หุ้นฮ็อต

| 9 กุมภาพันธ์ 2560 | 14:13

KCE ต่ำสุดรอบ 4 เดือน...จบหรือยังกังวลราคาทองแดง?

        KCE ต่ำสุดรอบ 4 เดือน กังวลต้นทุนทองแดงพุ่ง ส่งผลราคาหลุดหลัก 100 ลงมาเทรดที่ P/E 17-18 เท่า จากก่อนหน้าเทรด P/E 23-24 เท่า กูรูแห่ลดเป้าเหลือ 111-120.50 บาท แถม NVDR แห่ขาย อนาคตต้องจับตาความเสี่ยงหมดหรือยัง? ทั้งเทรนด์ค่าเงิน-นโยบาย ศก.ของสหรัฐฯ 
  บมจ.เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ ( KCE ) เจอแรงขายต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์ กดราคาหลุด 100 บาท ร่วงต่ำสุดรอบ 4 เดือน โดยเปิดเช้านี้ที่ 100 บาท ก่อนร่วงแตะ 98.25 บาท ลดลงกว่า 2% สวนทางกับดัชนีฯ ที่เปิดบวก ก่อนจะปิดภาคเช้าที่ 98.50 บาทลดลง 2.50 บาท หรือ 2.48% มูลค่าการซื้อขาย 423 ล้านบาท
  KCE เป็นบริษัทกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจหลักของบริษัทฯ คือ ผลิตและขายแผ่นพิมพ์วงจร หรือ PCB ซึ่งเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท บริหารและถือหุ้นใหญ่โดยตระกูล"องค์โฆษิต" มีผู้ถือหุ้นรายย่อยประมาณ 4,200 ราย 
 ลูกค้าหลักของ KCE มี 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มโรงงานผลิตชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ 2. กลุ่มโรงงานประกอบเครื่องมือสื่อสารคมนาคม เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมือการแพทย์
  หุ้น KCE ถือว่าอยู่ในขาขึ้นมายาวนาน จนเพิ่งทำ All time high ที่ 130 บาท ไปเมื่อเดือน ธ.ค. 59 ที่ผ่านมา หลังถูกนำเข้าคำนวณ MSCI GLOBAL STANDARD INDEXES รอบล่าสุด ก่อนร่วงลงหนักในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ 
  ผลการดำเนินงาน KCE กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องและทำนิวไฮทุกปี จาก 712 ล้านบาท (+439%)ในปี 55 ขึ้นมาแตะ 2.2 พันล้านบาท (+6.18%) ในปี 58 ส่วนงวด 9 เดือนปี 59 มีกำไสุทธิ 2.3 พันล้านบาท มากกว่าปีก่อนทั้งปี
  สัญญาณหุ้น KCE ที่มีแรงขายในช่วง 2 เดือนนี้ สาเหตุหลักมาจากต้นทุนทองแดงที่พุ่งขึ้นมาราว 20% ตั้งแต่เดือน ต.ค. ปีก่อน ประกอบกับราคาหุ้นก่อนหน้านี้ที่เทรดเกิน 120 บาท ถือว่าสูงกว่าพื้นฐาน คิดเป็น P/E ราว 23-24 เท่า สูงกว่าอดีตที่เทรด P/E ราว 10-12 เท่า หากนับเฉพาะต้นปีมานี้ราคาหุ้น KCE ขึ้นไปสูงสุด 123 บาทเมื่อ 25 ม.ค. ก่อนจะร่วงมาอยู่ที่ 98.25 บาท ในเช้านี้ ลดลง 24.75 บาท หรือร่วงลง 20% ในรอบ 10 วันทำการ 
 สำรวจช่วง 10 วันทำการที่ผ่านมา (26 ม.ค.-8 ก.พ.) พบว่า NVDR ซึ่งเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติได้ขายสุทธิหุ้น KCE มากเป็นอันดับ 10 ด้วยมูลค่าการขายสุทธิ 172 ล้านบาท โดยวานนี้วันเดียวขายสุทธิมากเป็นอันดับ 3 ที่ 108 ล้านบาท จากช่วง 2-3 เดือนก่อนหน้าที่ถูก NET BUY ในอันดับต้นๆ มาตลอด
  คำถามคือ ราคา KCE ในขณะนี้ รับข่าวความกังวลต้นทุนทองแดงที่เพิ่มขึ้นไปแล้วหรือยังซึ่งหากพิจารณาจากบทวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ประเมินต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อกำไรปีนี้สูงสุดที่ 8% ขณะที่สำรวจมุมมองโบรกฯ ส่วนใหญ่ปรับลดราคาเป้าหมายลง เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เคาะราคาเป้าหมาย 111-120.50 บาท
  บล.บัวหลวง ที่คาดว่าราคาทองแดงที่เพิ่มขึ้น ในกรณีแย่สุดจะกระทบกำไร 8% จากประมาณการเดิมและกระทบกำไรขั้นต้น 2% ส่วนราคาเป้าหมายจะเหลือ 115.50 บาท แต่หากอิงในกรณีพื้นฐานน่าจะกระทบกำไร 4.5% จากประมาณการเดิม ราคาเป้าหมายปรับลงมาที่ 120.50 บาท (เดิม 126) และคาดต้นทุนทองแดงกระทบกำไรขั้นต้น 1%
  นอกจากนี้ คาดกำไรหลักใน Q4/59 อยู่ที่ 734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ลดลง 6% QoQ จากปัจจัยด้านฤดูกาล ขณะที่ราคาหุ้นลงแรงกว่าผลกระทบต้นทุนทองแดงที่เพิ่มขึ้น จึงมองเป็นโอกาส "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" 
  บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 116 บาท อิง P/E ปี 60 ที่ 18 เท่า จากเดิม 121 บาท ตามการปรับลดประมาณการปีนี้และปีหน้าลงในอัตรา 4% และ 3% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบทองแดงที่ปรับราคาขายขึ้น ซึ่งปกติเป็นสัดส่วนประมาณ 8% เทียบกับรายได้รวม 
  บล.ซีไอเอ็มบี ปรับราคาลงเหลือ 117 บาท ตามการปรับลดกำไรต่อหุ้นในปี59-61 ลง 3-11% จากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับลดลงได้สะท้อนปัจจัยลบไปแล้วจึงแนะ "ซื้อ"
 บล.เคจีไอ ยังคงราคาเป้าหมายปี60 ที่ 111 บาท อิง PE 17 เท่า มองว่าต้นทุนทองแดงคิดเป็นประมาณ 7% ของยอดขาย KCE แต่เชื่อว่าโรงงานใหม่ของ KCE จะสามารถช่วยประหยัดต้นทุนได้ น่าจะช่วยชดเชยผลกระทบจากราคาทองแดงที่สูงขึ้นได้บ้าง
  บล.ทรีนีตี้ แนะนำ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" ราคาเป้าหมาย 112 บาท โดยเชื่อว่าบริษัทสามารถผลักภาระต้นทุนทองแดงที่ขึ้นมาในให้กับลูกค้าได้ในช่วงต้นปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงในการเจรจารปรับเปลี่ยนต้นทุน
  ด้าน "พิธาน องค์โฆษิต" กรรมการผู้จัดการ KCE กล่าวถึง กรณีต้นทุนทองแดงที่เพิ่มขึ้นว่า จะยืดเวลาสั่งวัตถุดิบเพื่อเลี่ยงราคาต้นทุนที่ยังสูง โดยปัจจุบันยังคงมีสต็อกวัตถุดิบเพียงพอในการผลิต พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 10 - 15 % จากปีก่อนหลังเข้าเจรจาลูกค้ารายใหม่เพิ่ม 

 ราคาพื้นฐาน KCE รวมผลกระทบต้นทุนทองแดงที่เพิ่มขึ้นแล้ว อยู่ในช่วง 111-120 บาท เทียบกับราคากระดานยังมีอัพไซด์ 13-22% แต่ประเด็นที่ต้องคิดคือ ยังมีความเสี่ยงอื่นที่ยังไม่ได้เปิดเผยซ่อนอยู่หรือไม่ เพราะธุรกิจที่อิงกับตลาดโลก รายได้เกือบทั้งหมดมาจากต่างประเทศ ย่อมมีปัจจัยที่นอกเหนือการควบคุมคือ "อัตราแลกเปลี่ยน" และ รวมไปถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจของ "ทรัมป์" ในอนาคตที่ยากจะคาดเดา

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด