เคทีบี ประเมินราคาเป้าหมาย 7 บาท บนสมมุติฐานกำไรสุทธิปี60 อยู่ที่ 140 ล้านบาท , บล.ไอร่า ประเมินไว้ที่ 8.20 บาท บนสมมุติฐานกำไรสุทธิปี60 อยู่ที่ 130 ล้านบาท

 ปกติแล้วงบครึ่งปีแรกของ KOOL จะเป็นไฮซีซั่น ส่วนครึ่งปีหลังเข้าโลว์ซีซั่นและผลประกอบการมักจะขาดทุน แต่ปีนี้งบไตรมาสแรกออกมาขาดทุน จึงน่าจับตาว่าในช่วงที่เหลือของปี บริษัทฯ จะทำกำไรได้อย่างไรท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงด้านการแข่งขันในธุรกิจที่รุนแรง ซึ่งเห็นผลกระทบชัดเจนในโค้งแรกที่ผ่านมา

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด