หุ้นฮ็อต

| 22 มีนาคม 2560 | 09:27

TSF พุ่งแรงไม่มีเหตุผล จับตาอนาคตหลังตระกูล 'วชิรพงศ์' ถือเกิน 10%

  TSF พุ่งทำนิวไฮรอบ 3 ปี ขณะที่บริษัทฯ แจงไม่รู้เหตุผลและไม่มีพัฒนาการใหม่ ด้านตลาดหลักทรัพย์จับติด Cash Balance ถึงวันที่ 11 เม.ย. นี้ จับตาอนาคตไปทางไหน หลังพบขาใหญ่ตระกูล "วชิรพงศ์" ถือหุ้นรวมกันเกิน 10% ส่องงบการเงินขาดทุน 5 ปีซ้อน

  ราคาหุ้น บริษัท ทรีซิกตี้ไฟว์ จำกัด (มหาชน) หรือ TSF ปรับตัวขึ้นแรงทำนิวไฮรอบ 3 ปี โดยระหว่างการซื้อขายพุ่งเกือบชนซิลลิ่งที่ 0.43 บาท ก่อนปิดการซื้อขายที่ 0.42 บาท เพิ่มขึ้น 20% พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นหว่า 2,219% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up จากที่ซื้อขายวันละ 36 ล้านหุ้น ขึ้นมาเป็น 820 ล้านหุ้นเมื่อวันนี้
  TSF ทำธุรกิจวางแผนประชาสัมพันธ์ รวมทั้งงานด้านสื่อโฆษณาทุกชนิด โดยเปลี่ยนชื่อมา จาก "124 คอมมิวนิเคชั่นส" เมื่อ เดือน ก.ค. ปี 53
  แรงซื้อที่เข้ามาอย่างผิดปกติเมื่อวัานนี้ ส่งผลให้ TSF ติด Trading Alert ของตลาดหลักทรัพย์ และเข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย ระดับ 1 ซื้อขายด้วย Cash Balance ขณะที่บริษัทชี้แจงว่าไม่ทราบสาเหตุที่ราคาปรับขึ้น และไม่มีพัฒนาการสำคัญที่ต้องแจ้งต่อนักลงทุน
  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกาศให้หลักทรัพย์ TSF เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย ระดับ 1 ซื้อขายด้วย Cash Balance ตั้งแต่ วันที่ 22 มี.ค. 2560 - 11 เม.ย. 2560
  ด้าน TSF ชี้แจง Trading Alert it[6;jk เนื่องจากพบว่าสภาพการซื้อขายหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากวันก่อนหน้าเพื่อให้ผู้ถือหุ้นและหรือผู้ลงทุนได้มีข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างครบถ้วนบริษัทขอชี้แจงดังนี้
  1. บริษัทมีพัฒนาการใดๆ ที่ยังไม่ได้เปิดเผย หรือสารสนเทศที่มีนัยสำคัญที่บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาและอาจเปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ในระยะเวลาอันใกล้ เช่น การเพิ่มทุน การร่วมทุน การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน หรือข้อพิพาทที่สำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพการซื้อขายที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ : ไม่มี
  2. บริษัททราบถึงสาเหตุอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบต่อการซื้อขายหรือไม่ : ไม่ทราบ
  3. สารสนเทศอื่นที่บริษัทต้องการชี้แจง (ถ้ามี) : ไม่มี
  ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้น TSF ในช่วงที่ผ่านมา ถูกผลักดันด้วยสตอรี่ การตั้งบริษัทร่วมทุน "แอคชั่น แอนด์ ออคชั่น" กับ "สหการประมูล" หรือ AUCT และข้อพิพาทกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งล้วนแต่จบลงแล้วแบบไม่มีอะไรตื่นเต้น
  ล่าสุด TSF แจ้งความคืบหน้า การตั้งบริษัทร่วมทุน "แอคชั่น แอนด์ ออคชั่น" กับ AUCT ที่ TSF ถือหุ้น 24% ล่าสุดลงนามสัญญาแล้ว ล่าช้ามาจาก เดือน ต.ค. 59 โดยจะทำธุรกิจ 11 ประเภท เช่น บริหารสินทรัพย์ - ประมูลออนไลน์ - ประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
  ส่วนข้อพิพาทกับกรุงเทพมหานคร TSF จะชำระค่าเสียหายที่เกิดจากค่าใช้สิทธิ จำนวน 31.79 ล้านบาท เพื่อยุติข้อพิพาท
  ขณะที่ผลการดำเนินงานของ TSF พบว่าขาดทุนติดต่อกันมาแล้วถึง 5 ปี (2555-2559) ที่ 65 , 320, 483, 729 และ 281 ล้านบาทตามลำดับ ส่งผลให้มีขาดทุนสะสมเกือบ 300 ล้านบาท 
  โดยหลักแล้วมาจากงานก้อนโตที่เป็นรายได้หลัก คือการติดตั้งป้ายโฆษณาบริเวณศาลาที่พักผู้โดยสารประจำทางของ กทม.ที่ล่าช้ากว่าแผน และตามด้วยการบอกเลิกสัญญาจนเกิดข้อพิพาท
  ขณะที่ล่าสุดบริษัทแจก TSF-W4 สัดส่วน 8 หุ้นเดิมต่อ 1 วอร์แรนต์ อายุ 2 ปี ราคาการใช้สิทธิสูงถึง 0.70 บาท ซึ่งจะขอมติผู้ถือหุ้นในวันที่ 7 เม.ย. นี้ พร้อมกับปฏิเสธข่าวการเพิ่มทุนในรูปแบบอื่น โดยยืนยันว่าการออก TSF-W4 เพียงพอต่อความต้องการใช้เงิน

 อนาคตของ TSF หลังจากนี้จึงน่าจับตา หลังข้อพิพาทกับ กทม. ที่ถ่วงมาหลายปีได้ข้อยุติ การจะเดินหน้าต่อคงต้องโฟกัสที่การทำกำไร และล้างขาดทุนสะสม นอกจากนี้ยังพบว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ TSF เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อตระกูล "วชิรพงศ์" ซึ่งถือเป็นขาใหญ่ในตลาดฯ เข้ามาถือหุ้นรวมกันเกิน 10% แต่ในแง่กลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนยังต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะต้องยอมรับว่าไม่มีปัจจัยพื้นฐานใดมารองรับหุ้นตัวนี้เลย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด