หุ้นฮ็อต

| 27 กุมภาพันธ์ 2560 | 14:01

TPOLY เทิร์นอะราวด์จริงหรือไม่ หลังพลิกกำไร - จ่ายปันผลครั้งแรกรอบ 5 ปี

      TPOLY วิ่งสวนดัชนีฯ - วอลุ่มพุ่ง 2,300% รับงวดปี 59 พลิกมีกำไรในรอบ 5 ปีแถมปันผลหุ้นละ 0.01บ. หลังหมดขาดทุนจากโครงการเก่า เดินหน้าต้นทุนลด และได้กำไรโรงไฟฟ้าหนุน พร้อมปูสตอรี่ ดันลูกเข้าตลาดหุ้น งานนี้ต้องจับตา เทิร์นอะราวด์ได้จริงหรือไม่

  บมจ.ไทยโพลีคอนส์ (TPOLY) ราคาปรับตัวขึ้นแรง สวนทางกับภาพรวมดัชนีฯ ที่ปรับลดลง โดยราคาหุ้นเปิดที่ 3.84 บาท ก่อนพุ่งแตะ 3.96 บาท หรือบวกกว่า 6% พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นถึง 2,300% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันก่อนหน้า ตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up จากที่ซื้อขายวันละ 1.3 ล้านหุ้น เพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านหุ้นในเช้าวันนี้ ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 3.92 บาท เพิ่มขึ้น 0.24 บาท หรือ 6.52% มูลค่าการซื้อขาย 120 ล้านบาท 
 TPOLY ประกอบธุรกิจหลักรับเหมาก่อสร้าง และต่อมาได้ขยายมาสู่ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการค้า ผ่านการถือหุ้นในบริษัทย่อย โดยมี บมจ.ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) เป็นบริษัทแกนในธุรกิจพลังงานซึ่ง TPOLY ถือหุ้น 41%
  โครงสร้างรายได้ ณ สิ้นปี 59 ประมาณ 70% มาจากรับเหมาก่อสร้าง , 25% มาจากการขายไฟฟ้า และ 4% มาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ 
  สำรวจผลการดำเนินงาน TPOLY พบว่าทำรายได้ต่อปีราว 2.3-2.5 พันล้านบาท และขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่องในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา (55-58) ที่ 188 ล้านบาท , 447 ล้านบาท , 308 ล้านบาท และ 278 ล้านบาท ตามลำดับ สาเหตุมาจากโครงการเก่ามีต้นทุนการก่อสร้างสูงกว่าคาด และมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากความล่าช้าของโครงการ ทำให้ช่วงนั้นต้องเบรกการรับงานใหม่ หันมาปรับระบบภายในเพื่อลดภาวะขาดทุน และเพิ่งมาเริ่มต้นประมูลงานอีกครั้งในครึ่งหลังปี 57 เป็นต้นมา
 สัญญาณหุ้น TPOLY ที่พุ่งขึ้นแรงในวันนี้ เป็นผลโดยตรงหลังประกาศงบปี59 พลิกมีกำไรสุทธิครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ 121 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.21 บาท เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 278 ล้านบาท พร้อมแจกปันผลหุ้นละ 0.01บาท จากที่จ่ายครั้งล่าสุดเมื่อปี 54 หุ้นละ 0.08 บาท 
  สาเหตุที่พลิกมีกำไร เป็นผลจากรายได้จากการขายไฟฟ้าหนุน ช่วยชดเชยรายได้ก่อสร้างที่ลดลง โดยในปี 59 มีโรงไฟฟ้าที่ขายไฟเพิ่มอีก 1โรงคือ โรงไฟฟ้าชีวมวลทุ่งสังกรีน (TSG ) ทำให้ปัจจุบัน TPOLY มีโรงไฟฟ้าที่ COD แล้ว 4 แห่ง รวม 34.4 MW ได้แก่ โรงไฟฟ้าชีวมวลช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ (CRB) ,โรงไฟฟ้าชีวมวลแม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ (MWE) ,โรงไฟฟ้าชีวมวลมหาชัย กรีน เพาเวอร์ (MGP) และโรงไฟฟ้าชีวมวลทุ่งสัง กรีน (TSG ) 
  นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังได้จัดโครงสร้างทางการเงินและบริหารจัดการทางการเงินและการลงทุนดีขึ้น 
  ส่องอนาคต TPOLY ล่าสุดผู้บริหารคาดว่ารายได้ปีนี้จะโตราว 10% และกำไรสุทธิจะดีกว่าปี59 หลังเน้นรับงานที่มี Net Profit Margin เกิน 8% และจะรับรู้กำไรจากธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มขึ้น พร้อมกับ สตอรี่มีแผนนำ 2 บริษัทย่อย คือ "ทีพีซี แอสเสท" และ "ทีพีซี บางกอกซัพพลาย" เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนระยะเวลายังไม่ได้กำหนดขึ้นอยู่กับความพร้อมและสถานการณ์
 ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามเร็วๆ นี้ คือ การขอใบอนุญาตโรงไฟฟ้าขยะชุมชนขนาด 10 MW ในวันที่ 1 มี.ค.นี้ น่าจะทราบผลในวันที่ 31 มี.ค.นี้ โดยดำเนินการผ่าน บริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด (TPCH ถือหุ้น 50%)
  ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ปีนี้ TPOLY น่าจะปิดการขายได้หมดทั้ง 2 โครงการ คือ "กรีนิช รามอินทรา" ทาวน์โฮม 174 หลัง มูลค่าโครงการ 740 ล้านบาท ซึ่งยังไม่สามารถปิดการขายได้ตามแผนในปี59 เพราะสถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยกู้ และโครงการใหม่ "กรีนิช ไพร์ม หทัยราษฎร์" เป็นบ้านเดี่ยว 94 ยูนิต มูลค่าโครงการ 350 ล้านบาท ขายได้แล้ว53% คาดปิดได้ในปีนี้เช่นกัน

  จากผลการดำเนินงานปี 59 ที่ประกาศออกมา TPOLY ดูเหมือนจะเห็นสัญญาณของการเทิร์นอะราวด์ หลังจากขาดทุนต่อเนื่องในช่วง 4 ปี แถมยังมีสตอรี่การดันบริษัลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่ราคาหุ้นในระดับไม่เกิน 4 บาทคิดเป็น P/E ราว 19 เท่า เทียบกับ P/E กลุ่ม CONS ล่าสุดอยู่ที่ 28 เท่า ซึ่งการตัดสินใจเข้าลงทุนคงต้องขึ้นอยู่กับว่านักลงทุนเชื่อมั่นในอนา  คตของบริษัทมากน้อยเพียงใด เพราะอย่าลืมว่ายอดดอยของหุ้นตัวนี้ เคยสูงถึง 8.68 บาท เมื่อต้นปี 2558 ที่ผ่านมานี้เอง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด