หุ้นฮ็อต

| 3 พฤษภาคม 2560 | 09:24

LIT พลิกวิกฤตเป็นโอกาส จับตาอนาคตหลังปรับโครงสร้างทุน

  LIT วอลุ่มเข้า ดันราคากระตุกทำนิวไฮรอบ 3 เดือน หลังพลิกวิกฤตตั๋ว B/E เป็นโอกาสปรับโครงสร้างทุน ด้วยการขาย Warrant โบรกฯ ชี้แม้เกิด dilution effect ในระยะสั้น แต่เป็นการปลดล็อคการเติบโตรอบใหญ่ เสริมฐานะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คาดปีนี้กำไรโตก้าวกระโดด ไตรมาส 1/60 มีโอกาสทุบสถิติสูงสุดครั้งใหม่

  บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT เคลื่อนไหวคึกคักในการซื้อขายวานนี้ (2 พ.ค.) โดยราคาปิดที่ระดับสูงสุดของวัน 11.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท หรือ 8.82% สูงสุดรอบ 3 เดือน ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 838% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
  LIT เข้าระดมทุนในตลาด mai ตั้งแต่เดือน มี.ค. 57 ทำธุรกิจให้บริการสินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีข้อจำกัดในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยแบ่งบริการเป็น 4 ประเภท คือ สินเชื่อสัญญาเช่าทางการเงินหรือลิสซิ่ง สินเชื่อสัญญาเช่าซื้อ สินเชื่อการรับโอนสิทธิเรียกร้องหรือแฟคตอริ่ง และบริการเสริมอื่นๆ เช่น สินเชื่อเพื่อการจัดหาหนังสือค้ำประกันซอง สินเชื่อเพื่อสนับสนุนโครงการ และบริการจัดหาสินค้า โดยมี บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVOA ถือหุ้นใหญ่ 35%
  ผลการดำเนินงาน LIT เติบโตต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (57-59) โดยมีกำไรสุทธิ 47.80 ล้านบาท, 70.45 ล้านบาท และ 100.66 ล้านบาท ตามลำดับ
  ในช่วงปลายปี 59 ที่ผ่านมา LIT เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตตั๋ว B/E แต่บริษัทฯ พลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างทุน ด้วยการการจ่ายหุ้นปันผลและขายวอแรนต์ LIT-W1 เพื่อนำเงินที่ได้ไปทยอยจ่ายคืนตั๋ว B/E รวมถึงรองรับการปล่อยสินเชื่อให้ SMEs ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการปลอดล็อคการเติบโตในรอบใหญ่ และทำให้ LIT แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  นายสมพล เอกธีรจิตต์กรรมการผู้จัดการ LIT เปิดเผยว่าระหว่างวันที่ 17-21 เมษายน 2560ที่ผ่านมา บริษัทฯได้ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (LIT-W1) ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน5 : 4 ในราคา 2.50 บาท/หน่วย ซึ่งสามารถขายได้ทั้งหมด ทำให้บริษัทฯจะมีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเข้ามาอีก 400 ล้านบาท
  LIT-W1 มีจำนวนไม่เกิน 160 ล้านหน่วย เสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดสัดส่วนการถือหุ้นในอัตรา5 หุ้น ต่อ 4 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ ในราคา 2.50 บาทต่อหน่วย อัตราการใช้สิทธิ 2 วอร์แรนต์ต่อ 1 หุ้น ราคาการใช้สิทธิ 4 บาท/หุ้น อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2560 จนถึงวันที่ 25 เมษายน 2565) วันกำหนดการใช้สิทธิวันแรก วันที่ 25 กรกฎาคม 2560
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า แม้ว่าในภาพรวม เราประเมินว่า avg. funding cost จะเพิ่มขึ้น 90bps แต่ระดับ D/E ซึ่งเป็นข้อจำกัดการเติบโตสำคัญของ LIT จะลดลงจาก 3.2x สู่ระดับที่ดี 1.4x ต่ำกว่ากลุ่ม Non-bank ที่เฉลี่ย 2.4x ทำให้ LIT จะขยายพอร์ตสินเชื่อได้โดยง่ายอีก 50% (ราว 3,000 ล้านบาท) สอดรับกับอุปสงค์ในสินเชื่อลูกค้า Factoring ที่สูงมาก โดยลูกค้า 60% ของ LIT จะเป็น SMEs ที่ทำงานให้กับภาครัฐ ส่วนอีก 40% ทำงานให้เอกชนขนาดใหญ่ ทำให้การ Write-off หนี้เสียจึงเคยเกิดเพียง 4 ล้านบาทเท่านั้นใน 10 ปีที่ดำเนินงานมา
  ทั้งนี้การปรับโครงสร้างทางการเงิน จะเปิดโอกาสสำคัญให้แก่ LIT ในการปลดล็อคการเติบโตอีก 1 วงรอบใหญ่ แม้ว่าจะเกิด dilution effect บน ROE ในระยะสั้นปีนี้ แต่ในรายละเอียดทุกมิติของ LIT จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจากผลงานในอดีต การบริหารงานอย่างรอบคอบ เราเชื่อว่า LIT จะทำได้ดีกว่าเป้าหมายอีกหลายครั้ง เราแนะนำสะสม “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2560 ที่ 12.00 บาท/ หุ้น อิง Gordon Growth model
  สอดคล้องกับ บล.โกลเบล็ก ที่ระบุว่า การจ่ายหุ้นปันผลและออกวอแรนท์เสริมฐานทุนแข็งแกร่ง โดยเมื่อเดือนก.พ. บริษัทประกาศจ่ายหุ้นปันผล 10 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล และเงินสด 0.0112 บาทต่อหุ้น รวมทั้งออก LIT-W1 จัดสรร 5:4 ราคา 2.5 บาท อัตราใช้สิทธิ 2:1 ราคาใช้สิทธิ 4 บาทเริ่มใช้สิทธิครั้งแรก 25 ก.ค. ช่วยให้ฐานทุนกว้างขึ้นและลดต้นทุนการเงินในสภาวะที่นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในการลงทุนในตั๋ว B/E โดยเราคาดว่าจะช่วยลด D/E เหลือ 2.9 เท่า ณ ปลายปี 60 จาก 3.2 เท่า ณ ปลายปี 59
 ขณะที่ผลการดำเนินงานของ LIT ในปีนี้ นักวิเคราะห์ต่างมองตรงกันว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดเกิน 30% โดยเฉพาะในไตรมาส 1/60 ที่จะทำสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุ ปี 2560 เสมือนเป็น Springboard สำหรับการกระโดดของ LIT โดยคาดว่าบริษัทฯ จะรายงานกำไรสุทธิ 140 ล้านบาท ขยายตัว 39% YoY และเฉลี่ยมั่นคง 35% CAGR ใน 3 ปีข้างหน้านี้ และกลับมาให้ Dividend Yield เฉลี่ย 3.9% ผลักดันจาก 
  (1) Loan growth แข็งแกร่ง 27% YoY ผลักดันจากลูกค้างานภาครัฐ 
  (2) Fee income ขยายตัวรุนแรง ต่อเนื่องจากอัตรา 89% CAGR ใน 3 ปีที่ผ่านมา จากการเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่าง Bid bond และ Project-back finance เข้ามา 
  (3) การโฟกัสไปที่ Project-back finance ซึ่งให้มาร์จิ้นสูงสุด ทำให้สามารถชดเชย ผลของการคืน B/E ดอกเบี้ยต่ำออกไปได้ โดยอัตราส่วน NIM, NPM ยังทรงตัวได้ มีเพียง ROE ปี 2560 ที่ลดลงจาก 22.7% เป็น 18.4% แต่ทว่าก็ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 16.3% เล็กน้อย แต่จะเร่งตัวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วตามอัตราเร่งของสินเชื่อที่มีแนวโน้มจะดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 27% YoY
  ด้าน บล.โกลเบล็ก คาดกำไรสุทธิปี 60 ของ LIT จะ เติบโต 36% บนสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อราว 12% โดยได้ปัจจัยสนับสนุนจากฐานลูกค้าใหม่ในธุรกิจแฟคตอริ่ง รวมทั้งบริการสินเชื่อค้ำประกันที่ยังเติบโตสูงต่อเนื่องจากปลายปี 59 เราประมาณการกำไรสุทธิปี 60 อยู่ที่ราว 137 ล้านบาทเติบโตราว 36% ทั้งนี้ช่วงปลายปี 59 ต่อเนื่องถึงต้นปี 60 มีการเซ็นสัญญางานใหญ่ 3 งานได้แก่ สัญญาโครงการเช่าใช้เครื่องวิทยุสื่อสารเฉพาะกิจมูลค่า 67.17 ล้านบาท สัญญากู้ยืมเงินในโครงการสัญญาซื้อขายรถขุดไฮดรอลิคตีนตะขาบรวมมูลค่า 135 ล้านบาท ทำให้กำไร 1Q60 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องทั้ง YoY และ QoQ และทำสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส (1Q59 มีกำไร 20.04 ล้านบาท 4Q59 มีกำไร 28.71 ล้านบาท)

  ปี 60 นี้ จึงนับว่าจะเป็นปีที่ดีของ LIT อีกปีหนึ่ง หลังจากบริษัทฯ ปรับโครงสร้างทุนส่งผลให้ D/E ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หากการปล่อยสินเชื่อเป็นไปตามเป้าหมาย ผลการดำเนินงานก็น่าจะเติบโตก้าวกระโดดอย่างที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ได้ไม่ยาก ส่วนระยะสั้นๆ นี้ สตอรี่ที่มีให้ลุ้นคืองบไตรมาส 1/60 รวมไปถึงการเข้าเทรดของ LIT-W1 ที่น่าจะกระตุ้นให้หุ้นคึกคักได้อีก อย่างไรก็ตาม ราคาที่ปรับขึ้นมาต่อเนื่องเข้าใกล้ราคาเหมาะสมที่ราว 12-13.20 บาท ก็เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด