หุ้นฮ็อต

| 28 กุมภาพันธ์ 2560 | 13:55

TKN แพงไปหรือยัง?? หลังหุ้นขึ้น 700% ใน 1 ปี

       TKN เทรดคึกคัก รับกำไรปี 59 พุ่งเกือบ 100% ส่องอนาคตอีก 3 ปีโรงงาน 2 แห่งเดินเครื่องเต็มกำลังผลิตที่ 1.2 หมื่นตัน/ปี แต่ราคาปัจจุบันแพงไปหรือยัง หลังปรับขึ้นต่อเนื่อง 700% ภายในเวลาเพียง 1 ปี นับตั้งแต่เข้าเทรด ดัน P/E กระฉูด 50 เท่า สูงกว่ากลุ่ม กูรูเคาะเป้า 23.60-32 บ. อิงกำไร 5 ปีโตเฉลี่ย 29-38% ต่อปี

  บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) ราคาปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น และมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มเข้ามามากเกินปกติ โดยราคาเปิดที่ 26.75 บาท ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ราคา High สุด 27.75 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาท หรือ 7.77% มูลค่าการซื้อขาย 336.47 ล้านบาท พร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 505% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า เป็นอันดับ 1 ในโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up 
  TKN ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสาหร่ายแปรรูปภายใต้ตราสินค้า “เถ้าแก่น้อย” มี 4 ประเภทหลัก ได้แก่ สาหร่ายทอด สาหร่ายย่าง สาหร่ายเทมปุระ และสาหร่ายอบ โดยมีโรงงานผลิตสาหร่ายสำเร็จรูป 2 แห่งตั้งอยู่ที่ จ.ปทุมธานี และที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ
  TKN เพิ่งเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือน ธ.ค. ปี 58 ด้วยราคา IPO เพียง 4 บาท ผ่านมา 1 ปี 2 เดือน ราคาเพิ่มขึ้นถึง 700% เทียบกับฐานกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นราว 97% 
  สัญญาณหุ้น TKN ที่มีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่นในวันนี้ เกิดขึ้นหลังจากประกาศกำไรสุทธิปี 59 แตะ 781 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97% จากปีก่อน ผลจากการเติบโตในตลาดจีนที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว พร้อมกับปันผลหุ้นละ 0.30 บาท ขึ้น XD วันที่ 10 มี.ค. นี้ 
  ที่ผ่านมาราคาหุ้น TKN ถูกผลักดันด้วยปัจจัยพื้นฐานและการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หลังเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ล่าสุดลงทุนสร้างโรงงานใหม่ ที่จะเพิ่มกำลังผลิตอีก 100% ในปี 62 
  โรงงานแห่งใหม่ตั้งอยู่ที่ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.อยุธยา กำลังการผลิต 6,000 ตัน/ปี ซึ่งจะเริ่มเดินเครื่องผลิตเฟสแรกใน Q1/60 ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกราว 1,500 - 2,000 ตัน/ปี รวมกับกำลังผลิตปัจจุบัน 6,000 ตัน/ปี เป็น 8,000 ตัน/ปี และโรงงานใหม่จะเต็มกำลังการผลิตในปี62 ทำให้ปีดังกล่าวจะมีกำลังการผลิต 12,000 ตัน/ปี หรือเพิ่มขึ้น 100% 
 ดังนั้น ในอีก 3 ปีข้างหน้าก็จะเป็นช่วงของการเก็บเกี่ยวผลผลิตเต็มที่จากการที่โรงงานเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตทั้ง 2 แห่ง ขณะที่ภารกิจด้านการลงทุนครั้งใหญ่ได้ผ่านพ้นไปแล้วหลังระดมทุนขายไอพีโอมาสร้างโรงงาน 
  ในส่วนของแผนการดำเนินงาน ผู้บริหาร TKN ตั้งเป้ารายได้ปี 60 อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 16% โดยจะเน้นการทำตลาดเพิ่มเติมในประเทศจีน อินโดนีเซีย และเวียดนามเป็นหลัก และตั้งเป้ารายได้แตะ 10,000 ล้านบาทในปี 67
  คำถามคือราคาหุ้นที่พุ่งไม่หยุด แพงไปหรือยัง หากเทียบกับอนาคตและการเติบโตของบริษัทฯ ซึ่งวงการประเมินกำไรโตในช่วง 29-38% ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า แต่ราคาหุ้นปัจจุบันถูกคาดหวังการเติบโตของกำไรถึง 50% โดยเทรดที่ P/E 50 เท่า เทียบกับ P/E หุ้นกลุ่มอาหารที่เทรดราว 20-40 เท่า ขณะที่ราคาเหมาะสมที่โบรกฯ ประเมินอยู่ในช่วง 23.60-32 บาท ยังมีอัพไซด์ราว 18% จากเป้าสูงสุด 
 บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส แนะซื้อ TKN ให้ราคาพื้นฐาน 32 บาท อิง P/E ปี60 ที่ 38 เท่า และคาดกำไรโตเฉลี่ยปี 59-62 ที่ 38% มอง ROE อยู่ในเกณฑ์สูง และฐานะการเงินดี เป็นเงินสดสุทธิ (net cash position) มาอย่างต่อเนื่อง 
  ขณะที่ บล.ซีไอเอ็มบี เคาะราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 23.60 บาท พร้อมแนะ "ขาย" เพราะมองราคาหุ้นสูงเกินไป แต่โดยรวมแล้วยังชอบการเติบโตของ บริษัทฯ 
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดกำไร TKN จะเติบโตเฉลี่ย 29% ต่อปี ในช่วง 5 ปี ข้างหน้า และคาดว่าผลประกอบการยังคงเติบโตต่อเนื่องในปี60 ซึ่ง TKN มีการขยายกําลังการผลิตที่โรงงานแห่งใหม่ ทําให้มีกําลังการผลิตเพิ่มขึ้น 100% ขณะที่การส่งออกไปต่างประเทศยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง 
  บล.เคจีไอ คาดกำไรในช่วง 3 ปี (59-61) จะโตเฉลี่ย 38% ตามการส่งออกที่เป็นตัวสนับสนุนหลักให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 
  ด้านความเคลื่อนไหวของผู้ถือหุ้น TKN เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจับตาอย่างต่อเนื่อง จากในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตระกูล พีระเดชาพันธ์ ได้ตัดขายหุ้นโดยการโยนบิ๊กล็อตให้กับกองทุนถึง 2 ครั้ง รวม 60 ล้านหุ้น รับเงินไปกว่า 1,200 ล้านบาท ส่งผลให้ปัจจุบันเหลือสัดส่วนถือหุ้นประมาณ 63% พร้อมกับระบุด้วยว่า ในระยะต่อไปมีโอกาสขายหุ้นออกมาให้กับพันธมิตรที่มีนโยบายการทำธุรกิจสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของบริษัท แต่มีนโยบายจะรักษาสัดส่วนให้ไม่ต่ำกว่า 50% 

 TKN จึงนับว่าเป็นหุ้นดี มีพรีเมี่ยม แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่ที่ "ความคาดหวัง" ของนักลงทุน สะท้อนจากการเทรดที่ P/E สูงถึง 50 เท่า และราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นมาถึง 700% หรือ 7 เด้ง ในเวลาเพียง 1 ปีเศษ ซึ่งหากวันใดที่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามคาด หรือมีปัจจัยลบเข้ามา ราคาหุ้นก็น่าจะพร้อมถูกขายทำกำไรในทันที

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด