หุ้นฮ็อต

| 11 พฤษภาคม 2560 | 14:00

อึ้ง SINGER พลิกขาดทุนรอบ 32 ไตรมาส จับตาปีนี้เทิร์นอะราวด์จริงหรือ?

 SINGER ดิ่งกว่า 15% เซอร์ไพร์สงบ Q1/60 พลิกขาดทุนรอบ 32 ไตรมาส ผลจากยอดขายลด - ค่าใช้จ่ายพุ่งจากการยกเครื่องภายใน ลุ้น Q2 เป็นตัวชี้พ้นจุดต่ำสุดหรือยัง และทั้งปีเทิร์นอะราวด์ได้หรือไม่ หลังปรับระบบมาร่วม 2 ปีนับแต่ JMART เข้าถือหุ้นใหญ่ 

  บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย หรือ SINGER ราคาร่วงแรงตั้งแต่เปิดการซื้อขาย พร้อมปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติ โดยราคาเปิดที่ 12.30 บาท และร่วงแตะ 11.80 บาท หรือลดลงกว่า 15% ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 12 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 14.29% ติดอันดับ Top3 หุ้นที่ปรับลงมากที่สุดในช่วงเช้า ด้วยวอลุ่มซื้อขายมากกว่าปกติ 200% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
  SINGER เป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ ซิงเกอร์ ” เช่น จักรเย็บผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน นอกจากนี้ ยังจำหน่ายสินค้าเชิงพาณิชย์ เช่น ตู้แช่ เครื่องมือ-อุปกรณ์ทางการเกษตร ตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือออนไลน์ ตู้เติมน้ำมันแบบหยอดเหรียญ และเครื่องทำน้ำหวานเกล็ดหิมะ 
  เมื่อกลางปี 58 ที่ผ่านมา บมจ.เจ มาร์ท ( JMART ) ได้เข้าซื้อหุ้น SINGER สัดส่วน 24.99% ส่งผลให้ JMART ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน SINGER แทน Singer (Thailand) B.V. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จากเนเธอแลนด์ 
  ราคาหุ้น SINGER เคลื่อนไหวอย่างโดดเด่นตั้งแต่ต้นปี 60 ที่ผ่านมา โดยขึ้นไปทำนิวไฮรอบกว่า 2 ปีที่ 15.60 บาท ในเดือน เม.ย.จากความคาดหวังการ "เทิร์น อะราวด์" ในปีนี้ ภายหลังกลุ่ม JMART ได้ส่งทีมบริหารชุดใหม่เข้ามา "รื้อระบบ" ตั้งแต่ช่วงปี59 โดยปรับปรุงระบบติดตามหนี้ และปรับเปลี่ยนรูปแบบการชำระค่างวดสินค้า หวังลดการทุจริตและคอร์รัปชั่น
 แต่ SINGER กลับทำเซอร์ไพร์สด้วยการแจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1/60 มีผลขาดทุนเกือบ 20 ล้านบาท นับเป็นการพลิกขาดทุนครั้งแรกในรอบ 32 ไตรมาส หรือราว 8 ปี ส่งผลให้ตลาดผิดหวังอย่างหนัก 
  SINGER แจงว่าผลประกอบการที่ขาดทุน 20 ล้านบาท หรือ ลดลง 137.7% จาก Q1/59 ที่มีกำไรสุทธิ 53 ล้านบาท สาเหตุมาจากรายได้ลดลง 11.7% ผลจากยอดขายสินค้าหลักลดลง 21.1% เนื่องจากการขายสินค้าเชิงพาณิชย์และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ลดลง ยกเว้นกลุ่มโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นกลุ่มสิ้นค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ ขณะที่ดอกเบี้ยรับจากบัญชีเช่าซื้อลดลง 16.9% 
 ตรวจสอบความเห็นนักวิเคราะห์ ล้วนมีมุมมองบวก ต่อการเปลี่ยนวิธีดำเนินธุรกิจครั้งใหญ่ของSINGER ไปสู่การใช้ระบบ แทนการพึ่งพิงพนักงานขาย ซึ่งจะทำให้ยอดขายโตเร็ว และไม่เป็นภาระต่อกระแสเงินสด
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (MBKET) ระบุว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1-2 จะเป็นตัวพิสูจน์ว่า ผลการดำเนินงานของ SINGER จะผ่านจุดต่ำสุดหรือยัง ซึ่ง MBKET มีมุมมองบวก ต่อการพยายามปรับวิธีการทำงานไปสู่การใช้ระบบ แทนที่จะพึ่งพิงพนักงานขาย ซึ่งระบบนี้คาดจะทำให้ยอดขายที่เติบโตสูง-เร็ว ไม่เป็นภาระต่อกระแสเงินสด และได้สินเชื่อคุณภาพดีขึ้น ขณะที่ฐานเงินทุนที่พร้อม net D/E ต่ำ 0.3 เท่า และมีวงเงินสำหรับออกหุ้นกู้เพียงพอ 
  อย่างไรก็ดี ระหว่างการปรับเปลี่ยนนี้ อาจเกิดค่าใช้จ่ายกดดันผลประกอบการในครึ่งแรกปี60 ได้ ดังนั้นผลการดำเนินงาน 2 ไตรมาสแรก จะเป็นตัวบ่งบอกสำคัญ เพื่อหา earnings bottom ของบริษัท 
  บล.ทิสโก้ แนะนำ “ถือ” จากเดิม "ขาย" ประเมินราคาเป้าหมาย 14.5 บาท หลังมอง 3 ปัจจัยบวก ได้แก่ 
  1) ยอดขายเริ่มฟื้นตัวทั้งโทรศัพท์มือถือและการออกสินค้าใหม่ๆ สร้างรายได้เพิ่มขึ้น 
  2)ปรับโครงสร้างธุรกิจช่วยลดต้นทุนและสร้างกำไรเพิ่มขึ้น 
  3) ยังมี upside จากการเพิ่มธุรกิจปล่อยสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ 
  แม้ผลงานพลิกขาดทุนแต่นี่เป็นเพียงแค่ไตรมาสแรก เหลืออีก 3 ไตรมาสที่ SINGER จะต้องพิสูจน์ผลงานภายใต้การบริหารของทีมใหม่จาก JMART ซึ่ง "นงลักษณ์ ลักษณะโภคิน" กรรมการผู้จัดการใหญ่ ที่เคยคาดว่ากำไรสุทธิปี 60 จะดีกว่าปี 59 ที่ทำได้ 119.81 ล้านบาท ขณะที่การเปลี่ยนระบบเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา 

  จึงกล่าวได้ว่า ที่ผ่านมาราคาหุ้น SINGER ตอบรับความคาดหวังที่ "มากเกินไป" ดังนั้นจึงยังต้องจับตาว่า "จุดต่ำสุด" ของ SINGER จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และปีนี้ จะเป็นปีแห่งการ "เทิร์นอะราวด์" ได้จริงตามที่ผู้บริหารและนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้หรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด