หุ้นฮ็อต

| 3 กุมภาพันธ์ 2560 | 14:07

ส่องหุ้น BEAUTY ยังสวยอยู่หรือไม่ หลังกูรูแห่หั่นเป้า คาดกำไรแผ่วถึงQ1/60

        BEAUTY รีบาวน์ช่วงสั้น หลังวานนี้ถูกเทขายแตะระดับต่ำสุดรอบ 4 เดือน กังวลกำไร Q4/59 ต่ำกว่าคาด กูรูตบเท้าหั่นเป้าหมายเหลือ 12-13.60 บาท เทียบราคากระดานอัพไซด์จำกัด แต่มองระยะยาวสดใส โดยเฉพาะแผนเจาะตลาดจีน ที่จะช่วยดันยอดขายอย่ามีนัยสำคัญ ขณะที่หมอสุวินเฉือนหุ้นให้สถาบัน 332 ล้านหุ้น ในปีก่อน สะท้อนว่าอาจหมดยุค Growth Stock

  ราคาหุ้น บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) กระเตื้องขึ้น หลังจากร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนที่ 10.10 บาท เมื่อวานนี้ โดยเช้านี้เปิดที่ 10.20 บาท ก่อนขึ้นแตะ 10.50 บาท มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นติด Top10 ในช่วงเช้าก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 10.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 1.98% มูลค่าการซื้อขาย 273.62 ล้านบาท 
 "บิวตี้ คอมมูนิตี้" ประกอบธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิว ภายใต้ 6 แบรนด์ในกลุ่ม ได้แก่ 1. BEAUTY BUFFET 2. BEAUTY COTTAGE 3. BEAUTY MARKET 4. MADE IN NATURE 5. GIRLY GIRL และ 6. BEAUTY PLAZA 
  BEAUTY จัดเป็น Growth Stock ที่อยู่ในเรดาห์ของนักลงทุนมาตลอด ตั้งแต่เข้าซื้อขายในปี 55 ที่มีฐานกำไรเพียง 173 ล้านบาท จากนั้นทำนิวไฮทุกปี เช่นเดียวกับปี 59 เพียงแค่ 9 เดือนแรกก็ทำกำไรสุทธิได้ถึง 478 ล้านบาทมากกว่าปี 58 ทั้งปีที่มีกำไรสุทธิ 402 ล้านบาท 
  สัญญาณหุ้น BEAUTY ที่ดีดขึ้นมาในวันนี้ ถือว่ายังไม่น่าไว้วางใจ เพราะล่าสุดพบว่านักวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างพากันปรับประมาณการทั้งกำไรและราคาหุ้นลง สาเหตุสำคัญมาจากงบไตรมาส 4/59 ของ BEAUTY ที่อาจสร้างความผิดหวัง จากยอดขายที่ชะลอตัวซึ่งจะต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 1 ปีนี้ ผลกระทบจากช่วงไว้อาลัยและปริมาณนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง
  บล.บัวหลวง ปรับคาดการณ์กำไรต่อหุ้นของ BEAUTY ปี 59 - 60 ลง 6 และ 8% ตามลำดับ และปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 12 บาทจาก 13.20 บาท เพื่อสะท้อนแนวโน้มยอดขายที่อ่อนตัวกว่าที่คาดทั้งในงบ Q4/59 และจะชะลอตัวต่อเนื่องมาถึง Q1/60 
  เช่นเดียวกับ ทิสโก้ ที่ปรับราคาเหมาะสมเหลือ 13.60 บาท จาก 14.20 บาทตามการปรับลดประมาณการกำไรปี59 ลง 9% มาอยู่ที่ 678 ล้านบาท และปี 60-61 ปรับลง 6% และ 3% มาอยู่ที่ 940 ล้านบาท และ 1,240 ล้านบาทตามลำดับ หลังคาดกำไร Q4/59 อ่อนตัวกว่าที่คาด ผลจากการใช้จ่ายในประเทศที่ชะลอตัวจากช่วงไว้อาลัยและนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงในเดือน ต.ค.-พ.ย. 
  ด้านบล.กสิกรไทย ปรับลดราคาเป้าหมายลงมาที่ 12.20 บาท จาก 15.50 บาท ตามการปรับลดประมาณการกำไรช่วง 3 ปี ( 59-61 ) ลง 9-12% และการปรับลดเป้าหมาย P/E ลงมาที่ 38 เท่า จากเดิม 44 เท่า เพราะราคาหุ้นปรับลงมาถึง 16% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา 
  อย่างไรก็ตาม ทุกโบรกเกอร์ต่างมองว่า แนวโน้มระยะยาวของ BEAUTY จะยังคงสดใส และยังมีโอกาสอีกมากจากการเจาะตลาดประเทศจีน ที่จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  บล.บัวหลวง ระบุว่า แนวโน้มระยะยาวของ BEAUTY ยังคงสวยงามตามชื่อของบริษัท โดยเราเชื่อว่าอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของประเทศไทยยังมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก เนื่องจากการใช้จ่ายของเครื่องสำอางในประเทศไทยเป็นเพียง 20 เหรียญสหรัฐต่อหัวต่อปี ซึ่งต่ำกว่าประเทศญี่ปุ่นซึ่งอยู่ที่ 180 เหรียญสหรัฐ และประเทศเกาหลีที่ 200 เหรียญสหรัฐอยู่มาก จากฐานที่ต่ำจึงเป็นโอกาสให้ตลาดเครื่องสำอางค์เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วกว่าค้าปลีกชนิดอื่น
  โอกาสที่บริษัทจะขยายตัวในตลาดต่างประเทศยิ่งดูมากกว่าในประเทศด้วยซ้ำ โดยเฉพาะที่ประเทศจีน ในปัจจุบันสินค้าของ BEAUTY ถูกจัดจำหน่ายโดยผู้ค้าส่งชาวจีนประมาณ 300 ราย ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้มีการสนับสนุนและส่งเสริมการตลาด ดังนั้นหากบริษัทสามารถโปรโมทสินค้าผ่านทางการเขียนรีวิวโดยบล๊อกเกอร์ต่างๆและทางโซเชียลมีเดียเช่นเดียวกับที่ทำในประเทศไทย เราเชื่อว่ายอดขายในประเทศจีนจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้อาจจะไม่เกิดขึ้นในระยะอันสั้น เนื่องจากบริษัทอาจจะต้องปรับโครงสร้างการกระจายสินค้าในประเทศจีนให้เป็นระบบก่อนที่จะเริ่มทำการส่งเสริมการตลาดเข้าไป
  ด้านบล.กสิกรไทย ระบุ ยังชอบภาพการเติบโตในระยะยาวของ BEAUTY จากกำไรปี 60-61 ที่น่าจะโตราว 41% และ 31% ตามลำดับ สูงกว่ากลุ่ม และสินค้าที่เน้นกลุ่มสกินแคร์ซึ่งมีวงจรอายุยาวกว่ากลุ่มเครื่องสำอาง และมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อนักท่องเที่ยว มีความสามารถในการทำกำไรที่ดีที่สุดเทียบกับคู่แข่ง 
 สำรวจความเคลื่อนไหวของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง "สุวิน ไกรภูเบศ" และภรรยาพบว่า ได้แบ่งขาย BEAUTY จำนวน 332 ล้านหุ้นให้สถาบัน ในราคาหุ้นละ 8 บาท และ 11 บาท ในปีก่อน ส่งผลให้สัดส่วนถือหุ้นลดลงเหลือ 25.94% จากเดิม 35.94%

 ระยะสั้นราคาหุ้น BEAUTY ถูกกดดันจากความกังวลผลงาน Q4/59 ต่อเนื่องมาถึง Q1/60 นี้ ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมีอัพไซด์ไม่มากจากเป้าหมายใหม่ แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองตรงกันว่าระยะยาวยังสดใส โดยเฉพาะโอกาสในการรุกตลาดจีน อย่างไรก็ตามการขายหุ้นของผู้บริหารในช่วงที่ราคาเกือบพีคสุด อาจเป็นสิ่งที่สะท้อนว่ายุคของการโตแบบก้าวโดดอาจผ่านไปแล้ว
 
 

 
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด