หุ้นฮ็อต

| 10 มีนาคม 2560 | 09:30

TTCL นิวโลว์รอบ 10 เดือน ดันอัพไซด์เพิ่ม

          TTCL ร่วงต่อเนื่องกดราคาต่ำสุดรอบ 10 เดือน ผิดหวังงบ Q4/59 ต่ำกว่าคาด แต่โบรกฯ มองแนวโน้มยังสดใส โดยเฉพาะครึ่งหลังของปีนี้ จากงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น แต่ยังต้องจับตางานในมือที่จะประมูลใหม่จะได้ตามเป้าหรือไม่ หลังจากที่ผ่านมาเจอโรคเลื่อน ขณะที่บิ๊กโปรเจ็คโรงไฟฟ้าถ่านหินเมียนมา 1,280 MW มูลค่า 5.6 หมื่นล้านบาท ยังไม่คืบ

         ราคาหุ้น บริษัท ทีทีซีแอล จำกัด (มหาชน) หรือ TTCL ปรับตัวลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน มาแตะระดับต่ำสุดที่ 16.60 บาท เมื่อวานนี้ (9 มี.ค.) ถือเป็นนิวโลว์ในรอบ 10 เดือน ก่อนปิดการซื้อขายที่ 16.80 บาท 
         TTCL ประกอบธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบวิศวกรรม การจัดหาเครื่องจักรและก่อสร้างโรงงานแบบครบวงจร รับงานทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการลงทุนในโรงไฟฟ้า
         สาเหตุหลักของแรงขาย TTCL มาจากความผิดหวังผลการดำเนินงานโดยเฉพาะไตรมาส 4/59 ที่มีกำไรสุทธิเพียง 48 ล้านบาท จากรายได้และอัตรากำไรจากการก่อสร้างที่ลดลง ส่งผลให้ทั้งปีมีกำไรสุทธิ 400.10 ล้านบาท ลดลงจากปี 58 ที่มีกำไรสุทธิ 422 ล้านบาท 
         แต่ราคาหุ้นที่ร่วงลงก็เป็นเหตุให้ TTCL มีอัพไซด์จากราคาเหมาะสมเพิ่มมากขึ้น โดยบล. ทิสโก้ แม้จะปรับราคาเหมาะสมลงเหลือ 25.50 บาท จาก 33 บาท แต่หากเทียบราคาปิดล่าสุด ยังมีอัพไซด์กว่า 51%
         บล.ทิสโก้ ระบุว่า ผลประกอบการ 4Q16 ลดลงทั้ง YoY และ QoQ จากรายได้และอัตรากำไรที่ลดลง แต่อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลประกอบการในช่วง 2H17 จะเพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น เรายังคงแนะนำให้ “ซื้อ”
         TTCL รายงานผลประกอบการ 4Q16 ที่ 48 ล้านบาท ลดลง 60% YoY และ 59% QoQ โดยหากไม่รวมกำไรจากค่าเงินที่ 13 ล้านบาท ผลประกอบการจะอยู่ที่ 35 ล้านบาท ลดลง 69% YoY และ 72% QoQ จากรายได้และอัตรากำไรจากการก่อสร้างที่ลดลง รายได้จากธุรกิจ EPC ลดลง 24% YoY และ 3.6% QoQ เนื่องมาจากความคืบหน้าของโครงการ Rock Salt ในลาวที่ล่าช้าจากการเปลี่ยนหน่วยประเมินผลและการขนส่ง อัตรากำไรของงาน EPC ลดลงจาก 8.9% และ 8.3% ในช่วง 4Q15 และ 3Q16 เป็น 7.8% จากสัดส่วนของงาน RAPID ที่มีอัตรากำไรต่ำ
         โดยรวมแล้วรายได้และอัตรากำไรของงาน EPC ต่ำกว่าที่เราคาด แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นใน 2H17 จากการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น และจากการที่ปี 2016 โครงการหลายโครงการถูกเลื่อนทำให้งานในมือเหลือ 1.5 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้ไม่ถึง 1 ปี แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างการประมูลงานกวา 1.87 แสนล้านบาท และคาดว่าจะเริ่มรู้ผลการประมูลเร็วๆ นี้  TTCL ตั้งเป้างานในมือที่ 2.8 – 3.6 หมื่นล้านบาท และยังมีอัพไซด์จากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เมียนมา 1,280 MW มูลค่า 5.6 หมื่นล้านบาท ที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปีนี้
         ด้วยโครงการใหม่ในปี 2016 ที่จำกัด ทำให้เราปรับประมาณการปี 2017-18F ลง 27-31% ทำให้มูลค่าที่เหมาะสมใหม่คิดเป็น PER 25.7 เท่าสำหรับปี 2017F ลดลงจากเดิมที่ 33 บาท โดยเรายังไม่ได้รวมมูลค่าของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ประเมินด้วยวิธี DCF ที่ 12.50 บาท (คาด TTCL ถือหุ้น 30%) โดยมีความเสี่ยงคือ ความล่าช้าในการก่อสร้าง, โครงการใหม่ที่น้อยกว่าคาด, ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
         TTCL เคยเป็นหุ้นดีราคาพรีเมี่ยม แต่เมื่อผลการดำเนินงาน และแผนธุรกิจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง โดยเฉพาะงานใหญ่ในเมียนมาที่เลื่อนมาตั้งแต่ปีก่อน ทำให้ราคาหุ้นที่เคยขึ้นไปเกือบ 60 บาทเมื่อปี 56 ลงมาเหลือราว 16 บาทในปัจจุบัน และหากพิจารณาจากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร พบว่าพลาดเป้าหมายมาโดยตลอด เช่น ในช่วงปลายปีก่อนที่ระบุว่ารายได้ปี 59 จะเติบโต 15% จากปี 58 ที่มีรายได้ 22,019 ล้านบาท แต่ทำได้จริงเพียง 20,358 ล้านบาท เท่านั้น และตั้งเป้าจะผลักดันอัตรากำไรสุทธิ( Net Margin) ให้อยู่ระดับ 3% เพิ่มจากปี 58 อยู่ที่ 1.92% แต่ของจริงทำได้เพียง 1.97% ดังนั้นการลงทุนหุ้นตัวนี้จึงต้องใช้วิจารณญาณอย่างสูง แม้อัพไซด์จะมีอยู่มากก็ตาม

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด