หุ้นฮ็อต

| 1 กุมภาพันธ์ 2560 | 09:25

BANPU เก็ง Q4/59 กำไรพีค ปีนี้พร้อมเทิร์นอะราวด์

  BANPU เนื้อหอมอีกรอบ เก็งงบ Q4/59 กำไรพีคสุดของปี หลังราคาถ่านหินฟื้นตัว และส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า ส่วนปีนี้แนวโน้มยังสดใส พร้อมเทิร์นอะราวด์เต็มตัว จับตาซ่อนอัพไซด์จากแหล่งก๊าซ Marcellus อีก 1.14 บาทต่อหุ้น แถมล่าสุดพบกองทุนเก็บหุ้นเพิ่ม

  หุ้นบริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ก่อนประกาศงบไตรมาส 4/59 โดยวานนี้ (31 ม.ค.) หุ้นสามารถปิดการซื้อขายในแดนบวกที่ 19.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท สวนทางกับภาพรวมดัชนีฯ ที่ปรับลดลง
  BANPU ดำเนินธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจถ่านหินที่ผลิตจากเหมืองในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน และออสเตรเลีย ขณะที่ระยะหลังมีการลงทนุมากขึ้นในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำจากโรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทในประเทศไทย (มาบตาพุด ระยอง) และที่ลงทุนในสาธารณรัฐประชาชนจีน
  หลายปีที่ผ่านมาผลประกอบการ BANPU ถดถอย จากที่เคยมีกำไรสูงกว่า 2.4 หมื่นล้านบาทในปี 53 กลายเป็นลงมาเหลือหลักพันล้านบาท และ 58 พลิกขาดทุน 1.5 พันล้านบาทท ซึ่งถือเป็นการขาดทุนครั้งแรกในรอบ 16 ปี ส่วนงวด 9 เดือนปี 59 พลิกกลับมามีกำไร 168.14 ล้านบาท
  สัญญาณหุ้น BANPU ที่กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง เนื่องจากนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ตรงกันว่าไตรมาส 4/59 กำไรของบริษัทฯ จะเป็นจุดสูงสุดของปี โดยคาดกำไรสุทธิสูงถึง 862 ล้านบาท และกำไรปกติที่ 617 ล้านบาท ตามราคาถ่านหินที่ฟื้นตัว และส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า
  บล.ทรีนีตี้ คาดผลประกอบการ 4Q59F ไม่รวมรายการพิเศษของ BANPU มีกำไรปกติที่ 617 ล้านบาท คาดได้แรงหนุนจาก (1) ราคาถ่านหินฟื้นตัว QoQ (2) ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า BLCP และ HPC เพิ่มขึ้นราว 300 ล้านบาท (3Q59 หยุดซ่อมบำรุงและมี unplanned outage) (3) ประเมินกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 245 ล้านบาท
  อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานหลักคาดว่าถูกกดดันจาก (1) ต้นทุนน้ำมันดีเซลในการผลิตถ่านหินที่เหมืองอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ (2) คาดธุรกิจโรงไฟฟ้าในจีนอ่อนตัว เนื่องจากเป็นฤดูหนาว ประเมินกำไรสุทธิ ไม่รวมรายพิเศษ ไว้ที่ 862 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเป็นจุดสูงสุดของปี
  ทั้งนี้คาดราคาขายถ่านหินเฉลี่ยที่เหมืองอินโดนีเซียไว้ที่ 54 เหรียญฯต่อตัน +5%QoQ คาดปริมาณขายที่ 7.30 ล้านตัน +3%QoQ เนื่องจากปริมาณฝนลดลง ส่งผลให้ปริมาณผลิตจากเหมืองแบบเปิดได้มากขึ้น ขณะที่ต้นทุนการผลิตคาดว่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามราคาน้ำมันดิบและน้ำมันดีเซล ด้านเหมืองถ่านหินที่ออสเตรเลียคาดปริมาณขายที่ 3.40 ล้านตัน -6%QoQ เนื่องจากบริษัทมีแผนย้ายเครื่องจักรที่เหมือง Mandalong เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเหมืองขนาดใหญ่ ประเมินราคาขายเฉลี่ยที่ 70.36 AUD เหรียญฯต่อตัน +5%QoQ
  นอกจากนี้ BANPU ยังมีอัพไซด์ราว 1.14 บาทต่อหุ้น จากเข้าซื้อแหล่งก๊าซ 2 แห่งในสหรัฐฯ คือแหล่ง Chaffee Corners และแหล่ง Marcellus Shale ซึ่งผู้บริหารคาดว่าจะรับรู้กำไรตั้งแต่ปี 60 เป็นต้นไป
  เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา BANPU แจ้งการเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 10.24% ในแหล่งก๊าซธรรมชาติ บริเวณ Marcellus shale มลรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา เป็นมูลค่าลงทุน 2.23 พันล้านบาท
  โดยแหล่งก๊าซดังกล่าว มีปริมาณสำรองก๊าซ 1P จำนวน 133 พันล้านลูกบาศก์ฟุต จากประมาณการโดยบริษัทที่ปรึกษา โดยปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติ คิดตามสัดส่วนการลงทุนประมาณ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน โดยปริมณการผลิตที่คิดเป็นรายได้ที่ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน มีจำนวนหลุมเจาะมากกว่า 170 หลุมเจาะ บนเนื้อที่ 10,000 เอเคอร์
  ด้าน บล.ทรีนีตี้ ประเมินกำไรและมูลค่าพื้นฐานส่วนเพิ่มทั้งสองแหล่งที่ 121 ล้านบาทต่อปี และ 1.14 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ อิงสมมติฐาน (1) แหล่ง Chaffee และแหล่ง Marcellus มีกำลังการผลิต 21 mmcfd และ 18 mmcfd (2) ราคาขายเฉลี่ยปี 59 ที่ 2.55 US$/mmbtu (3) ระยะเวลาการผลิต 21 ปี (4) WACC 10.21% (5) FX rate 35 บาทต่อดอลลาร์ (6) effective tax rate 35%
  ดังนั้นจึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 23.60 บาท อิงวิธี SOTP ภายใต้สมมติฐานราคาขายถ่านหินเฉลี่ยที่ 70 เหรียญฯต่อตัน ด้วยปัจจัยหนุน (1) แนวโน้มปี 60 ฟื้นตัวโดนเด่นตามราคาถ่านหิน (2)อานิสงส์นโยบายจีนที่ควบคุมการผลิตภายในประเทศ (3) ประเมินกำไรส่วนเพิ่มต่อปีไว้ที่ 121 ล้านบาท และมูลค่าพื้นฐานส่วนเพิ่มไว้ที่ 1.14 บาทต่อหุ้น จากการเข้าแหล่งก๊าซธรรมชาติทั้ง 2 ที่ในสหรัฐฯ (4) คาดกำไร 4Q59F เป็น New High ของปี 59
  ส่วน บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ปรับเพิ่มประมาณการกำไร BANPU หลังจากราคาถ่านหินขยับขึ้น เพราะผู้ประกอบการในตลาดโลกบริหารจัดการด้านอุปทานได้ดีขึ้น เราปรับเพิ่มสมมติฐานราคาถ่านหินปี 60 เป็น 70 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากเดิมที่ 48 เหรียญ/ตัน และปรับราคาระยะยาวเป็น 75 เหรียญ/ตัน ซึ่งจะมีผลต่อประมาณการกำไรในปี 61 เป็นต้นไป การปรับสมมติฐานราคานี้ทำให้ประมาณการกำไรปี 60-61 เพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่าจากเดิม
  ขณะที่แผนลงทุนใน Shale gas เพิ่ม โดยเข้าซื้อธุรกิจดังกล่าวนี้ในสหรัฐ ซึ่งยืนยันกลยุทธ์ธุรกิจระยะยาวว่าจะเน้นพลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อให้มีการเติบโตที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม กำไรจากธุรกิจนี้ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก แต่มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นในระยะต่อๆไป หลังปริมาณสำรองถ่านหินบริษัทลดน้อยถอยลงและมีการเข้าซื้อกิจการพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น แนะนำถือราคาพื้นฐาน 21 บาท
  อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตาคือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง ที่ล่าสุดเก็บหุ้น BANPU เมื่อวันที่ 25 ม.ค.60 จำนวน 0.16% ภายหลังการได้มาคิดเป็น 5.04% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ เป็นการส่งสัญญาณว่ากองทุนเริ่มกลับมาเก็บหุ้นอีกครั้ง

  หุ้น BANPU เตรียมเทิร์นอะราวด์อย่างเต็มที่ในปีนี้ หลังจากอยู่ในขาลงมายาวนานถึง 5 ปี แต่ยังต้องจับความเสี่ยง คืออุปสงค์ถ่านหินที่น้อยลงเพราะประเทศต่างๆ คำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และราคาถ่านหินที่ปรับขึ้น อาจกระตุ้นให้ผู้ประกอบการผลิตเพิ่มซึ่งกระทบต่อแนวโน้มราคา รวมทั้งกรณีฟ้องร้องของคดีหงสาที่ยังไม่สิ้นสุด ทำให้การลงทุนในหุ้นตัวนี้ต้องติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด