หุ้นฮ็อต

| 24 เมษายน 2560 | 09:03

DTAC พี/อีพุ่งแตะ 95 เท่า กูรูเสียงแตก มองอนาคตต่างกันสุดขั้ว

          DTAC รายงานกำไรไตรมาสแรกปีนี้ 229 ล้านบาท ลดลง 82% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 661% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่นักวิเคราะห์มองอนาคตคนละมุม ฝั่งเชียร์ซื้อให้เป้าสูงสุด 65 บาท ขณะที่ฝั่งเชียร์ขายมองราคาพื้นฐานเพียง 29 บาท จับตาโอกาสได้คลื่นใหม่ทดแทนสัมปทานเดิม
           บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC รายงานกำไรไตรมาส 1/60 ที่ 229 ล้านบาท ลดลง 82% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 661% จากไตรมาส 4/59 ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 19,748 ล้านบาท ลดลง 8.9% จากปีก่อน และ 8% จากไตรมาสก่อน และมี EBITDA อยู่ที่ 6,893 ล้านบาท ลดลง 5.9% จากปีก่อน
           DTAC ประกอบธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในระบบความถี่ 800 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ภายใต้ชื่อทางการค้า “ดีแทค” และธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวข้อง
         ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา DTAC อยู่ในทิศทางขาลงมาต่อเนื่อง โดยรายได้รวมลดลงจากระดับ 9 หมื่นล้านบาท มาอยู่ที่เพียง 8.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิลดลงจากระดับ 1 หมื่นล้านบาท เหลือ 5.8 พันล้านบาท ในปี 58 และลดลงมาเหลือ 2 พันล้านบาท เมื่อปีที่ผ่านมา 
          ปัจจัยกดดันต่อ DTAC มาจากทั้งการแข่งขันที่สูงขึ้นจนสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่อง และภาระค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังถูกกดดันจากความจำเป็นในการต้องได้คลื่นความถี่มาทดแทนสัมปทานเดิมที่จะหมดอายุในปี 61 
          อย่างไรก็ตาม DTAC ได้คาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการในปี 60 ไว้ว่า รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายน่าจะอยู่ในระดับเดียวกันกับปี 59 ที่ 64,693 ล้านบาท เช่นเดียวกับ EBITDA ที่คาดว่าจะทำได้ในระดับเดียวกันกับปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 27,359 ล้านบาท 
          ทั้งนี้ ในส่วนของกำไรไตรมาสแรก นักวิเคราะห์ส่วนมากมองว่าทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ แต่ขณะเดียวกันก็มีมุมมองต่ออนาคตที่ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
           บล.บัวหลวง ประเมินราคาเป้าหมายพื้นฐานไว้ที่ 65 บาท โดยระบุว่า DTAC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ที่ 229 ล้านบาท สูงกว่าคาด 128% เนื่องจากรายได้บริการที่สูงกว่าคาด และต้นทุนบริการ (ซึ่งได้แก่ ต้นทุนค่าตัดจำหน่าย ค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายด้านโครงข่าย) ที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่ผลขาดทุนปกติของธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 723 ล้านบาท หรือขาดทุนลดลง 13% จากไตรมาสก่อน การฟื้นตัวของรายได้บริการจากไตรมาสก่อน ซึ่งถือว่าผิดไปจากช่วงฤดูกาลปกติของไตรมาสแรกที่มักจะลดลง 
           จับตาโอกาสได้คลื่นความถี่ใหม่มาทดแทนสัมปทานเดิมที่จะหมดอายุ
           สำหรับดีลพันธมิตรคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซ ของทีโอที คาดว่าจะประกาศรายชื่อรอบแรกได้ภายในสิ้นเดือน เม.ย. นี้ และรายชื่อผู้ชนะคาดว่าจะประกาศได้ในช่วงปลายเดือน พ.ค. บล.บัวหลวง ประเมินว่า ข่าวข้างต้นจะปลุกความหวังของ DTAC ให้กลับมาใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ เชื่อว่าการประมูลคลื่นความถี่ใหม่ของกสทช.ในปี 61 ซึ่งได้แก่ คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซ คลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิร์ซ และคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซ จะนำไปสู่การลดความเสี่ยงด้านการดำเนินธุรกิจระยะยาวของ DTAC และการปลดล็อกการประเมินมูลค่าหุ้นของ DTAC
            ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า เราประมาณการกำไรสุทธิปี 60 ที่ 1,220 ล้านบาท ลดลง 41.5% จากปีก่อน แม้ DTAC มีความพยายามในการโปรโมทผ่านการโฆษณาอย่างมากก่อนหน้านี้ แต่ตัวเลขไตรมาสแรกยังคงบ่งชี้ถึงจำนวนเลขหมาย (subscriber) ที่ลดลง และด้วยการแข่งขันที่ยังคาดว่าจะรุนแรงถึงสิ้นปี จึงยังคงมองจำนวนผู้ใช้บริการจะมีการลดลงอย่างต่อเนื่อง คงคำแนะนำ “ขาย” ด้วยราคาเหมาะสมที่ 29 บาท
            อีกทั้ง คลื่นความถี่จำนวน 35 เมกะเฮิรตซ์ จากทั้งหมด 50 เมกะเฮิรตซ์ ที่จะหมดอายุในปีหน้า ยังคงเป็นแรงกดดันให้ DTAC ต้องเข้าร่วมการประมูลคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งล่าสุดทีโอทีระบุว่าจะสามารถคัดเลือกพันธมิตรและเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาได้ในช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้
            เช่นเดียวกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ซึ่งให้คำแนะนำ ขาย โดยมองว่า DTAC ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายหนักๆในอนาคต ได้แก่ 1) ค่าเสื่อมราคา หรือ ค่าเช่าคลื่น (ขึ้นกับว่าจะได้คลื่นมาด้วยวิธีไหน) จากความจำเป็นต้องเอาคลื่นมาเพิ่มในอนาคต ซึ่งเราประเมินขั้นต่ำจะต้องได้เพิ่มอย่างน้อย 30 เมกะเฮิรตซ์ และ 2) ค่าเช่าอุปกรณ์สัมปทานกลับมาใช้หลังหมดอายยุในปี 61 ค่าใช้จ่ายทั้ง 2 ส่วน เป็นปัจจัยหลักที่จะกดดันผลประกอบการและกระแสเงินสดในอนาคต หาก DTAC ไม่สามารถกลับมาโตรายได้ในระดับที่เหมาะสมได้ จึงยังคงมุมมองแนวโน้มขาลง 
            โดยแนะนำ ขาย DTAC ให้ราคาพื้นฐานที่ 32 บาท แต่ก็มีโอกาสพลิกเกมส์ หากต้นทุนของคลื่นใหม่ที่จำเป็นต้องได้ ถูกกว่าทีคู่แข่งได้มาก่อนหน้าอย่างมีนัยยะ หรือ DTAC สามารถลดต้นทุนค่าเช่าสินทรัพย์สัมปทานกลับมาได้อย่างมีนัยยะ หรือบริษัทสามารถลดขนาดกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากๆ
             ขณะที่ บล.เคจีไอ แนะนำให้ ถือ โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 42 บาท โดยให้เหตุผลว่า ถึงแม้ว่า DTAC จะอัดแคมเปญอุดหนุนค่าเครื่องอย่างหนัก แต่จำนวนผู้ใช้บริการในไตรมาสแรกยังคงลดลงสุทธิ 1.7 แสนเลขหมาย เหลือทั้งสิ้น 24.3 ล้านเลขหมาย ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 แล้ว  
             เพื่อสะท้อนถึงผลประกอบการที่ไม่น่าประทับใจในไตรมาสแรก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเพียงแค่ 11% ของประมาณการปีนี้ จึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 60 ลง 32% เหลือ 1.4 พันล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม ได้ปรับเพิ่มประมาณการปี 61 จากขาดทุนสุทธิ 717 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 490 ล้านบาท และปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 62 ขึ้นอีก 60% เป็น 1.37 หมื่นล้านบาท จากการเพิ่มใบอนุญาตคลื่น1800 เมกะเฮิรตซ์ ใบใหม่เข้าไปในสมมติฐาน
            อย่างไรก็ดี DTAC ยังมีอัพไซด์ที่เรายังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการได้แก่ ดีลร่วามทุนกับ CAT ในการตั้งบริษัทใหม่เพื่อให้บริการเช่าเสาอากาศและอุปกรณ์ และในกรณีที่ DTAC อยากออกจากธุรกิจนี้ คาดว่าดีลการซื้อกิจการสำหรับบริษัทจะมีมูลค่า 57.50 บาทต่อหุ้น คำนวณจากมูลค่าของฐานผู้ใช้บริการของ DTAC ที่ราว 25 ล้านคน   
            ในส่วนของราคาหุ้น DTAC เคยอยู่สูงถึง 130 บาท เมื่อกลางปี 57 ก่อนจะดิ่งลงต่อเนื่อง มาอยู่ที่ราว 30 บาท ก่อนจะสามารถฟื้นตัวมายืนเหนือ 40 บาท ได้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมกับคำถามที่ว่าราคาหุ้นผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วหรือยัง?
             แม้ราคาหุ้น DTAC จะลดลงมามาก แต่ด้วยกำไรที่ลดลงมาเช่นกัน และมีแนวโน้มจะลดลงอีกในปีนี้ ตามคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ส่งผลให้ค่า P/E ของ DTACพุ่งขึ้นไปสูงถึง 94.46 เท่า สูงกว่าคู่แข่งอย่าง ADVANC ซึ่งอยู่ที่ 16.87 เท่า ส่วน TRUE นั้นไม่สามารถคำนวณได้เพราะผลประกอบการยังขาดทุน 
             อนาคตของ DTAC ในเวลานี้คงต้องบอกว่ามีความไม่แน่นอนค่อนข้างมาก ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกมองจากมุมไหน สำหรับนักลงทุนที่สนใจคงมีปัจจัยสำคัญๆ ให้ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการรักษาหรือช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดกลับมา หรือโอกาสในการเข้าประมูลเพื่อหาคลื่นใหม่เข้ามาทดแทน ซึ่งคงจะต้องติดตามกันต่อไปว่าจะสามารถปลุกหุ้น DTAC กลับมาได้หรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด