หุ้นฮ็อต

| 21 เมษายน 2560 | 09:20

SINGER พุ่งทำไฮรอบเกือบ 2 ปี ลุ้นผ่านจุดต่ำสุด

  SINGER พุ่งแตะ 14.80 บาท ทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี ลุ้นผ่านจุดต่ำสุดไปเมื่อปีก่อน โบรกฯ แนะจับตากำไร 2 ไตรมาสแรก หลังผ่านช่วงปรับโครงสร้างธุรกิจ แต่แนะระมัดระวังเก็งกำไรระยะสั้น เหตุ P/E สูงกว่ากลุ่มลิสซิ่งเกิน 27%

  ราคาหุ้น บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER พุ่งขึ้นเกือบ 30% ตั้งแต่ช่วงต้นปี ล่าสุดขึ้นมาปิดที่ 14.80 บาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี
  SINGER เป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ซิงเกอร์” เช่น จักรเย็บผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ภายในบ้านต่างๆ นอกจากนี้ยังจำหน่ายสินค้าเชิงพาณิชย์ เช่น เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการเกษตร ตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือออนไลน์ ตู้เติมน้ำมันแบบหยอดเหรียญ และเครื่องทำน้ำหวานเกล็ดหิมะ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม และหลากหลายทั้งกลุ่มลูกค้าบ้าน และกลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์ ผ่านร้านค้าปลีกซึ่งเป็นสาขาของบริษัทเอง และผ่านทางตัวแทนจำหน่ายต่างๆ มากกว่า 80% ของยอดขายเป็นการขายแบบเช่าซื้อ
 ในช่วงกลางปี 58 SINGER มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังจาก SINGER (THAILAND) ตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมด 40% ให้กับบริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทนที่ หลังจากนั้น SINGER ก็ดำเนินการปรับโครงสร้างธุรกิจและการบริหารงานมาอย่างต่อเนื่อง
  อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของ SINGER ในช่วงปี 58-59 ยังคงลดลงต่อเนื่อง โดยมีกำไร 143.15 ล้านบาท ลดลง 40% ในปี 58 และกำไร 119.81 ล้านบาท ลดลง 16% ในปี 59 เช่นเดียวกับรายได้ที่ลดลงมาเหลือ 3,394.56 ล้านบาท และ 2,545.63 ล้านบาท ตามลำดับ
  แม้กำไรจะยังคงปรับตัวลง แต่เมื่อปีที่ผ่านมา นักลงทุนเริ่มคาดหวังต่อการฟื้นตัวของหุ้น SINGER มากขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้น SINGER ปรับตัวขึ้นสวนทางกับกำไรที่ประกาศออกมา โดยตั้งแต่ต้นปี 59 จนถึงปัจจุบันราคาหุ้น SINGER เพิ่มขึ้นมาแล้วเกือบ 90%
  เช่นเดียวกับมุมมองของนักวิเคราะห์ที่เริ่มเป็นบวกกับ SINGER มากขึ้น โดย บล.ทิสโก้ ระบุว่า เราเปลี่ยนคำแนะนำจาก “ขาย” เป็น “ถือ” จากการที่ยอดขายเริ่มฟื้นตัวทั้งโทรศัพท์มือถือและการออกสินค้าใหม่ๆ สร้างรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจช่วยลดต้นทุนและสร้างกำไรเพิ่มขึ้น นอกจานี้ยังมีอัพไซด์จากการเพิ่มธุรกิจปล่อยสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ ปรับราคาราคาเป้าหมายเป็นปีนี้เป็น 14.50 บาท อ้างอิง P/E 21 เท่า
  สำหรับปีนี้ บริษัทวางเป้าหมายรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดที่ 5 พันล้านบาท หรือเติบโต 60% จากการทำการตลาดเพิ่มสินค้าใหม่ๆ การร่วมจำหน่ายแบรนด์อื่นๆ และการเริ่มทำธุรกิจปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ และการสร้างเครือข่ายตัวแทนขายตรงเพิ่มขึ้น 
  เราปรับกำไรสุทธิปี 60-61 เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิม 49% และ 67% อยู่ที่ 187 ล้านบาท และ 225 ล้านบาท ตามลำดับ จากการคาดการณ์รายได้แบบอนุรักษ์นิยมต่ำกว่าเป้าหมายบริษัท โดยปีนี้คาดทำได้ 2,944 ล้านบาท และปีหน้าคาด 3,244 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% และ 10% ตามลำดับ จากการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าคาดเพิ่มขึ้นปีละ 5% ส่วนยอดขายโทรศัพท์มือถือปี 60-61 คาดเติบโต 67% และ 20% ตามลำดับ จากฐานที่ต่ำและการทำการตลาดของ SINGER ร่วมกับ JMART
  ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า เรามีมุมมองบวกต่อการพยายามปรับวิธีการทำงานไปสู่การใช้ระบบ แทนที่จะพึ่งพิงพนักงานขายเป็นสำคัญ ซึ่งระบบนี้คาดจะทำให้ยอดขายที่ดินเติบโตสูงและเร็ว ไม่เป็นภาระต่อกระแสเงินสด และได้สินเชื่อคุณภาพดีขึ้น ขณะที่ฐานเงินทุนที่พร้อม หนี้สินต่อทุนต่ำเพียง 0.3 เท่า และมีวงเงินสำหรับออกหุ้นกู้เพียงพอ
  อย่างไรก็ดี ระหว่างการปรับเปลี่ยนนี้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองว่า อาจเกิดค่าใช้จ่ายมากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งจะกดดันต่อผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรก ดังนั้นผลการดำเนินงาน 2 ไตรมาสแรก จะเป็นตัวบ่งบอกสำคัญ เพื่อหาจุดต่ำสุดของผลประกอบการ ปัจจุบัน SINGER ซื้อขายที่ P/E ปี 59 ราว 27.7 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มลีสซิ่งแล้ว 27% จึงควรระมัดระวังการเก็งกำไรในระยะสั้น
 ทั้งนี้ ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ค่า P/E ของ SINGER ในปัจจุบันจึงเพิ่มขึ้นไปถึง 32 เท่า
  ขณะที่ นางนงลักษณ์ ลักษณะโภคิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท ให้ข้อมูลว่า คาดกำไรสุทธิปีนี้จะเติบโตมากกว่าปี 59 ที่ทำได้ 119.81 ล้านบาท เนื่องจากภาระการตั้งสำรองหนี้ในปีนี้คาดว่าจะต่ำกว่าปีก่อนที่มีอยู่ราว 123 ล้านบาท หลังบริษัทปรับปรุงระบบติดตามหนี้ใหม่ โดยจะผลักดันให้ลูกค้าหันมาชำระหนี้ด้วยตนเอง จากเดิมที่ใช้พนักงานขายในการติดตามหนี้ร่วมด้วย คาดว่าหลังจากที่เห็นผลแล้วจะทำให้สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในปีนี้เหลือ 7% จากปีก่อน 21%
  โดยปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าที่เข้าสู่ระบบการจัดเก็บหนี้ดังกล่าวรวม 60,000-70,000 บัญชี จากฐานลูกค้าทั้งหมด 180,000 บัญชี ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนจะเพิ่มปริมาณพนักงานขายให้อยู่ที่ 2 หมื่นราย จากปัจจุบัน 1 หมื่นราย เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
  
  SINGER เคยเป็นหุ้นที่เติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงปี 53-56 ราคาหุ้นวิ่งจากราว 1.30 บาท ขึ้นไปทำจุดสูงสุดไว้ที่ 28.75 บาท ก่อนจะดิ่งลงต่อเนื่อง ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ส่วนการกลับมาในครั้งนี้ ด้วยโครงสร้างธุรกิจใหม่ ทีมบริหารใหม่ และผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ SINGER กลับมาโดดเด่นอีกครั้งได้หรือไม่ คงต้องติดตามผลประกอบการตั้งแต่ไตรมาสแรกที่กำลังจะออกมานี้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด