หุ้นฮ็อต

| 5 เมษายน 2560 | 09:25

BANPU นิวไฮรอบ 5 เดือน เข้าใกล้ราคาเหมาะสม เก็งงบ Q1/60 โตกระโดด

  BANPU เทรดคึก ดันราคานิวไฮรอบ 5 เดือน เก็งงบ Q1/60 โตกระโดด ตามราคาถ่านหินพุ่ง ส่วนทั้งปีคาดกำไรพุ่งทะลุ 9 พันล้านบาท แต่ระวังราคาวิ่งเข้าใกล้มูลค่าเหมาะสมแล้ว

  ความเคลื่อนไหวหุ้น บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU วานนี้ (4 เม.ย.) ราคาปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น และมีการซื้อขายคึกคัก โดยราคาหุ้นปิดที่ระดับสูงสุดของวัน 20.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท หรือ 4% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นเป็นอันดับ 1 ที่ 3,408 ล้านบาท และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 406% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
  กลุ่มบริษัท BANPU ดำเนินธุรกิจหลัก คือ 1) ธุรกิจถ่านหิน ที่ผลิตจากเหมืองที่บริษัทลงทุนในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน และออสเตรเลีย 2) ธุรกิจไฟฟ้า ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำจากโรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทในประเทศไทย (มาบตาพุด ระยอง) และที่ลงทุนในสาธารณรัฐประชาชนจีน
  หลายปีที่ผ่านมาผลประกอบการ BANPU ถดถอย จากที่เคยมีกำไรสูงกว่า 2.4 หมื่นล้านบาทในปี 53 กลายเป็นลงมาเหลือหลักพันล้านบาท และ 58 พลิกขาดทุน 1.5 พันล้านบาทท ซึ่งถือเป็นการขาดทุนครั้งแรกในรอบ 16 ปี ส่วนปี 59 พลิกกลับมามีกำไร 1.67 พันล้านบาท โดยเฉพาะงวด Q4/59 ที่มีกำไรสูงถึง 1.5 พันล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวที่ชัดเจน
  สอดคล้องกับราคาหุ้น BANPU ที่ลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 10.80 บาท ในช่วงต้นปี 59 ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ในระดับเกิน 20 บาทในปัจจุบัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
  สัญญาณหุ้น BANPU ที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง กำลังสะท้อนถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 1/60 ที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนราว 183 ล้านบาท และดีขึ้นจากไตรมาส 4/59 ที่มีกำไร 1.5 พันล้านบาท เป็นผลมาจากราคาถ่านหินที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีก่อน อีกทั้งในระยะสั้นยังดีดแรง หลังพายุไซโคลนเด็บบีเข้าถล่มรัฐควีนแลนด์ ออสเตรเลีย และยังมีแนวโน้มปรับขึ้นอีกจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น
  บล.กสิกรไทย ระบุว่า BANPU ปรับพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง ตามราคาถ่านหินดีดตัวเกือบ 11% หลังพายุไซโคลนเด็บบีเข้าถล่มรัฐควีนแลนด์ ออสเตรเลีย จนทำให้ราคาถ่านหินใกล้จะกลับไปแตะระดับสูงสุดของปี 90 เหรียญต่อตัน ทั้งนี้การพุ่งขึ้นของราคาถ่านหิน จะเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อ BANPU และดึงให้ราคาถ่านฯเฉลี่ยในงวด 2Q60 ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการของ BANPU เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  นอกจากนี้ ด้วยสภาพแวดล้อมของประเทศที่มีการใช้ถ่านหินมากที่สุดของโลกที่ยังเป็นบวกอยู่ เราจึงเล็งเห็นถึง upside ต่อราคาถ่านหินโลกในระยะสั้น และจะช่วยเป็นกันชนต่อ downside ต่อการคาดการณ์ผลประกอบการของ BANPU ในไตรมาส 1/2560 ทั้งนี้ เรายังคงมุมมองว่ากำไรของ BANPU จะปรับดีขึ้นอีกในเชิง QoQ สู่ระดับราวๆ 2.5 พันลบ. ด้วยแรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้น, ปริมาณการขายถ่านหินที่ทรงตัว รวมถึงส่วนแบ่งที่ทรงตัวจากธุรกิจโรงไฟฟ้า 
  คงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมายปี 2560 ที่ 22.90 บาท คำแนะนำของเราสะท้อนการฟื้นตัวของกำไรของ BANPU ตั้งแต่ไตรมาส 4/2559 และในปี 2560 ยิ่งกว่านั้น หากราคา thermal coal มีทิศทางสูงขึ้นก็คาดว่าจะช่วยกระตุ้นจิตวิทยาเชิงบวกสำหรับการซื้อขายหุ้น BANPU ในระยะสั้นได้ ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมายปี 2560 ที่ 22.90 บาท อิงวิธีรวมส่วนธุรกิจ (SOTP) หรือ ซื้อเพื่อหวังทำกำไรระยะแรกที่ 21.50 บาท
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) แนะนำ "เก็งกำไร" หุ้น BANPU ให้ราคาเหมาะสม 22.20 บาท คาดว่าหุ้นกลุ่มถ่านหินจะตอบรับเชิงบวก ตามราคาถ่านหินที่ปรับขึ้นอย่างโดดเด่น พร้อมคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 จะเติบโตเด่นเมื่อเทียบงวดปีก่อน และไตรมาสก่อน เนื่องจากเป็นไตรมาสแรกที่เห็นผลบวกเต็มที่จากราคาถ่านหินที่ไต่ระดับขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/59 ที่ผ่านมา ส่งให้ราคาขายเฉลี่ยเติบโตสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
  ทิศทางผลประกอบการปี 2560 คาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตสูงถึง 309% จากปี่ก่อน เป็น 9,116 ล้านบาท จากราคาถ่านหินเฉลี่ยในปี 2560 ที่เพิ่มขึ้น ราว 10-15% เป็น 75 เหรียญสหรัฐ/ตัน และได้ทำสัญญาซื้อขายถ่านหินของอินโดนีเซียในปี 2560 ไปแล้ว 61% จึงมี Downside Risk ของประมาณการกำไรที่จำกัด
  นอกจากราคาถ่านหินที่พุ่งขึ้นแล้ว BANPU ยังมีอัพไซด์ จาก 2 แหล่งก๊าซสหรัฐ รวมไปถึงมูลค่าที่ถืออยู่ใน BPP
  บล.โกลเบล็ก คาด BANPU จะมีปีกำไรปี 60 อยู่ที่ราว 9 พันล้านบาทเติบโต 438%YoY เนื่องจากทางการจีนมีแนวโน้มปรับลดวันทำงานของเหมืองถ่านหินลง นอกจากนี้ยังมีแผนปิดเหมือนถ่านหินกว่า 500 แห่ง เพื่อเป็นการลดอุปทานและลดมลภาวะในประเทศเพิ่มเติม
  คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสม 25.15 บาท เพื่อให้สะท้อนถึงมูลค่าหลักทรัพย์ BPP (BANPU ถือในสัดส่วน 78.71%) โดยประเมินมูลค่าธุรกิจโรงไฟฟ้าได้ 13.4 บาทต่อหุ้น (จากการเพิ่มขึ้นของราคาเหมาะสม Consensus BPP มาอยู่ที่ที่ 27.60 และBANPU เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น BPP อีก 1.3%) และธุรกิจถ่านหิน 11.75 บาทต่อหุ้น (PBV Ratio 1.1 เท่า) สำหรับปี 60 ทำให้ได้ราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้นจาก 21.75 เป็น 25.15 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
  บล.ทรีนีตี้ ระบุ ปัจจุบัน BANPU มีธุรกิจก๊าซฯ 2 แห่ง ที่แหล่ง Chaffee Corners และ แหล่ง Marcellus ตั้งอยู่ในพื้นที่ Marcellus Shale เบื้องต้น ประเมินกำไรและมูลค่าพื้นฐานส่วนเพิ่มทั้งสองแหล่งที่ 121 ล้านบาทต่อปี และ 1.14 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ 
  คงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย ที่ 23.60 บาท อิงวิธี SOTP ด้วยปัจจัยหนุน (1) แนวโน้มผลประกอบการปี 60 ฟื้นตัวโดดเด่นตามราคาถ่านหิน (2) อานิสงส์เชิงบวกจากนโยบายจีนที่ควบคุมการผลิตภายในประเทศ และการยกเลิกการนำเข้าถ่านหินจากเกาหลีเหนือซึ่งคิดเป็น 10% ของปริมาณถ่านหินที่ใช้ (3) ประเมินกำไรส่วนเพิ่มต่อปีไว้ที่ 121 ล้านบาท และมูลค่าพื้นฐานส่วนเพิ่มไว้ที่ 1.14 บาทต่อหุ้น จากการเข้าแหล่งก๊าซธรรมชาติทั้ง 2 ที่ในสหรัฐฯ

 BANPU ถือเป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมาตลอด และผลการดำเนินงานในปีนี้มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ด้วยวัฎจักรของธุรกิจ ที่เคลื่อนไหวผันผวนไปตามราคาถ่านหิน ราคาหุ้นย่อมผันผวนตามไปด้วย เป็นสิ่งที่ต้องใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อราคาปรับขึ้นเข้าใกล้พื้นฐาน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด