หุ้นฮ็อต

| 1 มีนาคม 2560 | 14:03

TRUE พื้นฐานตามราคาไม่ทัน โบรกฯดับฝันปีนี้พลิกกำไร!

        TRUE บวกสวนงบปี 59 ที่พลิกขาดทุน คาดราคาร่วงรับข่าวไปก่อนหน้าแล้ว ส่วนปีนี้ผู้บริหารมั่นใจพลิกมีกำไร เห็นสัญญาณบวกรายได้บริการมี Growth สูงสุดในรอบ10 ปี แถมเบียด DTAC ขึ้นแท่นค่ายมือถือเบอร์ 2 ได้สำเร็จ แต่กูรูส่วนใหญ่มองต่าง คาดจะขาดทุนไปอีก 2 ปี เหตุต้องบุ๊คค่าตัดจำหน่ายไลเซนส์ 4G 
         บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เด้งสวนทางผลการดำเนินงานปี 59 ที่ออกมาพลิกขาดทุนหนัก เปิดที่ 6.25 บาทก่อนขึ้นแตะ 6.40 บาท เพิ่มขึ้น 2.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นติด Top5 ในช่วงเช้า  
         TRUE  มี 3 ธุรกิจหลัก คือ อินเทอร์เน็ต โดยทรูออนไลน์ , ธุรกิจมือถือ โดยทรูโมบาย และธุรกิจโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก โดยทรูวิชั่นส์
          ราคาหุ้น TRUE วันนี้ เด้งขึ้นสวนทางกับผลการดำเนินงานปี 59 ที่ประกาศออกมาเย็นวานนี้ พลิกขาดทุนหนักกว่า 2.8 พันลบ. จากกำไร 4.4 พันลบ. ในปี 58 เฉพาะไตรมาส 4/59 ขาดทุนสุทธิ 1,658 พันล้านบาท สาเหตุหลักของผลขาดทุนทั้งปีมาจาก (1)การรับรู้ค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตคลื่น 900 MHz  (2) SG&A ที่เพิ่มสูงขึ้นตามการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงมากขึ้น และ (3) ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 
         สันนิษฐานว่า ราคาที่เด้งขึ้น เป็นเพราะก่อนหน้านี้ราคาหุ้น TRUE ร่วงรับข่าวขาดทุนไปแล้วจากระดับ 7.50บาทในเดือนมกราคม ลงไปทำโลว์ที่ 6.05 บาท เมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
         ขณะที่มีสัญญาณบวกในผลงานปี59 คือ รายได้การให้บริการที่เพิ่มขึ้นถึง 18% ถือเป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 10ปี  เป็นไปตามแผนที่จะสร้างผลกำไรได้ในปี60 ตอกย้ำให้ผู้บริหารมั่นใจว่า "โอกาส" ที่จะพลิกกำไรสุทธิในปี 60 มีความเป็นไปได้มากขึ้น พร้อมก้าวเป็นผู้นำโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับ 2 แซง DTAC ได้สำเร็จ 
          ดังที่ "ศุภชัย เจียรวนนท์" ประธานคณะกรรมการบริหาร ที่มั่นใจว่าจะสามารถพลิกมีกำไรได้ในปีนี้ ซึ่งเป็นการกล่าวย้ำ "ครั้งที่ 3" หลังการประมูล 4G ในปี 58 หรือในรอบ 1 ปีกว่าๆที่ผ่านมา ในทุกครั้งของการแถลงข่าว "ศุภชัย"  มั่นใจว่าจะมีกำไรปีนี้แต่ปี 59 จะยังขาดทุน  
           ปี60 ตั้งเป้ารายได้จากการให้บริการเติบโต 16-20% ควบคู่การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข็มงวด พร้อมตั้งงบลงทุน 4.8 หมื่นล้านบาท ไม่รวมชำระค่าใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่
            ประเด็น คือ ความเห็นส่วนใหญ่ของนักลงทุนและนักวิเคราะห์ดูจะสวนทางกับคำพูดของผู้บริหาร TRUE โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ มองว่าปีนี้ TRUE จะยังขาดทุนโดย ทรีนีตี้ คาดจะขาดทุนเพิ่มเป็น 3.4 พันล้านบาท ขณะที่เคจีไอ มองจะขาดทุนไปจนถึงปี 61 เท่ากับว่า TRUE "มีความเสี่ยง" ที่จะขาดทุนต่อเนื่อง 2-3 ปี 
            บล.ทรีนีตี้  ประเมินผลขาดทุนในปี60 ที่ 3,426 ล้านบาท โดยผลประกอบการยังถูกกดดันจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาต 900 MHz และ 18000MHz  ที่สูงขึ้น ถึงแม้ว่าจะได้เงินเพิ่มทุนมาช่วยลดภาระดอกเบี้ยแต่บริษัทยังคงต้องลงทุนสูงอีกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาระหนี้ที่จะเพิ่มขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้า เนื่องจากกระแสเงินสดไม่เพียงพอต่อการชำระค่าใบอนุญาตคลื่น 900 MHz และ 18000 MHz รวมแล้วกว่า 70,000 ล้านบาท 
            นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่จะต้องสูญเสียลูกค้าที่เป็นลูกค้า Convergence หลังจากบริษัทได้ยกเลิกช่องรายการ HBO และเปิดโอกาสให้คู่แข่งคือ AIS ได้รายการ HBO ไป  แนะถือ ราคาเป้าหมายปี 60 ที่ 7.28 บาท
              บล.เคจีไอ คาดว่า TRUE จะยังคงขาดทุนต่อเนื่องในปี 60-61 เพราะปีนี้จะต้องบันทึกค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตใช้คลื่น 900MHz (ปีละ 5 พันล้านบาท) เข้ามาเต็มเป็นปีแรก  และมองว่าการแข่งขันจะยังรุนแรงและ TRUE ก็น่าจะยังต้องคงงบค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารไว้ในระดับสูงเหมือนปี59 เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ และดึงลูกค้าใหม่  ปัจจุบันอยู่ระหว่างทบทวนราคาเป้าหมายและคำแนะนำ แนวโน้มปรับลดลง  
              ส่วน "บล.ทิสโก้" แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 7.80บาท/หุ้น ระบุ TRUE  รายงานผลประกอบการดีกว่าคาดจากค่าใช้จ่ายที่ลดลงและรายการพิเศษ
             ขณะที่อีก 2 ค่ายยังคงแนะนำ "ซื้อ" โดย บล.แอพเพิล เวลธ์ มองว่าราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับตัวลดลงสะท้อนผลประกอบการที่อ่อนแอ และตอบรับ Sentimentเชิงลบจากการยุติการให้บริการช่องรายการของทรูวิชั่นแล้ว โดยราคาหุ้นในปัจจุบันยังมี Upside จากราคาเหมาะสมที่ 7.70 บาท ราว 23.2% จึงปรับคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ซื้อ"เช่นเดียวกับ "บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง" ที่แนะซื้อ ราคาเป้าหมาย 9.80 บาท คาดปี60 มีลุ้นไม่ขาดทุนปกติ และปี61 จะเริ่มมีกำไร
              แม้ว่าราคาเหมาะสมของ TRUE จะอยู่ในช่วง 7.25 บาท ไปจนถึง 9.80 บาท ซึ่งมีอัพไซด์จากราคากระดานแต่จากคำแนะนำของโบรกฯ ส่วนใหญ่ ยังแนะเพียง "ถือ"เท่านั้น 
           ดังนั้น การเก็งกำไรหุ้น TRUE ยังต้องระมัดระวังเป็นพิเศษต่อไป เพราะพื้นฐานที่ไปไม่ทันราคาหุ้นขณะที่ยังมีรายจ่ายจำนวนมากรออยู่  การแข่งขันที่ยังรุนแรงในธุรกิจมือถือยังกดดันค่าใช้จ่ายกาารตลาดที่ต้องคงไว้สูงเหมือนปีก่อน อีกทั้งการยกเลิกช่อง HBO ยังเป็นตัวกดดันธุรกิจทีวีอีกด้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด