หุ้นฮ็อต

| 20 มีนาคม 2560 | 09:27

จับตา AJD หลังแจงไม่มีเอี่ยวธรรมกาย แต่พื้นฐานไปได้แค่ไหน

  AJD ร่วงต่ำสุดรอบ 8 เดือน ตื่นข่าวเอี่ยวธรรมกาย ด้านผู้บริหารร่อนเอกสารด่วนยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่องพื้นฐานโบรกฯ คาดกำไรปีนี้ถึงปีหน้าโตต่อเนื่องปีละ 18% จากฐานสูง 355 ล้านบาท ในปี 59 แต่ความเสี่ยงยังสูงจากการแข่งขันและลูกค้าผิดนัดชำระ

  บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJD ถูกถล่มขายอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 มี.ค.) โดยราคาลดลงไปต่ำสุดถึง 1.38 บาท ทำนิวโลว์รอบ 8 เดือน พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกือบ 3,000% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up จากที่เทรดวันละ 33 ล้านหุ้น ขึ้นมาเป็น 997 ล้านหุ้น
  AJD ประกอบธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้เครื่องหมายการค้า "AJ"และกำลังขยายไปสูงธุรกิจใหม่คือตู้เติมเงิน “AJ เติมสบาย”ในรูปแบบการขายแบบเช่าซื้อเป็นหลัก ซึ่งเพิ่งเข้าไปลงทุนได้ 1 ปีเต็ม ลงสนามแข่งกับเจ้าตลาดเดิมแบรนด์ "ตู้บุญเติม" และ "ตู้ซิงเกอร์"
 สาเหตุหลักที่หุ้นถูกเทขายอย่างหนัก มาจากกระแสข่าวลือว่า AJD มีความเกี่ยวข้องกับวัดธรรมกาย ที่กำลังมีข่าวการนำเงินวัดไปซื้อขายหุ้น ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องส่งหนังสือชี้แจงด่วน ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ส่งผลให้ราคากระเตื้องขึ้นมาปิดที่ 1.49 บาท แต่ก็ยังติดลบเกือบ 12%
  นายอมร มีมะโน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AJD ระบุในเอกสารเผยแพร่ ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกียวกับกับข่าวลือเกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกาย โดยยืนยันการบริหารงานของบริษัทฯตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมายึดมั่นหลักธรรมาภิบาล ทำให้นักลงทุนมั่นใจว่า AJD ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ประการใด และพร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เพื่อผลักดันรายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน  
  สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานของ AJD ในปี 2560 คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการเดินหน้าธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า และธุรกิจตู้เติมเงินออนไลน์ เอเจเติมสบาย ซึ่งวางเป้าหมายยอดขายที่ 40,000 เครื่อง
  นอกจากนี้ AJD ยังได้มีการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ธุรกิจการให้บริการตู้ขายน้ำอัตโนมัติและตู้น้ำลิตร ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 1/60 นี้ และธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) ให้บริการในรูปแบบบัตร และหรือโปรแกรมในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อชำระค่าสินค้า และบริการทั้งแบบออนไลน์ และตามร้านค้าที่ชะระต่างๆ คาดว่าในช่วงไตรมาส 4/60 จะสามารถให้บริการธุรกิจนี้ได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 หากจะพิจารณาถึงพื้นฐานของ AJD ต้องนับว่าเป็นหุ้นที่ผลการดำเนินงานเทิร์นอะราวด์ ในปี 2559 ที่ผ่านมา โดยกำไรสุทธิโตอย่างก้าวกระโดดเป็น 355 ล้านบาท จากปี 58 ที่มีกำไรเพียง 6.38 ล้านบาท หลังจากบริษัทฯ แตกไลน์ธุรกิจเข้าสู่ตู้เติมเงิน สะท้อนอัตรากำไรสุทธิจากระดับ 6% ขึ้นมาเป็นเกือบ 14% ในปี 59 ขณะที่โบรกฯ มองกำไรสุทธิในช่วงปีนี้และปีหน้า มีแนวโน้มโตต่อเนื่องปีละ 18%
  บล.เอเซียพลัส ระบุจากสภาพเศรษฐกิจที่ยังซบเซา ทำให้ต้องปรับลดประมาณการกำไรปี 2559-2561 ลงจากเดิมเฉลี่ย 21.4% ต่อปี ปรับลดจากยอดขายตู้เติมเงินและเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่หลังปรับลดประมาณการมแล้ว กำไรสุทธิปี 2559 ยังเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากฐานกำไรต่ำมากในปี 2558 และเติบโตเฉลี่ย 18% ต่อปี ในปี 2560-2561 โดยให้ Fair Value ที่ 2.36 บาท

  ราคาหุ้น AJD ในวันนี้จึงน่าจับตาว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไร หลังบริษัทฯ ปฏิเสธข่าวลือที่เกิดขึ้น ในขณะที่ราคาหุ้นร่วงลงต่ำกว่าพื้นฐานค่อนข้างมาก แต่ก็อย่าลืมว่ากำไรของ AJD ค่อนข้างผันผวน และยังมีความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรง และการที่ลูกค้าจะผิดนัดชำระหนี้ ที่สำคัญช่วงที่มีแต่ข่าวดี ราคาหุ้นตัวนี้เคยขึ้นไปแตะยอดดอยถึง 5.13 บาทและไม่เคยไปถึงอีกเลย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด