หุ้นฮ็อต

| 20 กุมภาพันธ์ 2560 | 09:42

JWD ดิ่งสวนงบเทิร์นอะราวด์ จับตาแค่ take profit หรือมีอะไรในก่อไผ่


         JWD ร่วงกว่า 10% ในรอบสัปดาห์ โบรกมั่นใจผลประกอบการและราคาหุ้นผ่านจุดต่ำสุด เชื่อปีนี้พลิกมีกำไรกว่า 200 ล้านบาท จาก 9 เดือนปี 59 ที่ยังขาดทุน 51ล้านบาท จากแรงหนุนของคลังสินค้าเคมีใหม่ และศูนย์รวมสินค้าเข้ามามากขึ้น พร้อมจับตาสตอรี่ซื้อกิจการเพิ่มเติม
           ราคาหุ้นบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD ถูกเทขายทำกำไรออกมาในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กดให้ราคาหุ้นลดลงกว่า 10% ลงมาแตะจุดต่ำสุดที่ 8.85 บาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาถึง 30% ตั้งแต่ต้นปี 60 ที่ผ่านมา 
            JWD ดำเนินธุรกิจให้บริการทางด้านโลจิสติกส์ภายในประเทศอย่างครบวงจร แบ่งเป็น 5 ธุรกิจ ได้แก่ (1) บริการรับฝากและบริหารสินค้า ทั้งบนพื้นที่ทั่วไปและพื้นที่เขตปลอดอากร โดยแบ่งสินค้าที่ให้บริการได้ 4 ประเภทคือ สินค้าทั่วไป สินค้าอันตราย รถยนต์และสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็ง (2) บริการขนส่งสินค้าในประเทศและขนส่งสินค้าข้ามแดน เช่น ประเทศลาว และประเทศพม่า (3) บริการขนย้ายให้กับบุคคลและองค์กรทั้งในและต่างประเทศ (4) บริการจัดการเอกสารและข้อมูล (5) ธุรกิจอื่นๆได้แก่ ให้เช่าอาคารสำนักงานและคลังสินค้า และให้บริการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
            หลังเข้าจดทะเบียนเมื่อปลายปี 58 หุ้น JWD วิ่งขึ้นต่อเนื่องจนขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 15 บาท (ราคาหลังจากผล Dilution effect จากการปันผลเป็นหุ้น) ช่วงต้นปี 59หลังจากนั้นหุ้นดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง จนกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับเมื่อเข้าตลาดใหม่ๆ  
             บล.เอเซียพลัส ระบุว่า ไตรมาส 4/59 น่าจะพลิกมีกำไรสุทธิ 35 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 105 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน เพราะถูกกดดันจากรายการพิเศษประมาณการหนี้สิน โดยกิจกรรมขนส่งที่ท่าเรือแหลมฉบังคึกคักมากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ และการฟื้นตัวภาคส่งออก ขณะที่ธุรกิจห้องเย็นถึงแม้จะยังได้รับผลกระทบจากปัญหา IUUFishing แต่ถูกชดเชยได้บางส่วนจากการปรับ Product Mix ไปรับฝากสินค้าสัตว์ปีกมากขึ้นเพื่อทดแทนปลา 
             โดยภาพรวมมั่นใจว่า JWD ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และคาดเทิร์นอะราวด์กลับมามีกำไรสุทธิ 221 ล้านบาทในปีนี้ จากหลายปัจจัยบวกคือ การรับรู้รายได้จากคลังสินค้าเคมีใหม่ และศูนย์รวมสินค้าเข้ามามากขึ้น การเติบโตของธุรกิจบริหารรถยนต์ตามกลยุทธ์เชิงรุกรับงาน on-site มากขึ้น 
            รวมถึงโอกาสต่อยอดเข้าไปบริหารชิ้นส่วนยานยนต์ หลังจัดตั้ง JV กับ "สยามกลการ" และถึงแม้ยุโรปจะยังคงสถานะใบเหลืองกรณี IUU Fishing แต่พัฒนาการเชิงบวกของรัฐบาลที่พยายามแก้ไขปัญหา จะทำให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นมากขึ้น และส่งผลให้การเก็บสต็อกปลาของห้องเย็นฟื้นตัวได้
           เพื่อยึดหลักอนุรักษ์นิยมอย่างที่สุด ฝ่ายวิจัยไม่ได้รวมการเติบโตแบบ Inorganic Growth ใดๆ เข้าในประมาณการ เนื่องจากแผนลงทุนต่างประเทศช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมาที่ไม่นับรวมการเข้าไปลงทุนสร้างคลังสินค้าโดยตรงในลาว พม่า และกัมพูชา ยังเป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งเชื่อว่าราคาหุ้นได้สะท้อนแล้ว ดังนั้นหาก JWD สามารถปิดดีล M&A ได้ในปีนี้ จะถือเป็นอัพไซด์ส่วนเพิ่มต่อประมาณการ
           สำหรับดีลการเข้าซื้อกิจการนี้ยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน แต่ก่อนหน้านี้บริษัทได้ยอมรับว่าสนใจเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนลโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NCL โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษาข้อมูลแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเข้าซื้อหรือไม่ เพราะขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจา M&A กับหลายบริษัททั้งในและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเครือข่ายการเติบโตให้กับธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งหากมีพันธมิตรที่ดีจะช่วยผลักดันการเติบโตให้สูงขึ้นในอนาคต
            ส่วน บล.เออีซี ระบุว่า ช่วงไตรมาส 4/59 คาด JWD มีกำไรปกติ 49 ล้านบาท หดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สี่ราว 25.8% จากปีก่อน แต่คาดฟื้นตัวดีขึ้น 86.9% จากไตรมาสก่อน ด้วยแรงหนุนจากรายได้ค่าเช่าคลังสินค้ารวมที่คาดโต 7.4% จากไตรมาสก่อน นำโดยลานจอดยานยนต์ที่มีพัฒนาการเด่นสุดตามฐานลูกค้าที่ขยายตัวดี รวมถึงคลังสินค้าทั่วไปและคลังสินค้าอันตรายที่ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน 
              สอดคล้องกับอัตราเช่าคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้นและจำนวน Through put ของตู้สินค้าอันตรายที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ อีกทั้งยังคาดเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของอัตราเช่าคลังเย็น หลังรับฝากสินค้าจากลูกค้ากลุ่มสัตว์ปีกแช่แข็งมากขึ้น ช่วยชดเชยลูกค้ากลุ่มปลาทูน่าที่ลดลงไปมาก จากกรณีประมงไทยไม่ผ่านมาตรฐานIUU Fishing ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 1/59 
             โดยปี 2560 คาด JWD มีกาไรปกติ 216 ล้านบาท จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้น รวมถึงการมีแผนขยายพื้นที่คลังสินค้าโดยอาศัยการร่วมทุนกับพันธมิตรในอาเซียนที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะการขยายคลังสินค้าในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมกรุงพนมเปญ ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตได้ในระยะยาว
            แม้นักวิเคราะห์จะมองว่า JWD น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 59 ทำให้ราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้ตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่แรงขายที่มีออกมาในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เป็นที่น่าสังเกตุว่าจะมีปัจจัยอื่นแอบแฝงอยู่หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งราคาร่วง 5.7% ด้วยปริมาณการซื้อขายถึง 19.2 ล้านหุ้น หากจะเข้าไปลุ้นกับสตอรี่เทิร์นอะราวด์คงต้องพิจารณากันให้รอบคอบ
 
 
 
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด