หุ้นฮ็อต

| 23 กุมภาพันธ์ 2560 | 09:30

FPI ลุ้นปีนี้กำไรทุบสถิติต่อเนื่อง แต่ราคานี้แพงไปหรือยัง?

  จับตา FPI หลังปั๊มกำไรปี 59 ทำนิวไฮตามแผน ลุ้นปีนี้ยังทุบสถิติได้ต่อเนื่อง ทั้งจากธุรกิจเดิมและเตรียมรับรู้รายได้จากธุรกิจพลังงาน คาดดันกำไรโตทะลุ 300 ล้านบาท แต่ราคาหุ้นในกระดานแพงไปหรือยัง เป็นสิ่งที่ต้องคิด

  ราคาหุ้นบริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ FPI วานนี้ (22 ก.พ.) ปรับตัวเพิ่มขึ้นและมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกือบ 600% เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up จากที่ซื้อขายวันละ 2 ล้านหุ้น ขึ้นมาเป็น 12 ล้านหุ้น โดยราคาปิดที่ 5 บาท เป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน
  FPI เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ผลิตจากพลาสติก และเป็นศูนย์รวมในการจำหน่าย ทั้งชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ทดแทน (Replacement Equipment Manufacturer: REM) และชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ภายใต้ตราสินค้าของค่ายรถยนต์ต่างๆ (Original Equipment Manufacturer: OEM) รวมทั้งให้บริการรับจ้างฉีดขึ้นรูป ชุบ และพ่นสีผลิตภัณฑ์พลาสติก
  บริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาด mai เมื่อปี 2555 ด้วยราคา IPO ที่ 3.50 บาท ขณะที่ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวค่อนข้างหวือหวา เคยลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 1.63 บาท ในปี 56 และยอดดอยสูงสุดอยู่ที่ 6.30 บาทในปี 58
  ผลการดำเนินงานของ FPI ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีเทียบกับบริษัทในกลุ่มยานยนต์ เนื่องจากเป็นผู้ผลิตอะไหล่ทดแทน ซึ่งมีความต้องการตลอดเวลา โดยสามารถทำกำไรเติบโตจาก 199 ล้านบาทในปี 57 ขึ้นมาถึง 285 ล้านบาทในปี 59 ซึ่งถือเป็นการทำกำไรนิวไฮตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนต่อหน่วยที่ลดลงจากการเพิ่มกำลังการผลิต ต้นทุนวัตถุดิบ และต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวลดลง
  ส่วนแนวโน้มในปีนี้ ถอดรหัสจากคำให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ที่คาดว่ารายได้จะเติบโต 10% และกำไนนิวไฮต่อเนื่อง ทั้งจากธุรกิจชิ้นส่วนฯ และธุรกิจใหม่คือพลังงานทดแทน หากคิดอัตรากำไรสุทธิใกล้เคียงปี 59 ที่ระดับราว 14% และให้ส่วนเพิ่มจากธุรกิจพลังงานชีวมวล คาดว่า FPI จะมีกำไรทะลุ 300 ล้านบาทได้ในปีนี้ และมีรายได้เกิน 2,200 ล้านบาท จากราว 2,000 ล้านบาทในปี 59
  นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ FPI ระบุว่า ปี 60 คาดว่าแนวโน้มจะดีต่อเนื่อง โดยในส่วนของรายได้และกำไรมีลุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง เพราะมีออเดอร์ใหม่ๆ เข้ามาตลอด โดยเฉพาะงานด้าน OEM จากลูกค้าในแถบทวีปยุโรป ซึ่งปัจจุบันได้รับความไว้วางใจในการส่งคำสั่งผลิตเพิ่มขึ้นตลอด โดยงานผลิตชิ้นส่วนแบบ OEM ถือว่ามีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูง ทำให้กำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
  ล่าสุด บริษัทแตกไลน์เข้าสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มแหล่งที่มาของรายได้ และกระจายความเสี่ยงการลงทุน โดยได้ร่วมมือกับบริษัท อีซีเอฟ พาวเวอร์ จำกัด หรือ ECF-P บริษัทย่อยของ บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) หรือ ECF จัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท เซฟ เอนเนอร์จี โฮลดิ้งส์ จำกัด (SAFE) ซึ่งได้เซ็นสัญญาเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าของบริษัท ไพร์ซ ออฟ วู้ด กรีน เอนเนอร์จี จำกัด ขนาดกำลังการผลิต 7.5 เมกะวัตต์ คาดว่าจะCOD ในไตรมาส 2/60 นี้ ทำให้บริษัทรับรู้รายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทนเข้ามาทันทีในปีนี้
  ทั้งนี้ FPI มีสัดส่วนการถือหุ้นใน SAFE 33.3% จากมูลค่าการลงทุนรวม 141 ล้านบาท คาดว่าจะมีรายได้จากโครงการดังกล่าวไม่ต่ำกว่าปีละ 250 ล้านบาท 
  
 แม้แนวโน้มของ FPI จะดูดี มีการเติบโต แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือราคาหุ้นในกระดานที่ระดับราว 5 บาท แพงไปหรือยัง โดยหุ้นตัวนี้ไม่มีบทวิเคราะห์ แต่หากคิดจาก P/E ปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 21 เท่า จาก P/E กลุ่มที่ 29 เท่า และหากคิด P/E ของปีนี้ ที่คาดการณ์กำไรในระดับเกิน 300 ล้านบาท จะลดลงมาอยู่ที่ราว 18 เท่า
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด