หุ้นฮ็อต

| 28 มีนาคม 2560 | 14:05

ส่องอนาคต PTTGC ยังสตรอง แม้ไม่มีกำไรขายหุ้น GGC พร้อม IPO

    PTTGC ออกอาการเซ หลังแจ้งตลาดหลักทรัพย์จะไม่นำหุ้น GGC ที่ถืออยู่ 164 ล้านหุ้นออกมาขายพร้อม IPO หวังสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ส่องอนาคตยังสตรอง เป็นหุ้นยีลด์ดี P/E ต่ำ กูรูอัพเป้ากำไรหลังซื้อ 6 บริษัทจาก ปตท. จับตาสตอรี่ถัดไปขาย VNT ให้อาซาฮีที่ตั้งโต๊ะซื้อหุ้นละ 15 บาทหรือไม่ อาจมีลุ้นกำไรพิเศษในอนาคต

  บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ราคาร่วงลงตั้งแต่เปิดการซื้อขาย สวนทางกับดัชนีฯ ที่เปิดบวก พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น โดยเปิดที่ 71 บาท ก่อนร่วงแตะ 70.50 บาท วอลุ่มติด Top10 ในช่วงเปิดการซื้อขาย แต่สุดท้ายพลิกยืนในแดนบวกได้และปิดภาคเช้าที่ 71.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.70% มูลค่าการซื้อขาย 296.31 ล้านบาท 
 PTTGC เป็นบริษัทในเครือ ปตท. ที่ถูกวางเป็น Flagship ในด้านปิโตรเคมี มี PTT ถือหุ้นใหญ่ราว 49%
  สัญญาณหุ้น PTTGC ที่เจอแรงขายในช่วงเช้า เกิดขึ้นหลังจากบริษัทฯ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ว่าจะไม่ขายหุ้นที่ถืออยู่ใน "โกลบอลกรีนเคมิคอล" หรือ GGC ออกมาในการขาย IPO จากเดิมมีแผนขายไม่เกิน 164 ล้านหุ้น ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ในการสนับสนุนธุรกิจของ GGC ในฐานะบริษัทแกนนำในธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ
  ประเด็นนี้อาจทำให้นักลงทุนบางส่วนผิดหวังที่ PTTGC จะไม่มีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น GGC ออกไปพร้อมการขาย IPO โดย GGC ได้ยื่นไฟลิ่งไปยัง ก.ล.ต.แล้ว รอเพียงการอนุมัติ คาดเข้าซื้อขายใน SET ประมาณ Q2/60
 อย่างไรก็ตาม หากมองภาพใหญ่ของ PTTGC นับว่ายังสตรองอยู่มาก โดยเฉพาะหลังจากเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ คือการใช้เงินกว่า 2.63 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อหุ้น 6 ธุรกิจปิโตรเคมีในกลุ่ม ปตท. ตามแผนปรับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่ม ส่งผลให้จะรับรู้กำไรราว 2.4 พันลบ.ต่อปี เริ่มตั้งแต่ Q4/60 ที่จะรับรู้ราว 600 ลบ. และรับเต็มปีในปี 61
  ส่งผลให้นักวิเคราะห์พากันอัพเป้า PTTGC ขึ้น สอดคล้องกับการปรับเพิ่มเป้ากำไรปีนี้และปีหน้า โดยประเมินการซื้อ 6 บริษัทเข้ามาจะเพิ่มอัพไซต์ต่อราคาเป้าหมายราว 5 บาท อีกทั้งยังเป็นหุ้นที่ให้อัตราปันผลในระดับสูงกว่า 4% ต่อปี
  บล.เอเซียพลัส ระบุว่า การที่ ปตท. จัดโครงสร้างธุรกิจใหม่ ขายธุรกิจปิโตรเคมีให้ PTTGC ในเบื้องต้นคาดจะส่งผลให้ประมาณการกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมราว 2.5-3.5 พันลบ.ต่อปี ฝ่ายวิจัยคาดแนวโน้มกำไรปี60-61 จะเติบโตต่อเนื่องอีก 11.4% YoY และ 17.8% YoY ตามลำดับ สาเหตุมาจากการกลับมาเดินเครื่องเต็มที่ของทั้งโรงงานปิโตรเคมี และโรงกลั่น
  ส่วนปี 61 จะรับรู้กำไรจากการเข้าซื้อกิจการทั้ง 6 บริษัท นอกจากนี้ PTTGC ยังเดินหน้าขยายการลงทุนใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งถือเป็นอัพไซด์สำคัญ ที่จะต่อยอดกำไรในระยะยาว มูลค่าพื้นฐานปี60 (DCF) 80.8 บาท (เดิม 76 บาท) แนะนำซื้อ รับทิศทางกำไรโดดเด่นจากนี้ และอัพไซด์ที่จะเพิ่มขึ้นจากการลงทุนใหม่ๆ ประกอบกับให้ผลตอบแทนปันผลในระดับสูงกว่า 4% ต่อปี รวมถึง PER ในปี60 จะลดลงไปอยู่ในระดับ 10 เท่า
 เช่นเดียวกับ บล.เคจีไอ ที่ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิปี60 ขึ้นอีก 7% เป็น 2.96 หมื่นลบ. และปรับเพิ่มอีก 13% เป็น 3.49 หมื่นลบ. ในปี61 ผลจากการเข้าซื้อกิจการ 6 บริษัทช่วยหนุนกำไร แนะนำซื้อ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 83.00 บาท ( เดิม 76บาท) และมองว่าการเข้าซื้อกิจการ 6 บริษัท จะเพิ่มอัพไซด์อีกประมาณ 5 บาท ซึ่งยังไม่ได้รวมไว้ในราคาเป้าหมาย
  ส่วน บล.ทรีนีตี้ คงคำแนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 67 บาท ประเมินกำไรจาก 6 บริษัทจะเข้ามาปีละ 2.3-2.5 พันลบ. 
  นอกจากนี้ อีกประเด็นที่มีลุ้นคือ PTTGC จะขายหุ้นที่ถืออยู่ 24.98% หรือ 296 ล้านหุ้น ใน บมจ.วีนิไทย (VNT) ให้ Asahi Glass ตามคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่ 15 บาทหรือไม่ โดยตั้งโต๊ะรับซื้อ 3 มี.ค.-7 เม.ย.60 นี้ แม้ราคาเสนอซื้อจะต่ำกว่ากระดาน แต่ต้นทุนของ PTTGC ซึ่งเข้ามาถือตั้งแต่ปี 48 น่าจะต่ำกว่านั้นมาก
  บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญในช่วงปลายเดือนนี้ที่ต้องติดตาม คือ บอร์ดของ PTTGC จะมีมติขายหุ้น VNT ที่ราคาเสนอซื้อ 15 บาทหรือไม่ เพราะจากการประเมินราคาเหมาะสมโดยที่ปรึกษาทางการเงินอิสระอยู่ที่ 15.54 - 17.58 บาท/หุ้น 

  การปรับลงของหุ้น PTTGC จึงอาจเป็นแรงขายที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ เท่านั้น แต่จุดที่จะเข้าลงทุนก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดว่าอัพไซด์ที่ได้จะคุ้มค่าหรือไม่เทียบกับราคาเป้าหมายปีนี้นักวิเคราะห์ให้ไว้ที่ราว 67-83 บาท ขณะที่ระหว่างทางราคาหุ้นน่าจะยังคงผันผวน ตามวัฎจักรของสเปรดปิโตรเคมี

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด