หุ้นฮ็อต

| 27 มีนาคม 2560 | 13:51

SEAFCO เทรดคึกลุ้นกำไรนิวไฮ - งานฐานรากรถไฟฟ้าเพิ่มอัพไซด์

          SEAFCO เทรดคึก รับปีนี้เป็นปีทอง หลังตุน Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และส่วนใหญ่เป็นงานที่มีมาร์จิ้นสูง คาดดันรายได้ - กำไรปีนี้ทำนิวไฮ แถมยังมีอัพไซด์จากงานฐานรากรถไฟฟ้า ประเดิมรับช่วงจาก CK ที่จะเริ่มตั้งแต่ Q3/60 และมีโอกาสรับงานจากเจ้าอื่น เหตุมีคู่แข่งน้อยราย แต่เก็งกำไรต้องระวังเหตุราคาจ่อเป้าหมายที่ 13-14 บาท 
 
          ความเคลื่อนไหว บมจ.ซีฟโก้ (SEAFCO) ในวันนี้ ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขาย เพิ่มขึ้นเกินปกติ โดยเปิดที่ 11.60 บาท ก่อนเพิ่มแตะ 11.70 บาท หรือบวกกว่า 4%  ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 11.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 2.68% มูลค่าการซื้อขาย 37.03 ล้านบาท ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายขายเพิ่มขึ้น 264%  เทียบเฉลี่ย 5 วันก่อน จากฟังก์ชั่น F6 โปรแกรม eFinStockPickUp 
          SEAFCO ทำธุรกิจรับก่อสร้างงานเสาเข็มเจาะ งานฐานรากและงานโยธาทั่วไป ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนบริษัทสามารถรับงานโดยตรงจากเจ้าของโครงการหรือรับงานช่วงต่อ (Sub-contract) จากผู้รับเหมาก่อสร้างหลัก 
          รายได้ในช่วง 3 ปีย้อนหลัง (57-59) ทรงตัวอยู่ในช่วง 1.8-1.9 พันลบ. แต่กำไรกลับผันผวน โดยปี 57 กำไรสุทธิ 210 ลบ. แต่ปี 58-59 เหลือ 153 ลบ. และ 156 ลบ.ตามลำดับ ตามอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 20.6% ในปี57 เหลือ 16.6% ในปี58 และ 17.48% ในปี59 
          สาเหตุที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง เนื่องจากรับงานที่รวมค่าแรงและวัสดุก่อสร้างซึ่งมีกำไรขั้นต้นน้อย เมื่อเทียบกับงานเฉพาะค่าแรงที่มีกำไรขั้นต้นสูงกว่า แต่ปีนี้ปรับกลยุทธ์เน้นรับงานค่าแรงมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริหารมั่นใจปีนี้รายได้และกำไรจะทำนิวไฮ
          "ณรงค์ ทัศนนิพันธ์" กรรมการผู้จัดการใหญ่  SEAFCO กล่าวว่า ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ทะลุ 2 พันลบ. ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับจากสูงสุดเมื่อปี57 ที่ 1.9 พันลบ. และอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่าปีก่อนที่ 8.71%
          สัญญาณหุ้น SEAFCO ที่มีแรงเก็งกำไรเข้ามาในช่วงนี้ มาจากแนวโน้มผลการดำเนินงานที่นักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นบวกอย่างมากในปีนี้ หลัง Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และส่วนใหญ่เป็นงานที่มีมาร์จิ้นสูง ส่งผลให้ปีนี้เป็นปีทองของ SEAFCO โดยอาจทำ Backlog ได้ถึง 3 พันล้านบาทสูงสุดในอุตสาหกรรม 
          บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประเมินว่าปีนี้เป็นปีทองที่ SEAFCO น่าจะได้รับงานใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยอาจทำได้ถึง 3 พันลบ. (+50%YoY) ที่น่าสนใจ คือ มีสัดส่วนงานค่าแรงอย่างเดียวสูงถึง 69% ซึ่งอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่างานที่รวมค่าวัสดุ จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี60 เป็น 41% แตะ 220 ลบ. แนะซื้อ ราคาเป้าหมาย 13.0 บาท อิง P/E 18 เท่า
          บล.บัวหลวง มองว่างานในมือของ SEAFCO ที่ประมาณ 1.5 พันลบ. รองรับเป้ารายได้ปีนี้ที่ 2 พันลบ. ไปเกือบทั้งหมดแล้ว ในขณะที่ปัจจุบันเพิ่งผ่านไปเพียง 3 เดือนแรกของปีเท่านั้นจึงมั่นใจว่า ประมาณการกำไรปีนี้จะเติบโตสูง 38% เป็น 215 ล้านบาท
          นอกจากนี้ SEAFCO ยังมีอัพไซด์ จากโอกาสได้งานฐานรากรถไฟฟ้าสายสีส้มจาก CK ซึ่งจะมีมูลค่าราว 1.4 -4.2 พันล้านบาท จากมูลค่าโครงการรวม 2.8 หมื่นล้านบาท หนุนการเติบโตไปอีก 2 ปี
          บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส คาดว่า SEAFCO จะได้แรงกระตุ้นจากการได้งานฐานรากรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะมาจาก CK ในมูลค่าที่มาก เพราะ SEAFCO มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ CK มาอย่างยาวนาน 
          ทั้งนี้งานในส่วน CK จากรถไฟฟ้าสายสีส้มเป็น 2.82 หมื่นล้านบาท ซึ่งปกติแล้วงานฐานรากจะเป็นสัดส่วน 5-15% จากมูลค่างานโยธาทั้งหมด นอกจากนี้การที่ STEC ได้งานทั้งสายสีส้มและเหลือง-ชมพู สูงถึง 6.6 หมื่นล้านบาท มีโอกาสสูงที่จะให้งานบางส่วนกับบริษัท เนื่องจากในอุตสาหกรรมเสาเข็มและฐานรากมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายคงคำแนะนำ ซื้อ คาดการณ์กำไรปีนี้โตสูงถึง 51% y-o-y หากได้งานฐานรากรถไฟฟ้าทันภายในปีนี้ ราคาพื้นฐานประเมินด้วย P/E ปี 60 ที่ 17 เท่า 
          บล.เออีซี คาดกำไรของ SEAFCO จะโตเฉลี่ยปีละ 32.9% ด้วยแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ อาทิ รถไฟฟ้า 3 สาย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มงานฐานรากช่วง Q3/60 ด้วยมูลค่ากว่า 3 พันลบ. อีกทั้งยังมีงานฐานรากอีกกว่า 1.6 หมื่นลบ. จากโครงการใน Action Plan บวกอัพไซด์ 25.9% และจ่ายเงินปันผล 0.15 บาท (XD 3 พ.ค.นี้) แนะซื้อ ราคาเป้าหมาย 14.10 บาท

          SEAFCO ยังมีอัพไซด์ที่รออยู่ คือ การรับงานฐานรากรถไฟฟ้าทั้งจาก CK และ STEC ซึ่งคาดว่าจะประเดิมงานแรกตั้งแต่ไตรมาส 3/60 นี้ แต่ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นจากราว 10 บาทเมื่อกลางเดือนก่อนมาใกล้ 12 บาท ในปัจจุบัน ก็อาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไร เพราะถือว่าเข้าใกล้ราคาเหมาะสมปีนี้ที่ 13-14 บาทแล้ว ขณะที่ยังมีความเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ การควบคุมต้นทุนของบริษัท และความล่าช้าในการลงทุนของภาครัฐ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด