หุ้นฮ็อต

| 18 เมษายน 2560 | 14:05

TISCO ติดสปีดหลังงบ Q1/60 ดีเกินคาด แต่ช่วงสั้นระวังติดเบรก XD

      TISCO เทรดคึกคัก รับกำไรQ1 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แถมดีกว่าตลาดคาด เอ็นพีแอล-สำรองหนี้สูญลดฮวบ วงการอัพเป้าสูงสุด 82.50 บาท คาดกำไรปีนี้โต 10-20% หลังรวมพอร์ตรายย่อย SCBT ท่ามกลางกำลังซื้อฟื้น หลังปลดภาระผ่อนรถคันแรก แต่ต้องระวังราคาย่อวันขึ้น XD 26 เม.ย.นี้ 

  บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ราคาร้อนแรงพร้อมวอลุ่มหนาแน่น หลังแจ้งงบไตรมาสแรกปีนี้กำไรดีกว่าคาด โดยราคาเปิดที่ 72.25 บาท ก่อนปรับขึ้นแตะ 74 บาท หรือบวกกว่า 3% และปิดภาคเช้าที่ 73.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท หรือ 3.15% มูลค่าการซื้อขายติด Top10 ในช่วงเช้า และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 175% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up 
  TISCO เป็น Holding Company โดยมี ธนาคารทิสโก้ เป็นแกนหลัก พอร์ตสินเชื่อส่วนใหญ่คือเช่าซื้อรถยนต์ รองลงมาสินเชื่อเอนกประสงค์ และสินเชื่อบ้าน ล่าสุดอยู่ระหว่างการถ่ายโอนธุรกิจลูกค้ารายย่อย จาก ธ.สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) หรือ SCBT หลังเข้าซื้อพอร์ตรายย่อยเมื่อเดือน ธ.ค.59 
  สัญญาณหุ้น TISCO ที่ปรับขึ้นในรอบนี้ เกิดขึ้นหลังจากประกาศกำไรไตรมาส 1/60 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ราว 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.8% YoY สูงกว่าที่ consensus คาดการณ์ราว 11% ขณะที่ผลการดำเนินงานทั้งปี นักวิเคราะห์คาดกำไรจะนิวไฮต่อเนื่อง โดยเติบโตก้าวกระโดดราว 10-20% 
 TISCO ชี้แจงว่ากำไรที่เพิ่มขึ้น มาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลักประกอบกับค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่ลดลง นอกจากนี้ อัตราส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมยังลดลงมากเหลือ 2.37% จากสิ้นปี59 ที่ 2.50% และ NPL Coverage Ratio ดีขึ้นเป็น 164%
  บล.เคทีบี ระบุในบทวิเคราะห์ คาดว่า TISCO จะมีกำไรสุทธิปีนี้ที่ 5,551 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 10.89% จากปีก่อน สอดคล้องกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ การสิ้นสุดของนโยบายรถคันแรก และการเข้าซื้อ SCBT ที่หนุนต่อการขยายตัวของสินเชื่อ ที่คาดว่าจะกลับมาขยายตัวสุทธิ 11.21% ในปีนี้ โดยสินเชื่อส่วนบุคคลคาดว่าจะมีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่คาดว่าธนาคารจะมี NPLs ลดลงจาก 2.31% ในปี 59 เป็น 2.26% และ 1.71% ในปี 60-61 จากการที่ธนาคารมีการบริหารสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมกับ แนะนำซื้อเป้าหมาย 75.50 บาท 
  บล.ฟินันเซีย ไซรัส ปรับคาดการณ์กำไรทั้งปีของ TISCO ขึ้น 5% เป็นโต 20.8% YoY และปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 80 บาทจาก 78 บาท แนะซื้อ หลังกำไร Q1/60 ดีกว่าคาดจากการตั้งสำรองหนี้สูญที่ลดลง คุณภาพหนี้และ Spread ขยับขึ้น 
  บล.เคจีไอ ซึ่งให้ราคาเหมาะสม TISCO สูงสุด 82.50 บาท ระบุว่า กำไรสุทธิของ TISCO ดีกว่าประมาณการของ บล.เคจีไอ 5% และยังดีกว่า consensus คาดราว 11% เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด 
  ทั้งนี้เนื่องจากกำไรใน 1Q60 คิดเป็น 60% ของประมาณกำไรทั้งปีเดิม เราจึงปรับประมาณกำไรเพิ่มขึ้น 6%/5% ในปี 2560/2561 ซึ่งเป็นผลจากการปรับลดสมมติฐานการค่าใช้จ่ายตั้งสำรอง/สินเชื่อเป็น 1.3% (จากเดิม 1.4%) และเพิ่มการเติบโตรายได้ค่าธรรมเนียมเป็น +10% ในปี 2560/2561 อย่างไรก็ตามเราคงประมาณการสินเชื่อเติบโต -2.5%/-2% และส่วนต่างดอกเบี้ยเท่าเดิมที่ 3.9% 
  นอกจากนี้ TISCO ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการจากแบงก์ในการซื้อพอร์ตสินเชื่อจากธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ ทำให้คาดว่าการรวมงบการเงินน่าจะเป็นเป็นไปตามแผนว่าจะแล้วเสร็จใน Q3/60 ซึ่งปัจจัยนี้จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นของแนวโน้ม TISCO ในระยะยาว ดังนั้นเราปรับราคาเหมาะสมเพิ่มเป็น 82.5 บาท (จากการเพิ่มกำไร และเพิ่มเป็น PE 11.5 (จากเดิม 10.5 เท่า)
  บล. กสิกรไทย กล่าวว่า กำไร TISCO งวด Q1/60 สูงเป็นประวัติการณ์ และเป็นไปตามที่คาดไว้ จึงยังคงคำแนะนำซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย 77 บาท หุ้น TISCO จะมีความน่าสนใจเนื่องจากเราคาดว่า ROE 3 ปีจะอยู่ที่ 18% และอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงที่ 5.5% ในปี 2560 และชอบคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น ความแข็งแกร่งของงบดุล 
  ด้าน บล.ทรีนีตี้ ยังคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 70 บาท แนะนำเพียง "ถือ" เพื่อรอการปรับประมาณการกำไรใหม่ โดยอาจปรับลดประมาณการสำรองหนี้ลงอีก หลังเอ็นพีแอลลงแรง และ NPL Coverage Ratio ที่ดีขึ้นมาก ทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญในช่วงที่เหลือของปีอาจต่ำกว่าที่คาดไว้ ซึ่งจะมีการอัพเดตอีกครั้งภายหลังการประชุมนักวิเคราะห์ในวันนี้ (18 เม.ย. 60) 
  อีกประเด็นที่น่าสนใจสำหรับ TISCO คือ การจ่ายปันผลในระดับที่ดี ซึ่งงวดปี 59 จ่ายหุ้นละ 3.50 บาท คิดเป็นอัตราตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) เกือบ 5% ซึ่งพบว่าหุ้น TISCO ให้ผลตอบแทนในระดับนี้มาตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา และจากนี้ไปอาจจะเห็นภาพใหม่เป็นทั้งหุ้นแบงก์เติบโต และมีปันผลดี

 TISCO จะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 26 เมษายนนี้ เพื่อสิทธิในการรับเงินปันผลงวดปี59 หุ้นละ 3.50 บาท นักลงทุนต้องระวังราคาหุ้นที่อาจร่วงลงในวันขึ้น XD ขณะการเข้าลงทุนในระยะยาว คงต้องอาศัยจังหวะอ่อนตัว แม้เป้าสูงสุด 82.50 บาท จะดูยังมีอัพไซด์ แต่หากเทียบค่าเฉลี่ย consensus ที่ราว 70-75 บาท ก็ต้องนับว่าเหลืออัพไซด์ไม่มากแล้ว
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด