หุ้นฮ็อต

| 5 พฤษภาคม 2560 | 09:36

จับตา THAI หลังติด Cash Balance เจ้ามือว่าไง??

  THAI แรงเวอร์!! วอลุ่มทะลัก ดันราคาพุ่งวันเดียวเกือบ 19% ล่าสุด ตลท.จับติด Cash Balance ถึง 25 พ.ค. นี้ พร้อมสั่งชี้แจง จับตาวันนี้ถ้าเจ้ามือลากต่อ มีอินไซด์แน่นอน

  ราคาหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ร้อนแรงอย่างผิดปกติในการซื้อขายวานนี้ (4 พ.ค.) โดยพุ่งขึ้นทำ High ที่ 21 บาท หรือบวกกว่า 19% ก่อนปิดที่ 20.90 บาท เพิ่มขึ้น 3.30 บาท หรือ 18.75% มูลค่าการซื้อขายอันดับ 1 ที่ 4,134 ล้านบาท และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติกว่า 4,384% เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่ซื้อขายวันละ 4.8 ล้านหุ้น ขึ้นมาเป็น 210 ล้านหุ้น หรือ 10% ของหุ้นทั้งบริษัท
  ความร้อนแรงของราคาหุ้น THAI ส่งผลให้เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย ตลาดหลักทรัพย์สั่งซื้อขายด้วยบัญชีเงินสด (Cash Balance) ตั้งแต่วันที่ 5-25 พ.ค. นี้
  ตรวจสอบประเด็นข่าวที่จะเป็นบวกต่อหุ้น THAI พบว่ามีอยู่ราว 2 ประเด็นคือ ในวันที่ 8 พ.ค. 60 นี้ บริษัทฯ จะได้รับมอบใบรับรองผู้ดำเนินอากาศใหม่ (AOC) จาก กทพ. รวมไปถึงแรงเก็งกำไรผลการดำเนินงานไตรมาส 1/60 ที่คาดว่าจะมีกำไรราว 2.4 พันล้านบาท จากไตรมาส 4/59 ที่ขาดทุน แต่ก็ลดลงมากหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรราว 6 พันล้านบาท
  นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ THAI ระบุในเอกสารเผยแพร่ว่า สายการบินไทยจะรับมอบใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (Re-certification of Air Operator Certification: AOC) และใบอนุญาตขนส่งวัตถุอันตราย จากนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เป็นประธานในพิธีในวันจันทร์ที่ 8 พ.ค. 60
  บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่าไตรมาส 1/60 จะมีกำไรสุทธิ 2,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก Q4/59 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 1,400 ล้านบาท ส่วนทั้งปีคาดว่า THAI จะพลิกมีกำไรสุทธิที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท ตามผลการปฏิรูปในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น และมีความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น ขณะเดียวกันจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังเติบโตดีต่อเนื่องช่วยผลักดันเป็นระยะ
  แนะนำนักลงทุนเน้น ถือ เพราะราคาปัจจุบันถือว่าเริ่มปรับตัวสูงแล้ว โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 19.10 บาท
  ขณะที่พบว่า THAI เป็นหนึ่งหุ้นที่อาจจะถูกตัดออกจากการคำนวณ SET50 ซึ่งการที่ราคาหุ้นถูกดันขึ้นมา ส่งผลให้มาร์เก็ตแคปขึ้นมาอยู่ที่ลำดับ 45 จากช่วงก่อนหน้านี้ที่อยู่ลำดับเกือบสุดท้าย
  บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า เราได้ทำการคำนวณหุ้นที่มีโอกาสถูกนำเข้า/ตัดออกจากการคำนวณดัชนี SET50 และ SET100 ในรอบถัดไปซึ่งจะมีผลวันที่ 3 กรกฎาคม โดยใช้ข้อมูลจนถึงวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา (ข้อมูลจริงจะใช้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคมนี้) คาดมีผลดังต่อไปนี้
  1) หุ้นที่มีโอกาสถูกนำเข้าดัชนี SET50 ได้แก่ BJC, EA, BPP, RATCH, MTLS, SCCC, TISCO, JAS
  2) หุ้นที่มีโอกาสถูกตัดออกจากดัชนี SET50 ได้แก่ PSH, CENTEL, CK, BCP, WHA, BA, PTG, THAI
  ผู้สื่อข่าวรายงานจากตลาดหลักทรัพย์ว่า ณ วันที่ 3 พ.ค. ซึ่งหุ้น THAI ปิดที่ 17.60 บาท มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 38,000 ล้านบาท เกือบสุดท้ายใน SET50 ขณะที่ล่าสุดราคาหุ้นปิดที่ 20.90 บาท ส่งผลให้มาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 45,000 ล้านบาท ขึ้นมาเป็นอันดับ 45 ทันที แต่ราคาหุ้นที่พุ่งแรง ก็ทำให้ P/E ล่าสุดอยู่ระดับสูงกว่า 3,013 เท่า
  ตรวจสอบฐานะทางการเงินของ THAI พบว่าค่อนข้างอ่อนแอ แม้ล่าสุดปี 59 จะพลิกมีกำไรสุทธิราว 15 ล้านบาท แต่ก็ยังมีขาดทุนสะสมกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท ขณะที่หนี้สินต่อทุน (D/E) สูงถึง 7.45 เท่า และมีกระแสเงินสดสุทธิติดลบกว่า 7.4 พันล้านบาท โดยการบินไทยยังมีภาระต้องจ่ายเงินเพิ่มทุนในนกแอร์ (NOK) ตามสัดส่วนการถือหุ้นคิดเป็นเงินประมาณ 588 ล้านบาท

  แม้ว่าพื้นฐานหุ้น THAI ชัดเจนว่าจะ "ดีขึ้น" โดยในปีนี้มีโอกาสทำกำไรสุทธิกว่า 3 พันล้านบาท แต่ราคาหุ้นที่ระดับเกิน 20 บาท ก็ถือว่าเกินกว่าราคาเหมาะสมที่นักวิเคราะห์ประเมินที่ระดับราว 18-19 บาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหุ้นถูกสกัดความร้อนแรงด้วย Cash Balance ทำให้ต้องจับตาว่าความเคลื่อนไหวในวันนี้จะเป็นอย่างไร ถ้า "เจ้ามือ" ยังลากต่อ ก็เป็นไปได้ว่าจะต้องมีอินไซด์ในหุ้นตัวนี้ สิ่งที่ต้องระวังก็คือ "ฐานะทางการเงิน" ที่อ่อนแอ อาจมีความจำเป็นต้อง "เพิ่มทุน" ในอนาคตหรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด