หุ้นฮ็อต

| 14 กุมภาพันธ์ 2560 | 13:23

SCCC เพิ่มทุนลดภาระดอกเบี้ย-ตรึงอันดับเครดิต รอโตกระโดดปี 61

            ราคาหุ้น SCCC ต่ำสุดรอบ 1 เดือน แพนิกข่าวเพิ่มทุนขาย RO หวังระดมเงิน 1.7 หมื่นลบ. ปรับโครงสร้างเงินทุน หลังภาระหนี้สินพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด หวังยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว ทั้งตรึงอันดับเครดิต A(tha) และลดดอกเบี้ยจ่ายที่มีปีละกว่า 700 ลบ.ล่าสุดแจ้งงบปี 59 กำไรหดตัว 2 ปีซ้อน แต่มีดีที่ปันผล 15 บ./หุ้น ด้านกูรูแนะพียง ถือเคาะเป้า 270-285 บาท
           ราคาหุ้น บมจ.ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC) เช้านี้ เปิดตลาดลบสวน SET ที่เปิดบวก ก่อนจะร่วงลงต่ำสุดรอบ 1 เดือน ที่ 271 บาท และมีปริมาณการซื้อขายเข้ามามากกว่าปกติ 700% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันก่อนหน้า โดยเช้านี้เปิดตลาดที่ 279 บาท ก่อนจะปิดที่ 273 บาท ลดลง 11 บาท หรือ 3.87% มูลค่าการซื้อขาย 246.88 ล้านบาท 
            "ปูนซีเมนต์นครหลวง"  เป็นบริษัทผู้ผลิตปูนซีเมนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทย รองจาก SCC ภายใต้ตราสินค้า "อินทรี" 
             ราคาหุ้นที่ดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 1 เดือน เป็นเพราะบริษัทประกาศแผนเพิ่มทุนระดมเงิน 1.7 หมื่นล้านบาท พร้อมกับการแจ้งงบปี 59 ที่กำไรสุทธิหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2  
              SCCC  ประกาศแผนเพิ่มทุน 68 ล้านหุ้น ขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมอัตราส่วน 3.382353 ต่อ 1หุ้น ในราคาหุ้นละ 250 บาท ขึ้น XR วันที่ 12 เม.ย.นี้ (ประชุมผู้ถือหุ้น 31มี.ค.60 ) หากเป็นไปตามแผนจะได้เงินครั้งนี้ 1.7 หมื่นล้านบาทเข้ามาช่วงกลางเดือน พ.ค.60 
              บริษัทชี้แจงสาเหตุของการเพิ่มทุนเพื่อปรับโครงสร้างเงินทุน การชำระหนี้ รวมถึงดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และเป็นเงินทุนหมุนเวียน หลังทำรายการนี้ จะทำให้โครงสร้างหนี้ของบริษัทมีความเหมาะสมมากขึ้น 
               สำรวจหนี้ในช่วง 3-4 ปีย้อนหลังทรงตัวที่ระดับ 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท (D/E ประมาณ 0.70-0.74 เท่า) แต่หนี้กลับพุ่งขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 4 หมื่นล้านบาท (D/E 1.78 เท่า)ณ สิ้นปี 59 หนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียน สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของหนี้สิน เนื่องจากการเร่งขยายกิจการในปี 59 จากหลายปีก่อนหน้าที่ไม่ค่อยมีการขยายตัว ทำให้ภาระดอกเบี้ยก็เพิ่มขึ้นตามเช่นกัน โดย ณ สิ้นปี 59 บริษัทมีภาระดอกเบี้ยจ่ายกว่า 700 ล้านบาท 
              สอดคล้องกับ บล.ทิสโก้ ที่ระบุว่า ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา SCCC ลงทุนต่ำมากเพิ่งมารุกหนักในปี59 โดยเข้าลงทุนโรงปูน 3 แห่งในกัมพูชา บังกลาเทศ และศรีลังกาขณะที่ล่าสุดกำลังขยายเข้าไปในเวียดนามซึ่งจะทำให้สัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มเป็น 50% ในปี62 แต่การกู้เงินที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้การจ่ายปันผลลดลงเหลือ 60% ในปีนี้จาก75%ในปี 58  
              หากตั้งสติให้ดีจะเห็นว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้  ไม่ใช่เรื่องที่อยู่นอกเหนือจากคาดการณ์ เพราะก่อนหน้านี้  "ฟิทช์ เรทติ้ง" ได้ออกมาส่งสัญญาณอยู่แล้ว โดยระบุว่า SCCC มีความจำเป็นต้องออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อรักษาอันดับเครดิต  
              ปลายเดือน ม.ค.60 ฟิทช์ ได้ประกาศเครดิตพินิจ "แนวโน้มเป็นลบ" แก่อันดับเครดิตของ SCCC หลังประกาศเข้าซื้อกิจการ บริษัทโฮลซิม(ลังกา) ลิมิเต็ด หรือ HLL เมื่อเดือน ก.ค.59 และ บ.โฮลซิม (เวียดนาม) ลิมิเต็ด หรือ HVL ในเดือน ส.ค.59 ซึ่งจะต้องจะใช้เงินลงทุนประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท 
              โดยฟิทช์ คาดว่าจะพิจารณาอันดับเครดิต SCCC และ "ยกเลิกเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ" ได้ เมื่อได้ข้อสรุปเกี่ยวกับรายละเอียดของแผนการระดมเงินในการเข้าซื้อกิจการ และได้พิจารณาโครงสร้างเงินทุนใหม่หลังจากการเข้าซื้อกิจการแล้วของ SCCC  
             ดังนั้น นับได้ว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้ เสมือนได้นก 2 ตัว ทั้งการประคองอันดับเครดิตที่ A(tha) และลุ้น ฟิทช์ พิจารณายกเลิกเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบตามมา ขณะที่บริษัทก็ตัวเบาขึ้นผลจากการลดภาระดอกเบี้ยจ่ายหลังจากใช้หนี้! 
             ล่าสุด บริษัทฯ แจ้งงบปี 59 กำไรต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดยมีกำไรสุทธิ 3,914 ล้านบาท ลดลง 14.5% YoY และถือว่ากำไรสุทธิปี 59 ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แต่SCCC ยังคงจ่ายปันผลงวดครึ่งหลังปี59 หุ้นละ 7 บาท รวมจ่ายทั้งปี59 หุ้นละ 15 บาท ขึ้นXD วันที่ 7 เม.ย. 60 จ่ายวันที่ 28 เม.ย. 60
              ด้านมุมมองนักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่ปรับลดคำแนะนำเป็น "ถือ" ให้ราคาเป้าหมายในช่วง 270-285 บาท  ตอบรับผลกระทบ 2 เรื่องหลัก 1.การประกาศเพิ่มทุน ซึ่งจะทำให้ราคาหุ้นไดลูท 2.กำไร Q4/59 ที่ต่ำกว่าคาด  แต่มองว่าปี 61 จะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มทุนเต็มปี
              โดย บล.กสิกรไทย  ปรับคำแนะนำลงเป็น "ถือ" เป้าหมายใหม่ปี 60 ที่ 270  บาท ตามการปรับลดกำไรปี 60 ลง 19.7% จากธุรกิจซีเมนต์ที่อ่อนกว่าคาด หลังกำไร Q4/59 ออกมาที่ 877.7 ลบ. ต่ำกว่าที่คาด 27.1% แต่คงประมาณการปี 61 มองว่าได้ประโยชน์จากการเพิ่มทุนเต็มปี และคาดปี 60 จะปันผลลดลงเหลือ 12.50 บาท/หุ้น ผลจากเกิด dilution effect ในปี60 แต่จะกลับสู่ปกติ 15 บาท/หุ้น ในปี 61   
              บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ประเมินราคาเป้าหมาย 285 บาท (ราคาหลังเพิ่มทุนแล้ว) มองว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้ บริษัทฯ น่าจะระดมเงินไปลงทุนซื้อ บ.โฮลซิม (เวียดนาม) ลิมิเต็ด 65% ซึ่งจะต้องใช้เงินราว 1.8 หมื่นล้านบาท  แนะนำ "ถือ" เพราะราคาปัจจุบันใกล้เคียงราคาเป้าหมายแล้ว 
              ราคาหุ้นที่ปรับลง อาจจะแพนิกระยะสั้นจากการเพิ่มทุน ประเด็นจึงอยู่ที่อนาคต บริษัทจะนำเงินไปใช้เกิดประโยชน์ฯ ต่อผู้ถือหุ้นมากน้อยเพียงใด แต่ปี 60 นี้นับได้ว่าเป็นปีของการปรับโครงสร้างเงินทุนไปพร้อมๆ กับการเริ่มต้นรับรู้ประโยชน์จากการเข้าลงทุนทั้งในศรีลังกาและบังกลาเทศ ขณะที่เวียดนามเป็นเป้าหมายถัดไป เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การ Growth เต็มที่ตั้งแต่ปี 61แต่ราคาหุ้นปัจจุบันอาจจะเหลืออัพไซด์น้อยจากพื้นฐานที่โบรกฯประเมินไว้ที่  270-285 บาท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด