หุ้นฮ็อต

| 26 มกราคม 2560 | 09:32

SCC ทำเซอร์ไพร์ส กำไรดีกว่าคาด ราคายังมีอัพไซด์ 10-26%

  SCC หักปากกาเซียน โกยกำไร Q4/59 กว่า 1.24 หมื่นลบ. จากที่นักวิเคราะห์คาด 8-9 พันล้านบาท ดันทั้งปีกำไรกระฉูด 24% แตะ 5.6 หมื่นล้านบาท ฟากราคาหุ้นวิ่งทำนิวไฮรอบ 3 เดือน แต่ยังมีอัพไซด์ จากราคาเหมาะสมอีก 10-26% จับตาโบรกฯ อัพเป้าขึ้นอีก หลังทำผลงานเซอร์ไพร์ส

  ราคาหุ้น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC วานนี้ (24 ม.ค.) ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮรอบ 3 เดือนที่ 510 บาท ก่อนปิดการซื้อขายที่ 508 บาท เพิ่มขึ้น 12 บาท หรือ 2.42% และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 253% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ตามโปรแกรม F6 ของ efin StockPickUp จากที่ซื้อขายวันละ 1.4 ล้านหุ้น ขึ้นมาเป็น 3.4 ล้านหุ้น
  SCC ประกอบธุรกิจการลงทุน (Holding company) ใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมีภัณฑ์ และธุรกิจแพคเกจจิ้ง 
  ล่าสุดในปี 2559 พบว่าจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อย เพิ่มขึ้นเป็น 29,772 ราย จากปี 2558 มีเพียง 19,532 รายเท่านั้น
  ประเด็นสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้น SCC ปรับตัวขึ้นแรง พร้อมกับการซื้อขายที่หนาแน่น มาจากการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4 และทั้งปี 59 ที่ต้องถือว่าทำเซอร์ไพร์ส เพราะสูงกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ถึง 40%
  SCC เผยปี 59 มีกำไรสุทธิ 56,084 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากปี 58 ซึ่งเป็นตัวเลขกำไรสูงสุดเป็นประวัติกาณ์ จากผลดำเนินงานธุรกิจเคมีภัณฑ์ดีขึ้น แม้ธุรกิจซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ผลดำเนินงานในประเทศลดลง ส่วนไตรมาส 4/59 มีกำไรสุทธิ 12,479 ล้านบาท ในขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรไตรมาส 4/59 ในระดับ 8-9 พันล้านบาท และทั้งปี 59 ที่ราว 5.2 หมื่นล้านบาท
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดกำไร 4Q59 ของ SCC จะชะลอตัวเหลือ 8.9 พันล้านบาท (-37%QoQ, -22%YoY) เนื่องจาก โรงงานปิโตรเคมีระยองโอเลฟินส์ ซึ่งมีกำลังการผลิต 1.2 ล้านตัน เทียบกับกำลังการผลิตโอเลฟินส์รวม 2.9 ล้านตัน จะมีการปิดซ่อมบำรุงถึง 40 วัน และ สเปรด PE-Naphtha ลดลงเหลือ 687 เหรียญ/ตัน (-8%QoQ, -3%YoY) และ PP-Naphtha ลดลงเหลือ 639 เหรียญ/ตัน (-9%QoQ, +16%YoY) ธุรกิจปูนซีเมนต์คาดความต้องการปูนซีเมนต์จะติดลบประมาณ5% แต่ราคาขายคาดจะยืนได้เนื่องจากแรงกดดันต้นทุนถ่านหินที่เพิ่มขึ้น 
  ธุรกิจกระดาษคาดจะชะลอตัวลงตามภาวะการบริโภคในบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มในช่วงไตรมาสสี่ที่ชะลอตัวลง โดยในไตรมาสสี่จะมีเงินปันผลจากบริษัทรถยนต์เข้ามาช่วยประมาณ 800-1,000 ล้านบาท รวมแล้วปี 2559 จะเป็นปีที่มีผลประกอบการโดดเด่น คาดจะมีกำไรสถิติสูงสุดใหม่ 52,669 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% หลักๆได้แรงหนุนจากธุรกิจปิโตรเคมีที่สเปรดในปี 2559 ที่อยู่ในระดับสูง และ ส่วนแบ่งเงินลงทุนจากบริษัทลูก Chandra Asri ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
  บล.ทรีนีตี้ คาด SCC จะมีกำไรสุทธิใน 4Q59 อยู่ที่ 8,954 ล้านบาท (-36% QoQ, -22% YoY)ชะลอตัวลงเนื่องจาก (1) การหยุดซ่อมบำรุงโรงปิโตรเคมี ROC เป็นเวลา 40 วัน (2) คาดจะรับรู้ผลขาดทุนสินค้าคงคลังจากราคา Ethylene ที่ปรับตัวลดลงราว 7% QoQ (3) แนวโน้มความต้องการปูนซีเมนต์ยังอ่อนแอ และ (4) ความต้องการในธุรกิจกระดาษช่วงเทศกาลปีใหม่ชะลอตัวลง เนื่องด้วยสถานการณ์ภายในประเทศ แต่ด้วยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นช่วง 9 เดือนแรกของปี จึงคาดปี 59 บริษัทจะมีกำไรสุทธิรวมที่ 52,141 ล้านบาท (+15% YoY)
  ขณะที่ในปีนี้ 60 นี้ นักวิเคราะห์มองว่ากำไรของ SCC จะอ่อนตัวลงเล็กน้อย หรือทรงตัวจากปี 59 ที่ทำนิวไฮ แม้ธุรกิจปิโตรเคมีจะดีขึ้น แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน 
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองแนวโน้มกำไร SCC ปี 2560 จะติดลบเล็กน้อย 2.5% หลังจากปีก่อนกำไรทำ New High เราประเมินกำไรเท่ากับ 51,364 ล้านบาท โดยยังได้แรงหนุนสำคัญจากธุรกิจปิโตรเคมี จากสเปรดธุรกิจปิโตรเคมีจะยังดีต่อเนื่องไปถึงปี 2564 จากกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาน้อยคือ Ethylene กำลังการผลิตโตปีละประมาณ 4% เทียบกับความต้องการโต 4% แต่มีความเสี่ยงเรื่องต้นทุน Naphtha ที่สูงขึ้น 
  ด้านธุรกิจปูนซีเมนต์ คาดปี 2560 ความต้องการจะฟื้นตัวประมาณ 3-5% แรงหนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล หลังจากปีก่อนติดลบประมาณ 1-3% แต่การแข่งขันในประเทศยังรุนแรง ธุรกิจปูนซิเมนต์ยังได้แรงหนุนเพิ่มจากกำลังการผลิตในต่างประเทศเข้ามาหนุนเต็มปี คือ อินโดนีเซีย 1.8 ล้านตัน กัมพูชา 0.9 ล้านตัน พม่า 1.8 ล้านตัน และ ลาว 1.8 ล้านตัน รวมเป็นกำลังการผลิต 6.3 ล้านตัน นั้นคือ กำลังการผลิตทั้งหมดของ SCC จะเพิ่มจาก 24 ล้านตัน เป็น 30 ล้านตัน หรือ เพิ่มขึ้น 25% สำหรับธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์คาดจะทรงตัว
  บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุ แนวโน้มปี 60 ของ SCC จะทรงตัว แม้ว่ารายได้และกำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีจะดีขึ้น ทั้งจากปริมาณผลิตและขายที่สูงขึ้น และราคาดีขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ แต่ราคาวัตถุดิบ & ต้นทุนพลังงานทั้งถ่านหินและน้ำมันก็เพิ่มเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการปรับขึ้นของราคาถ่านหินจะไม่มาก เนื่องจากได้ทำสัญญาซื้อล่วงหน้าของส่วนที่จะใช้ในปี 60 เกินกว่า 50% ไปแล้วตั้งแต่ 1H59
  บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดกำไรของ SCC จะแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2560 จากการฟื้นตัวของอุปสงค์เคมีภัณฑ์ในตลาดโลก และอุปสงค์ปูนซีเมนต์ในประเทศ ซึ่งจะหนุนให้ยอดขายปี 2560 เพิ่มขึ้น 10.9% YoY เป็น 4.66 แสนล้านบาท นอกจากนี้ การประหยัดต่อขนาดหลังจากที่บริษัทสามารถเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตเกิน 70% ของโรงปูนที่กัมพูชา อินโดนีเซีย และเมียนมาร์ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ HVA ได้เกิน 38.0% จะช่วยหนุนให้ EBITDA margin ทรงตัวอยู่ในระดับสูงได้ที่ 19.5% และส่งผลให้กำไรปกติในปี 2560 เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งถึง 7.1% YoY เป็น 5.61 หมื่นล้านบาท

  คงต้องจับตาว่าหลังจาก SCC ทำกำไรปี 59 ได้ดีกว่าคาด การปรับประมาณการจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด แต่หากประเมินจากราคาเหมาะสมปีนี้ที่โบรกฯให้เฉลี่ยราว 560-640 บาท ก็ยังนับว่ามีอัพไซด์ 10-26% จากราคากระดาน ในขณะที่การจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยในปี 59 ประกาศจ่ายหุ้นละ 19 บาท คิดเป็นอัตราตอบแทนจากเงินปันผล 3.7% โดยจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว 8.50 คงเหลือจ่ายในงวด 1 ก.ค.-31 ธ.ค.59 จำนวน 10.50 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 4 เม.ย.นี้ และจ่ายเงิน 27 เมย.60 นอกจากนี้หากย้อนกลับไปดูความเคลื่อนไหวราคาหุ้น พบว่า SCC เคยทำ All Time High ไว้ที่ 554 บาท เมื่อปี 58 จึงมีลุ้นว่าเมื่องบปี 59 ออกมาเซอร์ไพร์สกำไรมากกว่าคาดถึง 40% และยังทำสถิติสูงสุดใหม่ ราคาหุ้นจะสามารถขึ้นแตะ High เดิมได้ตามผลการดำเนินงานที่ออกมาหรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด