หุ้นฮ็อต

| 24 กุมภาพันธ์ 2560 | 09:30

ปีทอง WORK คาดปีนี้โกยกำไรทุบสถิติสูงสุด จับตาราคาหุ้นทำนิวไฮได้หรือไม่?

  จับตา WORK หลังได้ The mask singer ดันเรทติ้งช่วง prime-time กระฉูดแซงช่อง 3 ได้เป็นครั้งแรก แม้ปรับขึ้นค่าโฆษณาแต่มีผู้จองแล้วถึง 50% ของเป้ารายได้ทั้งปี โบรกฯ มองปีนี้เป็นปีทอง คาดโกยกำไรทะลุ 500 ลบ. ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จับตาราคาหุ้นจะทุบสถิติ All time high ที่ 54 บาทได้หรือไม่

  บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK เคลื่อนไหวอย่างโดดเด่นในการซื้อขายวานนี้ (23 ก.พ.) โดยราคาปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 53.25 บาท สวนทางกับดัชนีฯ ที่ปรับลดลง ก่อนปิดการซื้อขายที่ 52.50 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาท พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นราว 340% เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Up จากที่ซื้อขายกันวันละ 5.4 แสนหุ้น ขึ้นมาเป็น 1.84 ล้านหุ้น
  WORK ทำธุรกิจรายการโทรทัศน์ รับจ้างจัดงาน ภาพยนตร์ บริหารจัดการโรงละคร คอนเสิร์ต และรับจ้างจัดงาน ปัจจุบันมีช่องรายการ Workpoint TV ช่อง 23 ซึ่งมีเรตติ้งอยู่ในอันดับ 3
  จุดแข็งของ WORK คือ ความสามารถในการผลิตเนื้อหารายการได้ด้วยตนเอง ทำให้ WORK เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่ยังสามารถรักษาผลประกอบการให้เป็นบวกอยู่ได้ หลังจากการประมูลใบอนุญาตทีวี ดิจิตอล เมื่อปี 56
  ด้านผลประกอบการ ปี 56 – 58 ที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิ 256.78 ล้านบาท 20.82 ล้านบาท และ 163.66 ล้านบาท ส่วนปี 59 มีกำไรสุทธิ 198 ล้านบาท เติบโต 32% จากปีก่อน แม้ว่าไตรมาส 4/59 จะมีผลขาดทุนราว 72 ล้านบาท แต่ถือว่าน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขาดทุนเกิน 130 ล้านบาท จากผลกระทบเหตุการณ์ไว้อาลัย 30 วัน พร้อมกันนี้บริษัทฯ ประกาศปันผลจากผลดำเนินงานปี 59 หุ้นละ 0.27 บาท ขึ้น XD วันที่ 7 มี.ค. 60 กำหนดจ่าย วันที่ 3 พ.ค.60
  ประเด็นสำคัญของ WORK คือแนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้ ที่จะเติบโตอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะจากรายการ The mask singer ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก และสามารถดันเรทติ้งช่วง ช่วง prime-time กระฉูดแซงช่อง 3 ได้เป็นครั้งแรก และบางวันขึ้นเป็นอันดับ 1 แม้ว่าจะมีการปรับขึ้นค่าโฆษณาแต่ก็มีคนจองแล้วถึง 50% ของเป้ารายได้ทั้งปี ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าในปีนี้ WORK จะกำไรได้เกือบ 500 ล้านบาท ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  บล. ธนชาต แนะนำซื้อ WORK โดยปรับประมาณการกำไรขึ้น 15-12% ในปี 2017-18 จากการขึ้นค่าโฆษณาตั้งแต่ต้นปี 2017 และ utilization rate ที่ดีขึ้นหนุนกำไรโตเด่น +192% ปีนี้ ขณะที่ล่าสุด rating ช่วง prime-time ขึ้นเป็นอันดับ 2 ส่วนทางเทคนิค เข้าซื้อเพิ่มที่ 51.75 หรือเมื่อทะลุ 54 เป้าหมาย 59 บาท
  บล.เอเซียพลัส ระบุ เรตติ้งเฉลี่ย 2 วันแรกเดือน ก.พ. พุ่งกระฉูด ขึ้นแท่นเป็นอันดับ 1 เขตกรุงเทพและปริมณฑล และ เรตติ้งทั่วประเทศเป็นอันดับ 2 แซงหน้าช่อง 3 เป็นครั้งแรก มาอยู่ที่ 1.75 เพิ่มขึ้นจาก 1.48 ในเดือน ม.ค. 60 และ 1.34 ในเดือนธ.ค. 59 จากกระแสตอบรับที่ดีต่อรายการวาไรตี้ โดยเฉพาะ The mask singer ขณะที่ค่าโฆษณาเฉลี่ยงวด 1Q59 อยู่ที่ 5.8 หมื่นต่อนาที และมีผู้จองโฆษณาทั้งปี 60 แล้วถึง 1.4 พันล้านบาท (50% ของเป้ารายได้ทั้งปี) โดยคาด utilization rate งวด 1Q59 จะอยู่ที่ 45%-50%เพราะเป็นช่วง low season แต่คาดจะพุ่งระดับปกติที่ 70-80% ในงวด 2Q60 เป็นต้นไป
  Ad. Rate เฉลี่ยทั้งปี 2560 น่าจะสูงเกินสมมติฐานของฝ่ายวิจัยที่ 6.2 หมื่นต่อนาที เพราะเรตติ้งปัจจุบันผู้ชมที่ดีเกินคาดและสูงกว่าเป้าหมายของ WORK ที่ 1.4 แต่ฝ่ายวิจัย ASPS ยังอนุรักษ์นิยมคงสมมติฐาน Ad. Rate ตามเดิม 
 ขณะที่ WORK ยังมีโอกาสหารายได้ช่องทางออนไลน์เพิ่มเติมโดย เฉพาะปัจจุบันมีรายได้ผ่านช่องทาง Youtube เดือนละ 8 ล้านบาท และทดลองออกอากาศผ่าน Facebook live ซึ่งมีผู้ติดตามมากถึง 7 ล้านคน ซึ่งจะเริ่มหารายได้จากช่องทางดังกล่าวเองตั้งแต่เดือนนี้ และคาดจะรับรู้ส่วนแบ่งรายได้จาก facebook ตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป จึงขอปรับประมาณการรายได้ปี 2560 จากสื่อออนไลน์เพิ่มจาก 100 ล้านบาท เป็น 150 ล้านบาท เป็นผลให้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 60-61 เฉลี่ยปีละ 6.2%
  คาดกำไรปี 60 เติบโต 2.6 เท่าตัว และเพิ่มขึ้นอีก 26% ในปี 61 ขณะ Fair Value ใหม่ อิงวิธี DCF อยู่ที่ 58 บาท ยังมี upside 11% ยืนยัน ซื้อ
  บล.เออีซี ระบุด้วยความแข็งแกร่งด้าน Content ทำให้เรทติ้งช่องปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและเริ่มทยอยปิด gap จากช่อง 3 มากขึ้นเรื่อยๆ โดยผลสำรวจจาก Nielsen พบว่าเรทติ้ง Prime Time ช่วง 1-16 ก.พ.60 ของช่อง WP แซงหน้าช่อง 3 ขึ้นเป็นอันดับ 2 ได้แล้ว ดังนั้นเพื่อสะท้อนปัจจัยบวกข้างต้น เราจึงปรับสมมติฐาน Ad Rate ปี 2560 จากเดิมนาทีละ 6.2 หมื่นบาท เป็น 6.5 หมื่นบาท ส่งผลให้ภายใต้ประมาณการใหม่ คาดปี 2560 WORK มีกำไรสุทธิ 535 ล้านบาท โต 169.2%YoY แต่คาดว่าการจ่ายปันผลยังน้อย เพราะธุรกิจยังอยู่ในช่วงของการเติบโต
  ขณะที่ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เป็นโบรกฯเดียวที่ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จากเดิม ซื้อ แม้ได้เพิ่มราคาพื้นฐานใหม่ขึ้นเป็น 52.00 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ด้วย wacc 8.8% แต่ราคาปิดปัจจุบันนั้นสูงกว่าราคาพื้นฐานแล้ว ทั้งนี้เป็นเพราะราคาหุ้นปรับตัวขึ้นดีมาก สอดคล้องกับคำแนะนำ ซื้อ มาก่อนหน้าแล้ว

 จึงต้องจับตาว่าแท้จริงแล้วราคาหุ้น WORK สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่จะดีขึ้นอย่างมากในปีนี้ไปหมดแล้วหรือยัง All time high ที่เคยทำไว้เมื่อปลายเดือน ม.ค. ที่ 54 บาท จะสามารถทุบสถิติได้อีกครั้งหรือไม่ หลังจากราคาเหมาะสมขยับขึ้นไปสูงสุดที่ 59 บาทแล้ว

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด