หุ้นฮ็อต

| 4 พฤษภาคม 2560 | 09:20

BCPG ลุ้นขาขึ้นรอบใหม่ แต่อัพไซด์เริ่มจำกัด แม้โบรกฯ แห่เพิ่มเป้า

  BCPG วิ่ง 12% ภายใน 5 วัน รับข่าวอนุมัติซื้อโรงไฟฟ้าหนุนกำลังการผลิตอีก 151 เมกะวัตต์ ขณะที่นักวิเคราะห์แห่ปรับประมาณการขึ้น แต่ราคาปัจจุบันเหลืออัพไซด์เพียง 9.5% ขณะที่ผู้บริหารไล่สะสมหุ้นรวม 6.7 แสนหุ้น ราคาเฉลี่ย 12.34 บาท

  เมื่อ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติการเข้าลงทุนซื้อหุ้น บริษัท สตาร์ เอ็นเนอร์ยี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (SEGHPL) สัดส่วน 33% ราคา 357.5 ล้านเหรียญ หรือ 12,340.9 ล้านบาท
  สำหรับ SEGHPL เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งในสิงคโปร์ ประกอบธุรกิจการถือหุ้นในบริษัทอื่น โดยการเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวเพื่อการเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพในประเทศอินโดนีเซีย ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ Wayang Windu โรงงานไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ Salak และโรงงานไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ Darajat
  BCPG บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน รวมถึงลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
  หลังจากเปิดเผยข่าวดังกล่าว ราคาหุ้น BCPG วิ่งขึ้นตอบรับทันที โดยปรับขึ้นต่อเนื่องทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 3 เดือน ล่าสุดปิดที่ 13.7 บาท เพิ่มขึ้นกว่า 12% ในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมา โดยการวิ่งขึ้นครั้งนี้เป็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนหลังจากที่เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 15.9 บาท เมื่อต้นเดือน พ.ย. 59
  การขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมของ BCPG เป็นไปตามเป้าหมายในระยะยาวของบริษัทที่ต้องการจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1,000 เมกะวัตต์ ในปี 63 จากสิ้นปี 59 ที่มีอยู่ 418 เมกะวัตต์ และมีเป้าหมายจะเพิ่มในปีนี้อีก 236 เมกะวัตต์ และอีก 346 เมกะวัตต์ ระหว่างปี 61-63
  บล.ทิสโก้ ระบุว่า แผนในการซื้อหุ้น 1 ใน 3 ของ Star Energy Group Holdings ซึ่งอยู่ระหว่างการรอผู้ถือหุ้นอนุมัติ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน 3 แห่งในอินโดนีเซีย จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นของ BCPG อีกราว 151 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งกำไรอีก 707 ล้านบาท โดยอ้างอิงจากผลกำไรของโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งในปี 59
  ทั้งนี้ ให้สมมติฐานว่าบริษัทจะใช้เงินกู้เต็มจำนวน ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 3% ฉะนั้นจะช่วยหนุนผลประกอบการขึ้น 347 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดไว้ 1.916 พันล้านบาท เป็น 2.3 พันล้านบาท ส่งผลให้กำไรในปีนี้น่าจะเติบโตราว 47% จากปีก่อน ซึ่งเราอยู่ระหว่างการปรับประมาณการ และจะรวมโครงการใหม่เข้าไปในประมาณการในอนาคต
  เช่นเดียวกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า มุมมองเชิงบวกมากขึ้นภายหลังได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัท โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพมีพันธมิตรท้องถิ่นที่เป็นกลุ่มผู้ลงทุนในโครงการเดียวกับโครงการของบริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) ในอินโดนีเซีย ช่วยลดความเสี่ยงการลงทุนในครั้งนี้ได้ในระดับหนึ่ง และการเข้าถือสัดส่วนดังกล่าว จะทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนที่ BCPG เพิ่มขึ้น 181.50 เมกะวัตต์
  จากการประเมินเบื้องต้นบนสมมติฐานเงินลงทุน 12,341 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ในการลงทุนโครงการ 70 ต่อ 30 และผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 12% เราประเมินมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนในครั้งนี้เท่ากับ 1.5-2 บาทต่อหุ้น โดยประเมินจากข้อมูลผลประกอบการปี 59 ของแต่ละโครงการ โดย BCPG จะได้รับส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนการลงทุน เมื่อหักต้นทุนทางการเงินประมาณ 700-800 ล้านบาท (350-400 ล้านบาท สำหรับปี 60 บนสมมติฐานการเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในครึ่งปีหลังปีนี้) คิดเป็น 19-21% และ 35-40% ของประมาณการปี 60 และปี 61 ตามลำดับ
  แม้นักวิเคราะห์จะมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อผลประกอบการของ BCPG และราคาเป้าหมายในปีนี้ แต่การที่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาต่อเนื่อง ทำให้อัพไซด์เริ่มลดน้อยลงสำหรับนักลงทุนที่ยังไม่ได้เข้าลงทุน
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ให้ราคาพื้นฐานในเบื้องต้นที่ 12.8 บาท หากรวมเข้ากับมูลเพิ่มจากการลงทุนครั้งนี้ที่ 1.5-2 บาท จะทำให้ราคาพื้นฐานสูงสุดที่ 14.8 บาท คิดเป็นอัพไซด์จากราคาปัจจุบันราว 8%
  ขณะที่ บล.เคจีไอ ระบุว่า ฝ่ายวิจัยปรับเป้าพื้นฐานของ BCPG ขึ้นเป็น 15 บาท จากเดิม 13.5 บาท หลังการประกาศเข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ 3 แห่ง โดยฝ่ายวิจัยประเมินกำลังการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 149 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 48% จากกำลังการผลิตปัจจุบัน 311 เมกะวัตต์ คาดรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/60 ส่งผลให้ ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปีนี้จะเติบโตราว 65% จากปีก่อน
 อย่างไรก็ตาม อัพไซด์ตามราคาพื้นฐานที่ให้ไว้ลดลงมาเหลือเพียง 9.5% จากราคาปัจจุบัน เท่านั้น
  ทางด้าน ผู้บริหารของ BCPG ยังคงเชื่อมั่นต่ออนาคตของบริษัท หลังจากเข้าตลาดเมื่อปลายปีก่อน พบว่า ผู้บริหาร 3 ราย ทยอยซื้อหุ้นรวมกัน 6.7 แสนหุ้น รวมมูลค่า 8.26 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 12.34 บาท

 BCPG ส่งสัญญาณว่าจะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง แต่ราคาจะไปได้ไกลแค่ไหน คงต้องลุ้นผลประกอบการจากกำลังการผลิตส่วนเพิ่มในปีนี้ว่าจะเป็นไปตามแผนหรือไม่ และการจะเข้าไปเก็งกำไรระยะสั้นก็คงต้องใช้ความระมัดระวังยิ่งขึ้น ด้วยอัพไซด์ตามพื้นฐานที่เริ่มจำกัด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด