หุ้นฮ็อต

| 22 กุมภาพันธ์ 2560 | 09:22

GLOBAL ปั๊มมาร์จิ้นกระฉูดตามนัด จับตาปีนี้กำไรนิวไฮต่อเนื่องทะลุ 2 พันลบ.

  GLOBAL ไม่ทำให้ผิดหวัง เดินหน้าปั๊มมาร์จิ้นตามเป้า ดันกำไรสุทธิปี 59 โตแรง 70% พร้อมแจกปันผลเป็นหุ้นและเงินสด จับตาปีนี้ผลงานโตต่อเนื่องอีก 30% ทะลุ 2 พันล้านบาท ทั้งจากยอดขายและการปรับวิธีบันทึกบัญชี

  ราคาหุ้น บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL วานนี้ (21 ก.พ.) ปิดการซื้อขายในแดนบวกสวนทางกับดัชนีฯ ที่ลดลงกว่า 14 จุด โดยราคาหุ้นปิดในระดับสูงสุดของวัน 18.30 บาท เพิ่มขึ้นกว่า 3.5% และมีปริมาณหุ้นซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 244% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up จากที่้ซื้อขายวันละ 4.7 ล้านหุ้น ขึ้นมาเป็น 11.5 ล้านหุ้น
  GLOBAL ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ในงานก่อสร้าง ต่อเติม ตกแต่ง บ้านและสวนแบบควบวงจร (one stop shopping center) โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า โกลบอล เฮ้าส์ (Global House) โดยนำระบบ Drive-through มาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกในการรับสินค้าโครงสร้างของลูกค้า
  หุ้น GLOBAL เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 2552 ด้วยราคา IPO เพียง 2.55 บาท ก่อนที่จะเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นในปี 2555 จากตระกูล "สุริยวนากุล" เป็น "เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น" ในเครือปูนใหญ่ ที่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 สัดส่วน 30.02% จากการซื้อหุ้นเพิ่มทุนเฉพาะเจาะจง (PP) จำนวน 224 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 14 บาท
  ซึ่งดีลใหญ่ในครั้งนั้น เป็นผลให้ นายวิทูร สุริยวนากุล CEO ของบริษัทฯ ต้องลาออกจากทุกตำแหน่งเมื่อต้นปี 2559 เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือ ก.ล.ต. ตรวจสอบพบการใช้ข้อมูลอินไซด์ในการซื้อขายหุ้น โดยในช่วงนั้นราคาหุ้น GLOBAL ลงไปทำโลว์ที่ราว 8 บาท
 จากนั้นราคาหุ้น GLOBAL ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องตามผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และสามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะในปี 59 ที่ผ่านมาที่อัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 21.10% จาก 17.27% ในปีก่อน และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.68% จาก 5.06% ในปีก่อน ซึ่งตรงตามที่ผู้บริหารได้เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้
  นายอภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร ประธานกรรมการ GLOBAL เคยกล่าวไว้ในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุนเมื่อเดือน พ.ย. 59 ที่ผ่านมา มั่นใจกำไรสุทธิปี 60 นิวไฮต่อเนื่องจากปีนี้ รายได้โตไม่ต่ำกว่า 10% โดยเน้นกลยุทธ์เปิดสาขาใหม่ โดยในปีนี้จะมีสาขาครบ 46 แห่ง และเปิดเพิ่มอีกอย่างน้อย 7 แห่งในปีหน้า รวมไปถึงการลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มสินค้ามาร์จิ้นสูง เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 20% และอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 7%
 ถอดรหัสจากคำให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร ตรงกันกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ว่าแนวโน้มผลการดำเนินงาน GLOBAL จะทำนิวไฮต่อเนื่องอีกในปีนี้ ทั้งจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น และยังมีประเด็นการปรับวิธีบันทึกบัญชี ที่จะดันกำไรสุทธิให้เพิ่มขึ้นปีละ 200 ล้านบาท โดย Consensus เคาะราคาเหมาะสมอยู่ที่ 20-22 บาท/หุ้น
  บล.บัวหลวง ระบุ GLOBAL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/59 สูงกว่าคาดราว 14% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวดีเกินคาด จากสัดส่วนสินค้าที่เป็นเจ้าของแบรนด์เองมากขึ้น (ประมาณ 13% ของยอดขายในไตรมาส4/59 เทียบกับ 11% ในไตรมาส 4/58) โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นมากส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานขยายตัว 3% YoY เป็น 10.1%
  ส่วนแนวโน้มปีนี้ คาดยอดขายสาขาเดิมยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องถึงไตรมาส 1/60 แต่เรายังมองว่า GLOBAL จะสามารถรักษาการเติบโตของกำไรได้ในระดับสูงต่อเนื่อง หนุนโดยการเปิดสาขาใหม่และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว ทั้งนี้บริษัทมีเหล็กที่ต้นทุนต่ำอยู่ในสต๊อกค่อนข้างมาก ในขณะที่ราคาขายเหล็กยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกในไตรมาส 1/60 
  เราได้ปรับประมาณการกำไรปี 2560 ขึ้น 2% เพื่อสะท้อนแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่เติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาส 1/60 ซึ่งส่งผลให้ราคาเป้าหมายถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 20.5 บาท/หุ้น จาก 20.1 บาท/หุ้น
 คำแนะนำ เรายังชอบ GLOBAL มากที่สุดในกลุ่มค้าปลีก โดยแม้ว่า PER ปี 60 จะอยู่ในระดับสูงถึง 30.2x เท่า แต่ก็ถือว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับประมาณการกำไรที่คาดว่าจะเติบโตที่ 30% (ปรับผลกระทบจากการเปลี่ยนนโยบายบัญชีสำหรับการประเมินสินทรัพย์) โดยในแง่ของ PEG นั้น GLOBAL ถือว่าถูกที่สุดในกลุ่ม
  ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดกำไรสุทธิปี 2560 ของ GLOBAL จะโตต่อเนื่องราว 30% ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 2 พันล้านบาท จากการขยายสาขา ปรับ Product mix เพิ่มสินค้า House brand ยังคงแนะนำซื้อ คงราคาพื้นฐาน 22 บาท
  บล. ดีบีเอส มองแนวโน้มปี 60 คาดว่าจะยังเติบโตได้ โดยมีแผนเปิดสาขาเพิ่ม และศูนย์กระจายสินค้าจะช่วยลดต้นทุนดำเนินงานลง และความจำเป็นในการสำรองสภาพคล่องทางการเงินก็ลดลงด้วย คาดว่าจะเห็นผลดีตั้งแต่ 2Q60 เป็นต้นไป บริษัทมีแผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศแห่งเรกที่กัมพูชา น่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ปลายปี 60 เป็นต้นไป แต่ในปี 61 คาดว่าจะยังทำรายได้และกำไรเป็นสัดส่วนที่ไม่มากนัก
  ข้อสังเหตุคือตั้งแต่ 1Q60 บริษัทจะเปลี่ยนวิธีบันทึกมูลค่าสินทรัพย์เป็นราคาทุน ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์และส่วนทุนลดลงอย่างละประมาณ 4 พันล้านบาท ข้อดีคือ ทำให้การตัดค่าเสื่อมราคาผ่านงบกำไรขาดทุนลดลง อัตรากำไรขั้นต้นทางบัญชีจะเพิ่มขึ้นราว 1% และกำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นประมาณ 200 ล้านบาทในปี 60 ส่วนข้อด้อย คือ ทำให้สัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนสูงขึ้น แต่ก็คาดว่าจะไม่เกิน 0.5 เท่า และ BVS ลดลง 1.1 บาท/หุ้น 
  นอกจากนี้บริษัทฯ ประกาศจ่ายปันผลเป็นหุ้น 20 : 1 และเงินสด 0.16555 ขึ้น XD 16 มี.ค.60

 GLOBAL จึงนับเป็นหุ้นค้าปลีกที่น่าจับตามอง จากผลการดำเนินงานที่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ แนวโน้มการเติบโตอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ซึ่งนักลงทุนอาจหาจังหวะซื้อหุ้น เพื่อลงทุนในระยะกลางถึงยาวได้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด