หุ้นฮ็อต

| 8 กุมภาพันธ์ 2560 | 13:41

MINT จับจังหวะเช็คอิน กูรูคาดกำไร Q4/59 อ่อนแอ แต่ปี 60 สดใส

        MINT เด้งช่วงสั้นรับข่าว ครม.ขยายเวลาลดค่าทำเนียมวีซ่า 21 ประเทศ แต่ต้องระวังงบ Q4/59 ยังอ่อนแอ เทียบ YoY เหตุไม่มีรายได้อสังหาฯ จ่อฉุดกำไรสุทธิปี59 หดตัวครั้งแรกรอบ 6 ปี แต่ Q1/60 สดใส ดันทั้งปีกำไรโต 17-24% ด้านวงการเคาะเป้า 41-46 บาท ยังมีอัพไซด์ แต่ต้องจับจังหวะเข้าลงทุน

  บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ( MINT) มีการซื้อขายคึกคัก ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 138% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่เทรดวันละ 9 ล้านหุ้น ขึ้นมาเป็น 13 ล้านหุ้น (ตามโปรแกรม F6 ของ eGin Stock Pick Up) โดยราคาหุ้นเปิดที่ 35.50 บาท ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 36 บาท เพิ่มขึ้น 3.60% ซึ่งเป็นระดับราคาสูงสุดของวัน ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 484.91 ล้านบาท 
  MINT ประกอบธุรกิจหลัก 3 ประเภท ได้แก่ 1.ร้านอาหาร 2.ธุรกิจโรงแรม และอื่นๆ (สปา ศูนย์การค้า อสังหาฯ) และ 3.ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนม ณ สิ้นเดือน ก.ย. 59 มีร้านอาหารรวมทั้งสิ้น 1,928 สาขา อาทิ เดอะพิซซ่า คอมปะนี,สเวนเซ่นส์, ซิซซ์เลอร์ และแดรี่ ควีน เป็นต้น และมีโรงแรมและรีสอร์ทรวมทั้งสิ้น 152 แห่ง หรือจำนวน 19,512 ห้อง
 ผลการดำเนินงานของ MINT กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องจาก 1.2 พันล้านบาทในปี 53 และทำนิวไฮทุกปี ล่าสุดปี 58 มำกำไรสุทธิราว 7 พันล้านบาท จากแผนเติบโตก้าวกระโดดด้วยการซื้อกิจการ ซึ่งถือเป็นการขยายอาณาจักรทางลัดตามสไตล์ของ MINT ทำให้ปัจจุบันมีธุรกิจกระจายอยู่ใน 32 ประเทศทั่วโลก 
  สัญญาณหุ้น MINT ที่ปรับขึ้นในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นการเก็งกำไรข่าว ครม.เห็นชอบลดค่าทำเนียมวีซ่า 21 ประเทศอีก 6 เดือน จากเดิมจะหมดอายุในสิ้นเดือน ก.พ.นี้ เป็น 31 สิงหาคม 60 ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เลือก MINT เป็น Top Pick หุ้นกลุ่มโรงแรม จากแนวโน้มธุรกิจที่ยังเติบโต รวมไปถึงแผนการลงทุน ที่วางงบไว้ถึง 4 หมื่นล้านบาท ในช่วง 5 ปีข้างหน้า แต่สิ่งที่ "ต้องระวัง" คือทุกโบรกเกอร์เห็นตรงกันว่ากำไร Q4/59 ของ MINT จะอ่อนตัวลง เนื่องจากเป็นช่วงของการไว้อาลัย และฐานที่สูงในปีก่อนจากยอดโอนธุรกิจอสังหาฯ 
  จากเหตุผลดังกล่าวจะทำให้ภาพรวมปี 59 มีโอกาสที่กำไรสุทธิของ MINT จะลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีก่อนจะสดใสขึ้นตั้งแต่ Q1 ปีนี้ และจะทำให้กำไรปี 60 กลับมาเติบโตราว 17-24% YoY หลังนักท่องเที่ยวฟื้น
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 41 บาท มองว่าการขยายตัวที่รุนแรงยังคงดำเนินต่อไป โดย MINT ตั้งงบลงทุนอีก 5 ปีที่ 4 หมื่นล้านบาท เพื่อเป้าหมายมีโรงแรมรวม 250 แห่งในปี 64 (+67% จากปี59) ที่อยู่อาศัยจำนวน 300 แห่ง (+131% จากปี 59) ร้านอาหารจำนวน 3,400 ร้าน (+70% จากปี59) และห้างค้าปลีก จำนวน 500 แห่ง (+53% จากปี59) 
  บล.เอเซียพลัส คาดกำไรปกติงวด Q4/59 ที่ 1.3 พันล้านบาท ลดลง 27% YoY เนื่องจากปีก่อนมีฐานสูงจากธุรกิจอสังหาฯ ที่มีการขาย Anantara layan 3 ยูนิต ประมาณ 1 พันล้านบาท แต่งวด Q4/59 ไม่มีรายได้ส่วนนี้ แต่เชื่อว่า Q1/60 จะกลับมาสดใสขึ้น ภายหลังบรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศเริ่มสู่ภาวะปกติ และปี60 ประเมินกำไรเติบโต 17% YoY
 เช่นเดียวกับ บล.กรุงศรี ที่คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน Q4/59 จะลดลง 6% YoY เหลือ 1.7 พันล้านบาทเนื่องจากเป็นช่วงไว้อาลัย แต่จะฟื้นตัวใน Q1/60 ผลจากยอดจองห้องพักเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะขายบ้านในโครงการ The Residence by Anantara ได้อีก 2-3 หลังใน Q1/60 และคาดว่ากำไรจะโตเฉลี่ยปีละ 21% ในช่วงปี 59-62 มองว่าราคาหุ้นที่ปรับลดลงมาเป็นโอกาสดีที่จะเข้าซื้อสะสม
  บล.ซีไอเอ็มบี มองสวนทางคาด MINT จะมีกำไรปกติเติบโต 6% YoY หรือมีกำไรปกติ 1,855 ล้านบาทใน Q4/59 เทียบกับ 1,754 ล้านบาทในQ4/58 แต่ปี60 กำไรจะเติบโตสูง 24% YoY จากสถิตินักท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส แนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 46 บาทคาดปี60 เป็นปีที่ดีของบริษัท ประเมินกำไรจากการดำเนินงานปกติจะเติบโตได้ 17% เป็น 5.7 พันล้านบาท   
  
  ราคาหุ้น MINT ที่รีบาวน์ขึ้นมาในช่วงนี้ อาจเป็นการกระตุกช่วงสั้นเพื่อรับข่าวดี ครม.ต่ออายุวีซ่านักท่องเที่ยว แต่ประเด็นที่ยังรออยู่คือการประกาศงบ Q4/59 ซึ่งวงการคาดกำไรปกติจะอ่อนแอลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงขึ้นกับนักลงทุนว่าจะมองว่าเป็นโอกาสเข้าสะสมหรือไม่ จังหวะการเข้าลงทุนของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขณะที่ราคาเป้าหมายวงการให้ไว้ที่ 41-46 บาท มีอัพไซด์ราว 14-27%

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด