หุ้นฮ็อต

| 7 เมษายน 2560 | 09:30

ส่องพื้นฐาน TPIPP จะไปทางไหน หลังเทรดวันแรกต่ำกว่าจอง

  TPIPP เปิดเทรดต่ำจองตัวแรกในรอบกว่า 1 ปี เหตุตั้งราคาสูง แถมจำนวนหุ้นเสนอขายมาก ส่องพื้นฐาน นักวิเคราะห์เชื่อค่า P/E จะลดฮวบในปีหน้า หลังรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าใหม่ 290 เมกะวัตต์ เต็มปี แต่ P/E ปัจจุบัน สูงกว่ากลุ่มเท่าตัว

  ราคาหุ้น บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP ขนหุ้น 8.4 พันล้านหุ้น เข้าเทรดวันแรกในตลาดหลักทรัพย์เมื่อ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา ปรากฏว่าเป็นหุ้นไอพีโอตัวแรกในรอบกว่า 1 ปี ที่ปิดการซื้อขายวันแรกต่ำกว่าราคาจองที่ 7 บาท โดยหุ้นไอพีโอตัวล่าสุดที่เปิดการซื้อขายต่ำจอง ต้องย้อนไปถึงปลายปี 58 คือ สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC)
  TPIPP เป็นผู้ประกอบธุรกิจด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. และทีพีไอ โพลีน (TPIPL) โดยปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่ COD แล้วจำนวนทั้งสิ้น 150 เมกะวัตต์ โดยแบ่งออกเป็น 1) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้งซึ่งใช้วัตถุดิบเป็นความร้อนทิ้งจากโรงปูนมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าและจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้กลับไปขายที่โรงปูน กำลังการผลิต 70 เมกะวัตต์ 2) โรงไฟฟ้าขยะ RDF ขนาดรวม 80 เมกะวัตต์
  ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการขยายกำลังการผลิตจาก 1) โรงไฟฟ้าขยะ RDF 100 เมกะวัตต์ (รวมกับส่วนพลังงานความร้อนทิ้งเดิม 30 เมกะวัตต์) 2) โรงไฟฟ้าถ่านหิน150 เมกะวัตต์ 3) โรงไฟฟ้าถ่านหินผสม - RDF 70 เมกะวัตต์ ส่งผลให้กำลังการผลิตของ TPIPP คาดว่าจะสามารถเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเป็น 440 เมกะวัตต์ ในปลายปีนี้
 ก่อนหน้าวันเข้าเทรดของ TPIPP เริ่มมีความกังวลอยู่บ้างว่าการเปิดซื้อขายวันแรกอาจจะไม่ดีนัก แม้ผู้ถือหุ้นใหญ่คือ ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) ยืนยันจะไม่ขายหุ้นที่ถืออยู่ 5.8 พันล้านหุ้นออกมาในช่วง 1 ปีนี้ แต่หุ้นไอพีโอที่เสนอขายก็ยังมากถึง 2.5 พันล้านหุ้น ขณะที่ราคาเสนอขาย 7 บาท มีค่า P/E ถึง 32 เท่า ประกอบกับโรงไฟฟ้า 1 แห่ง ที่มีแผนจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นปีต้องเลื่อนออกไปเป็นภายในไตรมาส 4 ปีนี้
  ล่าสุด TPIPP ปิดการซื้อขายวันแรกที่ 6.7 บาท ลดลง 4.29% จากราคาไอพีโอ ซึ่งราคานี้ยังมีค่า P/E สูงถึง 30 เท่า เมื่อเทียบจากค่าเฉลี่ยของหุ้น 8 ตัวที่ทำธุรกิจคล้ายกัน มีค่าเฉลี่ย P/E เพียง 15.8 เท่า (ตามที่เปิดเผยไว้ในไฟลิ่ง ของ TPIPP ก่อนเข้าเทรด)
  แม้ในช่วงแรกราคาจะหุ้นจะถูกดันขึ้นไปแตะ 7.05 บาท พร้อมกับมีรายงานการซื้อขาย Big lot ใน TPIPP-F จำนวน 97,000,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 679 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 7.00 บาท และพบ Big lot ในหุ้น TPIPP จำนวน 430,700 หุ้น ที่ราคาซื้อขายเฉลี่ย 7.00 บาท แต่ก็ไม่สามารถช่วยเรียกความมั่นใจให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปสูงกว่านั้นได้
  "ไพบูลย์ นลินทรางกูล" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ ให้เหตุผลถึงราคาหุ้น TPIPP ที่เทรดต่ำกว่าจองในวันแรกว่า เป็นเพราะเสนอขายหุ้นจำนวนมากถึง 2.5 พันล้านหุ้น ทำให้ไม่หวือหวา เหมือนหุ้นขนาดเล็ก แต่นักลงทุนไม่ต้องกังวลใจที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาก เพราะ บริษัทมีแผนการขยายธุรกิจชัดเจน ในการเพิ่มกำลังการผลิตอีก 290 เมกะวัตต์ ทำให้มีกระแสเงินสดเข้ามาเพิ่มขึ้น และจะทำให้ค่า P/E ของหุ้นลดลง
  ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า เรามองแนวโน้มกำไรของ TPIPP จะอยู่ในช่วงเติบโตอย่างต่อเนื่องใน 1 – 3 ปีข้างหน้า จากการขยายกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะโรง RDF 100 เมกะวัตต์ ที่มีความสามารถในการทำกำไรสูง คาดกำไรปีนี้ของ TPIPP จะเติบโตมาอยู่ที่ 2,662 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.9% ตามอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น ขณะที่ในปีหน้าคาดผลประกอบการจะสามารถเติบโตได้เกินกว่าเท่าตัวที่ 6,564 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 146.6% จากโครงการใหม่ 3 โครงการ ที่คาดจะ COD ได้ในไตรมาส 4/60
  ทั้งนี้ ประเมินราคาเหมาะสมที่ 7.20 บาท และเชื่อว่าค่า P/E ในปีหน้าจะลดลงอย่างมากหลัง COD โครงการเพิ่ม นอกจากนี้บริษัทมี upside จากการขยายการลงทุนเพิ่มเติมได้ เนื่องจากมีกระแสเงินสดค่อนข้างมั่นคงและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
  ขณะที่ บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า ประเมินมูลค่าพื้นฐาน (Equity Value) ในช่วง 59,370-66,580 ล้านบาท (ล่าสุดอยู่ที่ 56,280 ล้านบาท) โดยประเมินกำไรสุทธิปี 60 ไว้ที่ 3,357 ล้านบาท และตั้งแต่ปี 61 คาดว่าบริษัทจะรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าเต็มปี ทั้ง 7 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตรวม 440 MW ประเมินรายได้และกำไรสุทธิปี 61 ไว้ที่ 12,591 ล้านบาท และ 5,864 ล้านบาท
  นอกจากนี้ บริษัทมีข้อได้เปรียบในการผลิตเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เนื่องจากสามารถใช้พลังงานความร้อนทิ้ง (Waste-Heat) จากโรงงานปูนซีเมนต์ของ TPIPL รวมถึงมีความได้เปรียบด้านต้นทุนและโอกาสในการขยายกิจการด้านการแข่งขันประมูล PPA โรงไฟฟ้าขยะในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงของโครงการ RDF 70 เมกะวัตต์ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการขออนุมัติ EIA
  บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ TPIPP ทำธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานขยะและความร้อนทิ้ง และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ ปัจจุบันโรงไฟฟ้ามีกำลังการผลิตติดตั้ง 150MW จะเพิ่มเป็น 440MW ในปี 2017 ซึ่งทำให้กำไรใน 3 ปีข้างหน้า (2017-19) โตก้าวกระโดด เราคาด +50.4% CAGR 
  จุดเด่นของโรงไฟฟ้าขยะของ TPIPP คือมีกำลังการผลิตสูงสุดในประเทศ มีที่ตั้งอยู่ใกล้โรงปูนซีเมนต์ของ TPIPL ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ทำให้ TPIPP สามารถนำความร้อนที่ถูกปล่อยทิ้งจากกระบวนการผลิตปูนฯมาผลิตไฟฟ้าได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ เราประเมินมูลค่าเหมาะสมปีนี้ 8.00 บาท (SOTP) (FSS เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้น IPO ของ TPIPP)
  
  แม้ TPIPP จะมีแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจนจากการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าอีกเกือบ 3 เท่าตัว แต่ด้วยความล่าช้าออกไปจากแผน และความเสี่ยงจากการขออนุมัติ EIA จึงอาจจะเป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญต่อราคาหุ้นในระยะนี้ ประกอบกับ P/E ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยค่อนข้างมาก จึงเกิดคำถามว่าการเติบโตของกำไรในปีนี้จะทันกับราคาหุ้นที่ขายแบบแทบไม่มีอัพไซด์หรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด