หุ้นฮ็อต

| 15 พฤษภาคม 2560 | 09:25

LPN ร่วง 5 วันติด รับกำไรวูบ 55% โอกาสซื้อหรือซึมยาว?

  LPN ดิ่ง 10% ภายใน 5 วัน ทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 5 เดือน หลังโชว์กำไรโค้งแรกปี 60 ลดลง 55% แต่นักวิเคราะห์ยังแนะนำ ‘ถือ – ซื้อ’ เหตุ backlog ฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี และปันผลสูงเกิน 5% ขณะที่แนวโน้มรายได้ทั้งปีส่อติดลบเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

  ราคาหุ้น บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN ลดลง 5 วัน ติดต่อกัน จากระดับ 12.1 บาท มาปิดที่ 10.8 บาท หรือลดลงราว 10% โดยถูกกดดันจากผลประกอบการไตรมาส 1/60 ที่บริษัทประกาศออกมามีกำไรเพียง 315.18 ล้านบาท ลดลงถึง 55% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เช่นเดียวกับรายได้ที่ลดลงมาเหลือ 2,472.66 ล้านบาท ลดลงไป 44%
  ย้อนกลับไปช่วงต้นปี 58 หุ้น LPN ยังซื้อขายกันในระดับ 20 บาท ก่อนจะไหลลงต่อเนื่องตามผลประกอบการที่ออกมาในปี 59 และแนวโน้มว่าจะลดลงต่อเนื่องในปีนี้ แต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ราคาหุ้น LPN เริ่มเด้งขึ้นมาพร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น จากราว 10 บาท ไปแตะ 13.60 บาท ก่อนจะย่อตัวลงมาอยู่ในระดับนี้
  LPN ประกอบธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้วิสัยทัศน์เพื่อความยั่งยืน คือ สร้างความสมดุล และบูรณาการประสิทธิภาพในมิติผลประกอบการ รวมถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียจากการดำเนินงาน เพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  รายได้หลักของ LPN 90% มาจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ซึ่งในไตรมาส 1/60 รายได้จากการขายลดลงถึง 46.7% จาก 4,252.02 ล้านบาท มาเหลือ 2,266.44 ล้านบาท โดยบริษัทให้เหตุผลว่าเป็นผลจาก ‘สถานภาพทางการเงินของกลุ่มเป้าหมาย อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ รวมถึงวงจรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
  โครงการใหม่ของ LPN ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยไตรมาสแรกนี้ มีโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จเพียง 1 โครงการ คือ ลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท 76-แบริ่ง สเตชั่น มูลค่า 1,000 ล้านบาท ส่วนช่วง 9 เดือนที่เหลือของปี 60 มีโครงการที่จะแล้วเสร็จพร้อมส่งมอบอีก 6 โครงการ มูลค่ารวม 5,170 ล้านบาท และมีแผนเปิดตัวอีก 8 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 14,800 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 31 มี.ค. 60 มี Backlog รวม 5,060 ล้านบาท แบ่งเป็นการโอนในปีนี้ 2,980 ล้านบาท และปี 61 อีก 2,080 ล้านบาท
  ทั้งนี้ เริ่มเห็นสัญญาณการผ่านจุดต่ำสุดของยอดขายและ Backlog ซึ่งฟื้นตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี
  โดย บล.เคจีไอ ยังคงแนะนำให้ซื้อ LPN โดยให้ราคาเป้าหมายที่15 บาท อิงจาก PER ที่ 12 เท่า เนื่องจากเชื่อว่าบริษัทน่าจะผ่านช่วงที่ย่ำแย่ที่สุดไปแล้ว ดังจะเห็นได้จากยอดพรีเซลล์ที่ดีขึ้น และ Backlog ที่ฟื้นตัว ตามจังหวะที่เร่งขึ้นของการระบายสต็อกเก่า และพรีเซลล์ของโครงการใหม่ที่มีกำหนดโอนในไตรมาส 4/60 โดยพรีเซลล์ของ LPN ในช่วง 4 เดือนแรกอยู่ที่ 5,900 ล้านบาท จากการระบายสต็อกเก่า 31% และจากโครงการที่เปิดใหม่ 69% 
  นอกจากนี้ ตัวเลข Backlog ได้แสดงว่าช่วงเลวร้ายที่สุดของบริษัทได้ผ่านพ้นไปแล้ว โดยล่าสุด Backlog อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท ในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 1/58 ที่ 19,000 ล้านบาท หลังจากได้ปรับตัวลดลงมาเรื่อยๆ จนต่ำสุดที่ 1,700 ล้านบาท ในไตรมาส 4/59
 แนวโน้มทั้งปี 60 น่าจะยังอ่อนตัวเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน แต่ได้ปันผลเกิน 5% เข้ามาชดเชย
  บล.ทรีนีตี้ แนะนำ "ถือ" เนื่องจาก LPN ให้ปันผลที่สูงถึง 5.4% ที่ราคาเป้าหมาย 10.80 บาท อิงค่า P/E ที่ 11 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยใหม่ ย้อนหลัง 5 ปี (จากเดิมที่ 9 เท่า) เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยงจากระดับ Backlog และ Take up rate ต่ำ แต่เราเริ่มเห็น Momentum การขายที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงต้นปี คาดกำไรต่อหุ้นสำหรับปี 60 ที่ 0.98
  ทั้งนี้ ยังคงประมาณการณ์รายได้รวมปี 60 ที่ 14,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 1,450 ล้านบาท โดยจะเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ที่อัตราการเติบโตของรายได้ติดลบ อย่างไรก็ดี ทาง LPN ได้มีการปรับกลยุทธ์มาเจาะตลาดกลุ่มกลาง-บน มากขึ้น โดยที่จะพัฒนาโครงการที่อยู่ในบริเวณเมือง เพื่อที่จะลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (ยอดปฏิเสธสินเชื่อปี 59 อยู่ที่ 30% ปรับตัวสูงขึ้นจากปี 58 ที่ 10%)
  เช่นเดียวกับ บล.บัวหลวง ที่มองว่าจากสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง LPN จะสามารถเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลต่อกำไรที่สูงขึ้น (เราประมาณการณ์ที่ 77%) สำหรับปี 60 เพื่อรักษาระดับเงินปันผลต่อหุ้นที่ 0.90 บาท ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 8%
  เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อเพื่อเก็งกำไร” ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 60 ที่ 14.60 บาท อิงจาก PER ปี 60 ที่ 12 เท่า เนื่องจากกำไรที่ไม่น่าตื่นตาตื่นใจในไตรมาส 2/60 ได้สะท้อนในราคาหุ้นเรียบร้อยแล้ว เราจึงมองข้ามไปยังยอดจองซื้อที่เติบโตแรงในปีนี้ และกำไรที่คาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในไตรมาส 4/60 เนื่องจากยอดจองซื้อน่าจะเป็นผู้นำในกลุ่มสำหรับปี 60 ซึ่งพลิกกลับจากปี 59 ที่ยอดจองซื้อต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี โดยการฟื้นตัวจะรับรู้ได้ในปี 61

  อย่างไรก็ดี ราคาหุ้น LPN ที่ลดลงถึง 10% ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา น่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นไม่มากก็น้อย ฉะนั้นการจะเข้าไปเก็งกำไรในระยะสั้น คงจะต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดไม่เป็นใจนัก ส่วนเงินปันผลที่นักวิเคราะห์มองว่าจะอยู่ในระดับสูงนั้น คงจะต้องติดตามสถานการณ์ของยอดขายว่าจะเป็นไปตามที่หวังไว้หรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด