หุ้นฮ็อต

| 4 เมษายน 2560 | 09:20

จับตา ROJNA รับผลบวกลดสัดส่วนถือหุ้นไทคอน โบรกฯ คาดกำไรปีนี้โต 4 เท่า

  ROJNA วอลุ่มเข้าดันราคาหุ้นทำนิวไฮรอบ 6 เดือน จับตาประเด็นบวกจากการลดสัดส่วนถือหุ้น TICON และเริ่มรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้าอีก 110 เมกะวัตต์ ช่วงครึ่งปีหลัง โบรกฯ คาดช่วยหนุนกำไรปีนี้โตแรง 4 เท่าตัว

  หุ้น บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หรือ ROJNA กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หนุนให้ราคาปรับตัวขึ้นกว่า 13% ล่าสุดขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ 5.5 บาท
  ROJNA เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปนิคมอุตสาหกรรมและธุรกิจต่อเนื่อง เช่น ธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า ธุรกิจกิจผลิตน้ำเพื่ออุตสาหกรรม
  ราคาหุ้น ROJNA ร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบ 8 ปี เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย. 59 จากผลประกอบการงวด 9 เดือน ปี 59 ที่ทำกำไรได้เพียง 10.25 ล้านบาท ลดลงถึง 98% จากงวดเดียวกันปีก่อน แม้บริษัทจะประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนออกมาก่อนหน้านั้นไม่นาน และจนถึงปัจจุบัน ROJNA ก็ยังไม่ได้เริ่มต้นซื้อหุ้นคืนด้วยวงเงิน 100 ล้านบาท แต่อย่างใด โดยบริษัทกำหนดระยะเวลาซื้อหุ้นคืนจนถึง 19 พ.ค. 60
  อย่างไรก็ตาม หุ้น ROJNA ค่อยๆ ขยับขึ้นอีกครั้งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จากความคาดหวังต่อการเทิร์นอะราวด์ในปีนี้ ทั้งจากแรงหนุนของโรงไฟฟ้า 110 เมกะวัตต์ และแรงบวกจากการลดสัดส่วนการถือหุ้นไทคอน (TICON)
  บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า การถือหุ้นไทคอนในสัดส่วนที่ลดลงเหลือ 26.1% จากเดิม 40% หลังจาก เฟรเซอร์ พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ฯ (FPHT) มาซื้อหุ้นเพิ่มทุน ดังนั้นไทคอนจึงเปลี่ยนสถานะจากบริษัทย่อยที่ ROJNA ถือหุ้นอันดับ 1 กลายมาเป็นแค่บริษัทร่วม และหมดอำนาจควบคุมไปโดยปริยาย
  แม้จะหมดอำนาจควบคุม แต่จะส่งผลดีกับ ROJNA เพราะอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงจาก 4 เท่า เหลือ 2 เท่า เมื่อไทคอนนำเงินเพิ่มทุนไปคืนเงินกู้ และเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้ดีขึ้น คาดว่ากำไรส่วนได้เสียปีนี้จะเพิ่มถึง 377% เป็น 159 ล้านบาท และปัจจุบัน ROJNA ยังมีกำไรแฝงในไทคอนอยู่กว่า 700 ล้านบาท หรือ 0.36 บาทต่อหุ้น เพราะบริษัทมีต้นทุนไทคอนที่เพียง 14.27 บาทต่อหุ้น ขณะที่ราคาหุ้นไทคอนปัจจุบันอยู่ที่ 15.6 บาท
 สำหรับประเด็นมูลค่าแฝง หรือ กำไรที่ยังไม่รับรู้ (unrealized gain) ของ ROJNA จากการถือหุ้นไทคอน เป็นที่น่าสังเกตว่ายังมีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นอีกได้ หากพิจารณาจากราคาหุ้นที่ เฟรเซอร์ พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ฯ ซื้อหุ้นเพิ่มทุนไปในราคา 18 บาท ก่อนหน้านี้
  นอกจากนี้ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส มองว่า ROJNA จะได้แรงหนุนจากโรงไฟฟ้า SPP3 กำลังผลิต 110 เมกะวัตต์ จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ครึ่งปีหลังปีนี้ และรับรู้เต็มปีในปี 61 จึงคาดว่ากำไรหลักปีนี้และปีหน้าเพิ่มก้าวกระโดดถึง 391% และ 25% ตามลำดับ โดยสรุปแล้ว ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ ให้ราคาพื้นฐานใหม่ที่ 6.09 บาท ด้วย P/BV ปี 60 ที่ 1 เท่า
  ด้าน บล.ทิสโก้ ระบุว่า เริ่มวิเคราะห์ ROJNA โดยแนะนำให้ "ซื้อ" มูลค่าที่เหมาะสม 7.20 บาท เนื่องจากมีธุรกิจที่หลากหลายทั้งนิคมอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า ธุรกิจสาธารณูปโภคและรายได้ค่าเช่าคิดเป็น 90% ของรายได้ และ 60% ของ EBITDA ในขณะเดียวกัน การที่ ROJNA ลดสัดส่วนในไทคอนลงเป็นปัจจัยหนุนฐานะทางการเงิน ทำให้หนี้สินต่อทุนลดลงจาก 2.1 เท่า เป็น 0.7 เท่าในปี้ และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 30% จากปีก่อน และด้วยนิคมที่บ่อวินและแหลมฉบังมีที่ดินพร้อมขายกว่า 2 พันไร่ สำหรับนโยบายส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจ (EEC) โดยปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี และมีค่า PER ที่ต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่ม รวมถึงเงินปันผลที่ 7-8% ทำให้เรามองว่า ROJNA มีความน่าสนใจ
  ทั้งนี้ คาดว่ารายได้ปี 60 อยู่ที่ 1.35 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% จากการขายที่ดิน 500 ไร่ และมีรายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 33% เป็น 1 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ผลประกอบการก่อนกำไรพิเศษในปีนี้เพิ่มขึ้น 4 เท่าจากปีก่อน และโดยภาพรวมคาดว่ากำไรของ ROJNA จะเติบโตเฉลี่ย 21% ระหว่างปี 58-62

  แต่ประเด็นสำคัญที่อาจจะต้องระมัดระวังคือ ราคาหุ้น ROJNA อาจจะดูแพงเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มที่ใกล้เคียงกัน ปัจจุบัน ROJNA มีค่า P/E สูงถึง 90 เท่า ส่วนหุ้นอย่าง WHA AMATA และ NNCL มีค่า P/E อยู่เพียง 15-16 เท่า ฉะนั้น หากจะตัดสินใจเข้าลงทุนคงต้องประเมินความไปเป็นไปได้ของการเทิร์นอะราวด์ในปีนี้อย่างรอบคอบ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด