หุ้นฮ็อต

| 6 มีนาคม 2560 | 09:42

SIRI ราคานิวไฮรอบ 2 ปี ผู้บริหารไล่ซื้อหุ้น ไม่แคร์เป้าโบรกฯ


          SIRI พุ่ง 20% หลังเข้าปี 60 ดันราคาหุ้นกลับมายืนเหนือระดับ 2 บาท อีกครั้ง ถือเป็นจุดสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี ขณะที่ 3 ผู้บริหารของบริษัทยังเก็บหุ้นเพิ่มต่อเนื่อง ยอดรวมกว่า 246 ล้านบาท สวนกระแสนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่แนะนำเพียง "ถือ"
          หลังก้าวเข้าสู่ปี 60 ราคาหุ้น บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เริ่มปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 20% จนล่าสุดขึ้นมายืนในระดับ 2 บาท อีกครั้ง ถือเป็นจุดสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี 
           SIRI ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แบ่งเป็น 1. ธุรกิจเพื่อขาย โดยพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบและแนวสูง 2. ธุรกิจเพื่อให้เช่าอาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นโครงการที่ขายสิทธิการเช่า และธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ โดยแบ่งเป็นธุรกิจบริหารงานขายโครงการ ธุรกิจนายหน้า และบริการด้านการบริหารและจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์
            หลังจากประกาศเพิ่มทุนกว่า 8 พันล้านบาท เมื่อปี 57 ทำให้ SIRI มีทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 1.98 หมื่นล้านบาท แต่การเพิ่มทุนในครั้งนั้นยังไม่ได้ช่วยหนุนให้กำไรของบริษัทโดดเด่นขึ้นมาแต่อย่างใด และกดดันให้ราคาหุ้น SIRI ลงมาเทรดอยู่ในกรอบ 1.5-2 บาท เช่นเดียวกับกำไรที่ย่ำฐานอยู่ในช่วง 3.3 – 3.5 พันล้านบาท 
            อย่างไรก็ตาม SIRI เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน จากผลกำไรที่ออกมาเติบโตถึง 48.3% จากปีก่อน อยู่ที่ 1.61 พันล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
            จริงๆ แล้ว นักลงทุนที่ติดตาม SIRI มาก่อนหน้านี้ อาจจะพอจับสัญญาณจากรายงานการซื้อขายของผู้บริหาร (แบบ 59-2) ของบริษัทได้บ้าง 
            ‘วันจักร บุรณศิริ – อภิชาติ จูตระกูล – เศรษฐา ทวีสิน’ ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SIRI ต่างรายงานการซื้อมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 59 โดยตลอดทั้งปี ผู้บริหารทั้ง 3 ท่าน ซื้อรวมกัน 110.4 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 1.61 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 178.25 ล้านบาท
             หลังจากนั้นราคาหุ้นก็ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องจนทะลุ 1.7 บาท แต่ทั้ง 3 ท่าน ก็ยังคงมีรายงานการซื้อเข้ามาอีกในช่วงต้นปีนี้ และเป็นการซื้อในจำนวนที่มากกว่าปีที่แล้วทั้งปีด้วย โดยจำนวนหุ้นที่ซื้อรวมกัน 133.49 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 1.85 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 246.30 ล้านบาท
             แต่เมื่อพิจารณาจากคำแนะนำเกี่ยวกับหุ้น SIRI จากหลายโบรกเกอร์ พบว่าราคาหุ้นปัจจุบันกลับสูงกว่าราคาเป้าหมายที่นักวิเคราะห์ให้ไว้แล้ว
              อย่าง บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) แนะนำ ถือ เพื่อรับเงินปันผล และจะพิจารณาน้ำหนักการลงทุนอีกครั้งหากโครงการ 98 Wireless ทำยอดขายในปีนี้ได้ดีกว่าเป้าที่ 70% จากสมมติฐานของ PER ที่ 8.7 เท่า หรือเท่ากับเฉลี่ยย้อนหลัง 7 ปี ได้ราคาเป้าหมายปี 60 เท่ากับ 1.82 บาท ไม่รวม Dilution ของการแปลง warrant SIRI-W2 
              พร้อมกับคาดรายได้ของปีนี้ที่ 34,184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากปีก่อน มี Secured Revenue ที่ 36% และคาดกำไรสุทธิเท่ากับ 3,238 ล้านบาท ลดลง 4.2% โดยมองแนวโน้มกำไรช่วงครึ่งปีหลังจะสูงกว่าครึ่งปีแรกเล็กน้อย จากโครงการสร้างเสร็จปีนี้ของการร่วมทุน คือ โครงการ The Line จตุจักร ที่จะส่งมอบปลายปี
              ขณะที่ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) แนะนำ ถือ หลังปรับประมาณการ ราคาพื้นฐานใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 1.84 บาท ซึ่งประเมินด้วย P/E ปี 60 ที่ 7.2 เท่า ซึ่งให้ต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่ใช้ 8 เท่า เพราะคาดการณ์กำไรปี 61 ของ SIRI จะลดลง 20% หลังจากปีนี้ที่โต 12% จากปีก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนปันผลปีนี้คาดว่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ดีเป็น 6.5% จึงแนะนำถือรับปันผล
              ด้าน บล.ทิสโก้ ระบุว่า สำหรับปี 60 คาดว่าผลประกอบการจะเพิ่มขึ้น 3.5% หนุนโดยงานในมือเดิมที่รองรับรายได้ 48% ในปีนี้ และ 10% ในปี 61 ส่งผลให้ปรับประมาณการของปี 60-61 ขึ้น 2% และ 4.5% จากรายได้ของโครงการร่วมทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ แนะนำให้ “ถือ” ประเมินมูลค่าที่เหมาะสม 1.60 บาท คิดเป็น PER 8.1 เท่า สำหรับปี 60 
              แม้การเติบโตจะยังไม่ชัดเจนนัก แต่ที่ผ่านมา SIRI มีจุดเด่นจากการจ่ายเงินปันผลได้ในระดับที่ค่อนข้างน่าพอใจ สำหรับปี 57-58 บริษัทจ่ายเงินปันผล 0.12 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน 6-7% ส่วนปี 59 ที่ผ่านมา บริษัทปรับมาจ่ายเป็น 2 งวด โดยครึ่งปีแรกจ่ายไปแล้ว 0.04 บาท และครึ่งหลังจะจ่ายอีก 0.08 บาท ซึ่งจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 10 มี.ค. นี้ 
               ขณะที่มุมมองของบริษัทต่อแนวโน้มผลประกอบการในปีนี้ ซีอีโอของ SIRI ตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% เป็น 3.6 หมื่นล้านบาท หลังจากที่ทำยอดจองเมื่อปีก่อนได้ 3.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ 3.3 หมื่นล้านบาท โดยยอดจองของคอนโดมิเนียมคิดเป็นสัดส่วน 50% สำหรับกลยุทธ์ในปีนี้ จะเน้นไปที่บ้านเดี่ยวแบบ High-End และประกาศร่วมทุนสำหรับการลงทุนอื่นๆ
               ที่ผ่านมา SIRI ยังไม่สามารถสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการเพิ่มทุนครั้งใหญ่ แม้จะเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นจากโครงการร่วมทุนต่างๆ ทยอยสร้างผลกำไร แต่ด้วยลักษณะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอ่อนไหวไปตามภาวะเศรษฐกิจ การเติบโตของบริษัทจึงยังท้าทายค่อนข้างมาก สุดท้ายคงต้องมาดูกันว่าผู้บริหารจะสร้างผลกำไรให้กลับมาเติบโตอีกครั้งได้หรือไม่ เพราะการแสดงความเชื่อมั่นโดยการซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่องอาจจะยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุน
 
    

 

 
 
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด