หุ้นฮ็อต

| 23 มีนาคม 2560 | 09:23

จับตา TFG ขาขึ้นรอบใหม่ หรือ เด้งรับข่าวช่วงสั้น...ระวัง PE สูงสุดในกลุ่มขา

  TFG ฟื้นตัว 15% ในรอบ 1 เดือน ลุ้นยอดส่งออกไก่โตจากปัญหาในต่างประเทศ โบรกฯ คาดกำไรปีนี้โตกระโดด 45% แตะ 2.1 พันล้านบาท แต่ระวังราคาหุ้นปัจจุบัน P/E ที่ 24 เท่า สูงสุดในกลุ่มขายไก่

  เมื่อปี 59 หุ้น บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG ปรับตัวขึ้นได้ร้อนแรงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของตลาด ราคาวิ่งขึ้นจาก 1.54 บาท ขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 7.8 บาท ก่อนจะย่อตัวลงมาปิดที่ 7.05 บาท เพิ่มขึ้น 357.79% หลังจากนั้น หุ้น TFG เข้าสู่ช่วงพักตัวต่อเนื่องจนราคาลงไปแตะ 6 บาท ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้ 16% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุดปิดที่ 6.95 บาท
  TFG ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตอาหารแบบครบวงจร ตั้งแต่การเพาะพันธุ์ไปจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป โดยแบ่งตามกลุ่มธุรกิจได้แก่ 1) ธุรกิจไก่ ผลิตและจำหน่ายไก่ทั้งตัว ชิ้นส่วนไก่และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อไก่ 2) ธุรกิจสุกร เพาะพันธุ์สุกรและฟาร์มสุกรในไทยและเวียดนาม โดยจำหน่ายสุกรมีชีวิตให้แก่นายหน้า 3) ธุรกิจอาหารสัตว์ ผลิตอาหารสัตว์เพื่อนำไปใช้เป็นอาหารสำหรับไก่และสุกรในฟาร์มที่บริษัทเป็นเจ้าของหรือในฟาร์มระบบเกษตรแบบพันธสัญญาเป็นหลัก 4) ธุรกิจอื่นๆ เช่น ให้บริการศูนย์วิจัยและพัฒนาวัคซีนและเวชภัณฑ์ ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารสัตว์ เป็นต้น
 ปัจจัยหนุนสำคัญที่หนุน TFG ขึ้นมาช่วงนี้คงเป็นกระแสข่าวจากต่างประเทศในเรื่องการการนำเข้าไก่จากบางประเทศที่มีปัญหา ทำให้ผู้ผลิตไก่ในไทยมีโอกาสส่งออกเพิ่มมากขึ้น
  บล.เอเซียพลัส ระบุว่าเมื่อต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาว่า ไข้หวัดนกระบาดลามถึงสหรัฐฯ แล้ว จนล่าสุดเกาหลีใต้ประกาศระงับการนำเข้าไก่สดแช่แข็งจากสหรัฐฯ ชั่วคราว และเชื่อว่าคู่ค้าอื่นของสหรัฐฯจะระงับนำเข้าไก่สดแช่แข็งด้วยเช่นกัน ถือเป็นผลบวกต่อผู้ส่งออกไก่ไทยที่มีโอกาสได้คำสั่งซื้อมากขึ้น
  ล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้ประกอบการส่งออกเนื้อสัตว์ของบราซิลมีการติดสินบนพนักงานตรวจสอบคุณภาพเนื้อสัตว์ก่อนส่งออกสู่ต่างประเทศ ทั้งเนื้อไก่และเนื้อวัว ส่งผลให้ประเทศผู้นำเข้าเนื้อสัตว์จากบราซิล มีมาตรการเข้มงวดขึ้น ได้แก่ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน โดยจีนได้ประกาศระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์ทุกชนิดจากบราซิล ขณะที่สหภาพยุโรปก็ประกาศระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์จากโรงงาน 4 แห่งใหญ่ในบราซิล รวมไปถึงเกาหลีใต้ก็ประกาศตรวจเช็คสินค้าเนื้อสัตว์จากบราซิลเข้มงวดมากขึ้อ
  ปัจจัยดังกล่าวถือเป็นผลบวกโดยตรงต่อผู้ส่งออกไก่ไทย รวมถึง TFG ด้วย ซึ่งคาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศมากขี้น นอกจากนี้ราคาขายไก่ส่งออกน่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากปริมาณผลิตที่หายไปจากตลาดโลกและเมื่อรวมกับปัญหาไข้หวัดนกที่ระบาดในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และอีกหลายประเทศในทวีปยุโรป ก็ยิ่งถือเป็นผลบวกต่ออุตสาหกรรมส่งออกไก่ไทยชัดเจน และจะส่งผลบวกทางอ้อมต่อราคาไก่ในประเทศให้ดีดตัวขึ้น อีกด้วย
  โดยราคาไก่เป็นในประเทศล่าสุดอยู่ที่ 38 บาท/ก.ก. ทำให้ราคาไก่เป็นเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 60 อยู่ที่ 39.13 บาท/ก.ก. สอดคล้องกับสมมติฐานราคาไก่เป็นเฉลี่ยปี 60 ที่กำหนดไว้ที่ 39 บาท/ก.ก. 
  ด้าน บล.บัวหลวง ระบุว่า เราเชื่อว่าโมเมนตัมกำไรของ TFG จะเติบโตต่อเนื่องในปี 60 หนุนโดยปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มสัดส่วนของสินค้าที่มีมูลค่าสูง และราคาวัตถุดิบที่ยังคงต่ำ รวมถึงโอกาสปรับประมาณการขึ้นอีกจากธุรกิจที่มีมูลค่าสูงทั้งการส่งออกไก่ ไส้กรอกไก่และ Food service เช่น ครัวการบินไทย สินค้าปรุงสุก และการเติบโตจาก M&A 
  จากมุมมองต้นทุนอาหารสัตว์ในปี 60 ที่คาดจะทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยจากปี 59 ในส่วนของราคาข้าวโพด และในส่วนของวัตถุดิบนำเข้าทั้งกากถั่วเหลืองและข้าวสาลีคาดบริษัททำสัญญาระยะยาวจนถึงเดือน ก.ค. ทำให้ความเสี่ยงด้านนี้จำกัด อีกทั้งก่อนหน้านี้ประมาณการของเราค่อนข้างอยู่ในเชิงอนุรักษ์นิยมโดยคาดอัตรากำไรขั้นต้นปี 60 ไว้เพียง 13.8% (9.7% สำหรับธุรกิจไก่ และ 23.8% สำหรับธุรกิจหมู) ในขณะที่ไตรมาส 2/59 และ 3/59 อัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 15.8% และ 17.6% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่เริ่มเห็นผล
  ทั้งนี้ เราปรับประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นมาที่ 15.5% (11% สำหรับธุรกิจไก่ และ 27% สำหรับธุรกิจหมู) เพื่อสะท้อนมุมมองต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นก่อนหน้านี้ พร้อมปรับคาดการณ์กำไรหลักปี 60 ขึ้น 20% มาอยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท (เติบโต 45% จากปี 59 ที่มีกำไร 1.44 พันล้านบาท) และปี 61 ปรับขึ้นมา 18% ที่ 2.3 พันล้านบาท โดยแนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 7.85 บาท
  ส่วนในมุมของบริษัทเองนั้น เราได้เห็นการปรับโครงสร้างธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ล่าสุด ผู้บริหารได้เปิดเผยถึงแผนในการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 60 นี้
  นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ เปิดเผยว่า บริษัทจะใช้สูตร MV3 โดย “M” มาจาก Margin ซึ่งบริษัทจะพยายามรักษาระดับ Margin ในทุกสถานการณ์ราคาตลาด โดยลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อเนื่อง อย่างการตั้งบริษัท ไทย เนชั่นแนล โลจิสติกส์ เพื่อรองรับแผนการลดค่าใช้จ่ายลง 5-10% ซึ่งเดิมที TFG มีค่าใช้จ่ายขนส่งมากกว่า 600 ล้านบาทต่อปี ส่วน “V” ตัวแรก คือ Volume โดยขยายกำลังการผลิต และปริมาณทั้งไก่ หมู และอาหารสัตว์ “V” ตัวที่สอง แทน Velocity คือความรวดเร็วในผลิตที่มีประสิทธิภาพ และการผลักดันสินค้ามูลค่าเพิ่มเข้าสู่ตลาด ส่วน “V” ตัวสุดท้าย คือ Value การเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีคุณภาพ และมูลค่าสูง เพื่อที่จะสร้างฐานรายได้ของบริษัทให้แข็งแกร่ง

  อย่างไรก็ตาม การจะเข้าลงทุนหุ้น TFG ในจังหวะนี้ อาจต้องพิจารณากันอย่างระมัดระวัง ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาแรงเมื่อปีก่อน ทำให้ค่า P/E ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 24 เท่า สูงสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตไก่อีก 2 ราย ได้แก่ เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) มีค่า P/E 14.6 เท่า และ จีเอฟพีที (GFPT) มีค่า P/E 12.7 เท่า หากกำไรสุทธิไม่สามารถเติบโตได้สูงอย่างที่คาดหวัง ราคาหุ้นก็มีโอกาสจะถูกขายออกมาได้ทุกเมื่อ
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด