หุ้นฮ็อต

| 26 เมษายน 2560 | 14:03

จับตา CBG ไปได้แค่ไหน หลังโบรกฯ อัพเป้า รับข่าวล้มแผนลงทุนจีน

 CBG รีบาวน์ต่อเนื่องเช้านี้ รับข่าวดีล้มแผนลงทุนจีน ปิดความเสี่ยงขาดทุน 1.4 หมื่นล้านบาท ในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า โบรกฯ ตบเป้าอัพเป้ากำไรและราคาเป้าหมายขึ้น สูงสุดแตะ 87 บาท แต่ต่ำสุดแค่ 65 บาท ยังต่ำกว่าราคากระดาน

         ราคาหุ้น บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG รีบาวน์ต่อเนื่องในการซื้อขายเช้าวันนี้ โดยเปิดที่ 66.50 บาท ก่อนปรับขึ้นแตะ 67 บาท และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 66.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 258.49 ล้านบาท
  CBG ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งมีการลงทุนหลักในบริษัทย่อย 3 บริษัท คือ บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด (CBD) บริษัท ตะวันแดง ดีซีเอ็ม จำกัด (DCM) และ บริษัท เอเชียแปซิฟิกกลาส จำกัด (APG) โดยมี CBD เป็นบริษัทแกน ซึ่งกลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจ ผลิต ทำการตลาด และบริหารจัดการการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังและเครื่องดื่มอื่นๆ อย่างครบวงจรภายใต้เครื่องหมายการค้า "คาราบาวแดง" รวมทั้งผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มเกลือแร่ภายใต้เครื่องหมายการค้า "สตาร์ทพลัส"
  CBG เข้าเทรดใน SET ตั้งแต่ปี 57 ที่ราคา IPO 28 บาท ซึ่งผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กำไรสุทธิโตต่อเนื่อง จากระดับ 900 ล้านบาท ขึ้นมาเป็น 1.2 พันล้านบาท ล่าสุดปี 59 มีกำไรสุทธิเกือบ 1.5 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 66% ในเวลา 3 ปี 
  แต่กลับพบว่าราคา CBG ปรับขึ้นจาก 28 บาทแตะ All time high ถึง 80.75 บาท ในช่วงเดือน ม.ค. ปีนี้ หรือเพิ่มขึ้นถึง 188% ในช่วง 3 ปีเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ราคาเริ่มไหลลงทำ low ที่ 50.50 บาทในเดือน มี.ค. จากความกังวลแผนลงทุนต่างประเทศ และแรงขายทำกำไรหลังราคาพุ่งเกินพื้นฐานไปมาก
 สัญญาณหุ้น CBG ที่มีแรงซื้อกลับมาในรอบนี้ เป็นผลโดยตรงหลังจากบริษัทฯ ประกาศมติบอร์ดวานนี้ พับแผนลงทุนในจีน เพื่อจำกัดความเสี่ยงที่จะต้องขาดทุนในช่วง 4-5 ปีแรก กว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นการปลดล็อคความเสี่ยงของ CBG ที่ตลาดค่อนข้างกังวลอย่างมากในช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ล่าสุดนักวิเคราะห์ตบเท้าอัพเป้าราคาเหมาะสมขึ้น สูงสุดอยู่ที่ 87 บาท และต่ำสุดที่ 65 บาท
  ล่าสุด CBG แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ยกเลิกโครงการลงทุนเพื่อประกอบธุรกิจในกลุ่มประเทศ Greater China หลังพบตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังและธุรกิจที่เกี่ยวข้องในประเทศจีนกำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างการแข่งขันอย่างมีนัยสาคัญ โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะประสบภาวะขาดทุนในช่วง 4-5 ปีแรก รวมกันถึงประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 14,018 ล้านบาท) แต่ยังสามารถขายสินค้าเข้าไปในจีนได้ตามเดิม และมีเงื่อนไขให้ CBG สามารถเข้าซื้อหุ้นในบริษัทร่วมทุนนี้ได้ใหม่ในอนาคต
  บล. ซีไอเอ็มบี ซึ่งให้ราคาเหมาะสม CBG สูงสุดที่ 87 บาท ระบุว่า การประกาศยกเลิกการลงทุนใน JV ที่ประเทศจีน เป็นปัจจัยบวกเนื่องจาก CBG สามารถขายสินค้าโดยตรงให้กับผู้จัดจำหน่ายในจีน โดยปรับประมาณการกำไรต่อหุ้นขึ้น 0.4-14.5% ในปี 60-61 จากการตัดผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดจากการทำ JV ในประเทศจีนตามประมาณการของเรา พร้อมคงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมายสูงขึ้นที่ 87 บาท
  ส่วน บล.กสิกรไทย ปรับพื้นฐาน CBG ขึ้นเป็น 74 บาท จาก 66 บาท หลัง CBG ได้ประกาศการยกเลิกการลงทุนในประเทศจีน เนื่องจากแผนการลงทุนใหม่นั้นต้องใช้เงินลงทุนมากกว่าเดิม โดย CBG ประเมินผลขาดทุนสุทธิในบริษัทร่วมจะอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 4-5 ปีแรกของการดำเนินงาน
  อย่างไรก็ตาม เรามองว่าการยกเลิกการลงทุนในประเทศจีนจะไม่ส่งผลกระทบกับการส่งออกสินค้าไปขายในประเทศจีนของบริษัท เนื่องจากกลุ่มผู้บริหารและนักลงทุนจะเป็นผู้สานต่อการลงทุนในประเทศจีน ซึ่งช่วย CBG จำกัดความเสี่ยงจากผลขาดทุนสุทธิของการลงทุนในบริษัทร่วม ในช่วงปี 2560-62 รวมถึงช่วยในการผ่อนคลายแรงกดดันในงบดุลของบริษัท
  นอกจากนี้ เรายังมองว่าการยกเลิกการลงทุนในประเทศจีนจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อกำไรสุทธิของ CBG ในปี 2560-62 เนื่องจากเราประเมินว่าการลงทุนนี้จะสร้างผลขาดทุนสุทธิในช่วงเวลาดังกล่าว
  เราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2560-62 ที่ 30.9%/13.9%/6.3% เพื่อสะท้อนถึงการปรับเพิ่มสุมมติฐานการขายสินค้าไปยังประเทศจีน รวมถึงการยกเลิกการลงทุนในประเทศจีน โดยเราประเมินว่าบริษัทจะรายงานผลกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ที่ 301 ล้านบาท โต 6.6% QoQ แต่ปรับลดลง 19.9% YoY
  ขณะที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัสให้ราคาเหมาะสม CBG ต่ำสุดเพียง 65 บาท โดยระบุว่าการยกเลิกการลงทุนกับบริษัทร่วมทุนที่จีน เพราะพบว่าอาจต้องรับรู้ขาดทุนที่จีนนาน 4-5 ปี (เดิมคาด 2 ปี) รวมขาดทุนมากถึง 1.4 หมื่นลบ. แต่ยังสามารถขายสินค้าเข้าไปในจีนได้ตามเดิม ทำให้รับรู้รายได้และกำไรได้ทันที และมีเงื่อนไขให้ CBG เข้าซื้อหุ้นในบริษัทร่วมทุนนี้ได้ใหม่ในอนาคต ซึ่งเรามองว่าเป็นข่าวบวก นำไปสู่การปรับเพิ่มกำไรปีนี้เป็นโต 20% Y-Y จากเดิมที่คาดโต 11% Y-Y และทำให้ราคาพื้นฐานปรับขึ้นเป็น 65 บาท จากเดิม 60 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปัจจุบันยังถือว่าเต็มมูลค่า

 การปรับขึ้นของ CBG ในรอบนี้ จึงยังต้องจับตาว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน เพราะราคาปัจจุบันก็ยังถือว่าเกินกว่าราคาเหมาะสมที่ปรับขึ้นแล้วของบางค่าย เช่น ฟินันเซีย ไซรัส ที่ให้เป้าหมายใหม่เพียง 65 บาท จากเดิม 60 บาท แต่หากดูกรอบสูงสุดที่ บล.ซีไอเอ็มบีให้ 87 บาท ก็ต้องนับว่ายังมีอัพไซด์อีกมาก ส่วนมุมมองทางเทคนิค จากโบรกฯ เดียวกับที่ให้ราคาพื้นฐานสูงสุด ระบุแนวต้านรอบนี้ที่ 68 บาท และ 70 บาท เป็นจุดขายทำกำไร แต่หากปิดต่ำกว่า 64 บาท ลงไปให้ STOP LOSS

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด