หุ้นฮ็อต

| 27 เมษายน 2560 | 14:00

AU ลุ้นราคากลับทิศ จับตาการเติบโตของกำไร

      AU ลุ้นราคากลับทิศ หลังเริ่มฟื้นจากจุดต่ำสุด 9.10 บาท กูรูมองเป็นจังหวะเข้าซื้อ คาดกำไรปีนี้โตโดดเด่น 32% เคาะเป้า 14.20 บาท แต่ระวังค่า P/E ยังสูงลิ่ว 60-70 เท่า ระยะยาวต้องจับตาการเติบโตของกำไร

  ราคาหุ้น บมจ.อาฟเตอร์ ยู (AU) ราคาเริ่มสร้างฐานครั้งใหม่ หลังราคาอ่อนตัวลงต่อเนื่อง ตั้งแต่เข้าซื้อขายเมื่อปลายปี 59 ที่ผ่านมา โดยเปิดการซื้อขายเช้านี้ที่ 9.75 บาท และปรับขึ้นแตะ 9.95 บาท ก่อนปิดการซื้อขายเช้านี้ที่ 9.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 1.03% มูลค่าการซื้อขาย 14.65 ล้านบาท 
  AU ทำธุรกิจร้านขนมหวาน ที่เรารู้จักกันภายใต้ชื่อ ร้านอาฟเตอร์ ยู และ ร้านเมโกริ ปัจจุบันมี 20 สาขา ตั้งเป้า 30 สาขาในปี61 นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจบริการจัดงานนอกสถานที่และการรับจ้างผลิต ถือหุ้นใหญ่โดย นางสาว กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ 
  AU เพิ่งเข้าซื้อขายในตลาด mai เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 59 ที่ราคา IPO 4.50 บาท โดยในวันแรกที่เข้าเทรด ราคาปิด high ที่ 13.50 บาท ก่อนจะพุ่งต่อในวันรุ่งขึ้นแตะ 15.20 บาท จากนั้นอ่อนตัวลงต่อเนื่องจนหลุด 10 บาทและทำจุดต่ำสุดที่ 9.10 บาทเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และนับตั้งแต่เข้าเทรดมาได้ 4 เดือนเศษ พบว่าต้นทุนที่คนส่วนใหญ่อยู่ที่ 13.50 บาท 
  ด้านผลการดำเนินงานของ AU ปี 59 มีกำไรสุทธิ 98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 72% จากปี 58 ที่มีกำไร 57 ล้านบาท จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นตามการออกเมนูใหม่ และสาขาที่เพิ่มอีก 5 แห่ง 
แม้เข้าตลาดมาได้ไม่นานแต่ AU สร้างเซอร์ไพร์สด้วยการจ่ายปันผลเป็นหุ้น อัตรา 8 ต่อ 1 โดยการเพิ่มทุน 90 ล้านหุ้น หรือราว 12% ส่งผลกดดันราคาหุ้นให้ปรับลดลง สวนทางกำไรที่เพิ่มขึ้น 
  สัญญาณหุ้น AU ที่เริ่มสร้างฐานอีกครั้ง เกิดขึ้นหลังจากหุ้นร่วงลงมากนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันราว 20% จนเริ่มมีอัพไซด์จากราคาเหมาะสม ที่โบรกเกอร์ให้ไว้ราว 14.20 บาท ขณะที่บริษัทฯ จะขึ้น XD เพื่อรับปันผลในวันที่ 5 พ.ค.นี้ 
 บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ได้ SCAN หุ้นที่ราคามีโอกาสทำ New High พบว่ามี AU ติดโผด้วย
        บล.บัวหลวง ระบุว่า แม้หุ้นใหม่จะทำให้กำไรสุทธิต่อหุ้นของ AU ลดลง 11% แต่การเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้นจะอยู่ในระดับสูงที่ 21% เทียบกับแค่ 16% ของกลุ่ม ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมา 20% นับตั้งแต่ต้นปี ทำให้ PEG เหลือแค่ 1.5 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.8 เท่า นอกจากนี้ บริษัทยังประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้น ซึ่งจะช่วยหนุนสภาพคล่องในการซื้อขาย ดังนั้นหุ้นที่ร่วงลงจึงเป็นจังหวะซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 ที่ 14.20 บาท อ้างอิงจากค่า PEG ปี 2560 ที่ 2.0 เท่า ปัจจัยบวกต่อราคาหุ้นในระยะสั้น คือการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งในไตรมาส1/60 และจะแข็งแกร่งกว่าเดิมในไตรมาส 2/60 โดยคาดกำไรหลักไตรมาส 1/60 จะปรับตัวขึ้น 15% YoY มาอยู่ที่ 30 ล้านบาทในไตรมาส1/60 (ลดลงเล็กน้อยจาก 32 ล้านบาทใน Q4/59 )
 ส่วนทั้งปี60 คาดกำไรจะเติบโตแข็งแกร่งที่ 32% และปี61 โต 28% มีปัจจัยสนับสนุนจากโอกาสในการปรับกำไรขึ้นจากธุรกิจการรับจ้างผลิต, แนวคิดการซื้อขนมกลับบ้านและโอกาสที่จะเข้าซื้อกิจการใหม่
  ฟากผู้บริหาร AU คาดรายได้ปีนี้จะเติบโต 30% จากปีก่อน ที่มีรายได้ 608.39 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 17% จากปีก่อนอยู่ที่ 16.23% จากการเปิดสาขาใหม่ และสาขาเดิมมียอดขายดีขึ้น รวมไปถึงมีแผนเพิ่มเมนูใหม่อีก 4-5 เมนูในปีนี้ และเน้นบริการจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น
 อีกประเด็นที่นักลงทุนต้องพิจารณาในด้านความเสี่ยง คือ การกระจุกตัวของสาขา AU ที่ยังคยู่ใน กทม. และแม้ว่าเตรียมกระจายไปยังต่างจังหวัด แต่ก็ต้องติดตามว่ายอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) จะเติบโตดีเหมือนใน กทม.มากน้อยเพียงใด เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคอาจแตกต่างกันระหว่างในเมืองหลวงกับต่างจังหวัด นอกจากนี้ การเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ ก็ไม่ยากนัก ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น 

 ทั้งนี้ หากคำนวณจากที่ผู้บริหาร AU ระบุถึงแนวโน้มรายได้ปีนี้จะโตราว 30% และอัตรากำไรสุทธิที่ 17% บริษัทฯ จะมีกำไรประมาณ 132 ล้านบาท หรือกำไรต่อหุ้น 0.16 บาท ซึ่งคิดเป็น P/E สิ้นปียังสูงเกิน 61 เท่าจากปัจจุบัน 71 เท่า จึงน่าจับตาว่า AU จะสร้างกำไรโตทันราคาหุ้นได้หรือไม่ เป็นบทพิสูจน์ที่ท้าทายของหุ้นขนมหวาน "อาฟเตอร์ ยู"

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด