หุ้นฮ็อต

| 20 เมษายน 2560 | 13:56

KBANK คืนฟอร์มกลุ่มแบงก์ งบสตรอง-หนี้เน่าทรงตัว

    KBANK คืนฟอร์มกลุ่มแบงก์ ราคารีบาวน์ หลังปิดงบโค้งแรก NPL เพิ่มแค่เล็กน้อยราว 300 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน นักวิเคราะห์มองกำไรปีนี้โตไม่มาก แต่จะโดดเด่นในปี 61 หลังภาระสำรองลดลง เคาะราคาเป้าหมายในช่วง 194-240 บาท แต่การจับจังหวะลงทุน ควรดูทิศทางฟันด์โฟลว์ประกอบด้วย

  ธนาคารกสิกรไทย ( KBANK ) ราคารีบาวน์ หลังจากวานนี้เจอแรงขายแพนิคตามหุ้นกลุ่มแบงก์ จากความกังวล NPL โดยราคาหุ้นเปิดที่ 187 บาท ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 189 บาท ซึ่งเป็นราคา High เพิ่มขึ้น 3 บาท หรือ 1.61% มูลค่าการซื้อขาย797.88 ล้านบาท หนาแน่นเป็นอันดับ 3 ในการซื้อขายช่วงเช้า
  ธนาคารกสิกรไทย เป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดสินทรัพย์อันดับ 4 ของไทย และเป็นอีกหนึ่งหุ้นธนาคารขวัญใจนักลงทุนรายย่อย ด้วยจำนวนผู้ถือหุ้นกว่า 56,000 ราย 
  วานนี้หุ้น KBANK ถูกแรงเทขายอย่างหนัก กดราคาหุ้นร่วงลงต่ำสุดรอบ 3 เดือน ก่อนเริ่มฟื้นตัวในเช้าวันนี้ หลังประกาศงบไตรมาส 1/60 ตัวเลข NPL ไม่น่ากังวลเหมือน KTB 
  KBANK ประกาศงบไตรมาส 1/60 มีกำไรสุทธิ 1.01 หมื่นล้านบาท ลดลง 1% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ดีขึ้นกว่า 5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ 
  โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น YoY ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 4% อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (NIM) อยู่ที่ 3.41% เงินให้สินเชื่ออยู่ที่ 1.70 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.24% จากสิ้นปีก่อนที่ 1.69 ล้านล้านบาท
  แต่ประเด็นสำคัญ คือ ตัวเลข NPL ของ KBANK ที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย สะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ดูดี และช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนลงไปได้ หลังวานนี้ NPL ของ KTB ซึ่งเป็นแบงก์ใหญ่ด้วยกัน เพิ่มขึ้นไตรมาสเดียวเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้หุ้นกลุ่มแบงก์ถูกเทขายยกแผง 
  KBANK แจ้งตัวเลข NPL สิ้นสุดไตรมาส 1/60 เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน 306 ล้านบาท หรือ 0.47% มาอยู่ที่ 65,393 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.31% ของสินเชื่อรวม ขณะที่มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 17.51% (เป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 15.03% ) และอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) อยู่ที่ 134.94% เพิ่มขึ้นจาก 130.92% ในสิ้นปีก่อน 
  ดังนั้น หุ้น KBANK ที่รีบาวน์แรงในวันนี้ จึงเป็นสัญญาณว่านักลงทุน "คลายความกังวล" หลังคุณภาพสินเชื่อยังอยู่ในระดับที่ดี และเงินสำรองยังแข็งแกร่ง ขณะที่กำไรปีนี้นักวิเคราะห์มองว่าจะเติบโตไม่มาก แต่จะโดดเด่นในปี 61 ตามค่าใช้จ่ายสำรองที่ลดลงในทิศทางเดียวกับ NPL พร้อมเคาะราคาเป้าหมายปีนี้ในช่วง 194-240 บาท 
  บล.เอเชียเวลท์ เผยกำไร Q1/60 ของ KBANK เป็นไปตามที่คาด และคงประมาณการกำไรสุทธิปี 60 เพิ่มขึ้น 3% อยู่ที่ 4.14 หมื่นล้านบาท ก่อนจะเพิ่มขึ้น 10.9% ในปี 61 แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 217 บาท อิง P/BV ที่ 1.5 เท่า
  บล.ฟิลลิป คาดปีนี้ KBANK จะมีกำไรสุทธิ 4.24 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากเดิมที่ 4.02 หมื่นล้านบาท จากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าคาด และประเมินว่าปีนี้จะจ่ายปันผล 4.25 บาท/หุ้น ราคาพื้นฐาน 194 บาท อิง P/BV 1.3 เท่า 
  บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เผยกำไร Q1/60 สอดคล้องกับที่ตลาดคาด และมองว่ากำไรปี 60 จะโตไม่มากแต่จะดีขึ้นในปี 61 โดยคาดกำไรปี 60 ที่ 4.09 หมื่นล้านบาท (+2% YoY) ผลจากการควบคุมค่าใช้จ่ายการดำเนืนงานอย่างเข้มงวด จะช่วยให้ Cost to income ทรงตัวในระดับต่ำ ส่วนปี 61 คาดมีกำไรสุทธิ 4.47 หมื่นล้านบาท หรือโต 9% YoY ผลจากค่าใช้จ่ายสำรองที่ลดลง 
  ประเมินราคาเป้าหมาย 202 บาท แนะซื้อ แต่ทั้งนี้ นักลงทุนอาจติดตามกระแสเงินทุนต่างชาติเป็นข้อมูลประกอบด้วย เพราะที่ผ่านมาราคาหุ้น KBANK มักเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันกับกระแสเงินทุนต่างชาติ 
  บล.ธนชาต มองว่า KBANK ผ่านจุดแย่ที่สุดมาแล้ว ซื้อขายที่ P/BV ต่ำ กำไรฟื้นตัวแข็งแรงในปี 61
  บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำซื้อ คงราคาพื้นฐาน 240 บาท 
 ส่องยอดซื้อขายของ NVDR ในรอบ 30 วันที่ผ่านมา (6 มี.ค.-19 เม.ย.) พบว่า NVDR ขายสุทธิ (Net Sell) KBANK มากสุดเป็นอันดับ 1 มูลค่าขายสุทธิ 2.09 พันล้านบาท ที่ต้นทุนเฉลี่ย 189.06 บาท แต่วานนี้วันเดียว NVDR มียอดซื้อสุทธิ KBANK 127.35 ล้านบาท ที่ต้นทุน 188.94 บาท ขณะที่ KBANK เมื่อวานปิดแดนลบที่ 186.00 บาท ลดลง 6.50 บาท

  แม้พื้นฐาน KBANK ยังสตรองแต่การจับจังหวะเข้าลงทุน ควรพิจารณาทิศทางฟันด์โฟลว์ประกอบด้วย และจากนี้ราคาหุ้นจะไปไกลเพียงใดยังต้องจับตา หากเปรียบเทียบกับราคาเหมาะสม พบว่านักวิเคราะห์ให้ไว้ราว 200 บาทบวกลบ และราคาหุ้น KBANK เคยขึ้นไปแตะ 201 บาท ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจ และคุณภาพสินเชื่อ ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามใกล้ชิดทุกไตรมาส เพราะหากคุณภาพสินเชื่ออ่อนแอลง ย่อมกดดันภาระการตั้งสำรองให้เพิ่มขึ้นอีก!

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด