หุ้นฮ็อต

| 25 มกราคม 2560 | 09:51

VGI วอลุ่มปูด 500% เก็งกำไรรายได้จากสื่อ BTS โต 3 เท่า ใน 3 ปี


            VGI วอลุ่มเพิ่มขึ้น 528% หนุนราคาหุ้นฟื้นตัวรอบ 4 เดือน โบรกฯชูรายได้จากโฆษณาบนพื้นที่รถไฟฟ้าบีทีเอสโตเด่น 3 เท่าตัว ในช่วง 3 ปี แตะ 6 พันล้านบาท รับอานิสงส์บีทีเอสระยะทางเพิ่ม 100 กิโลเมตร หวังซื้อธุรกิจ Rabbit จากบีทีเอส ช่วยหนุนกำไรยืนเหนือ 1 พันล้านบาท ในปี 61/62
           หุ้น บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นถึง 528% จากค่าเฉลี่ยในรอบ 5 วันที่ผ่านมา ตามฟังก์ชั่น F6 ของโปรแกรม eFin Smart Portal หนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 5.85 บาท สูงสุดในรอบ 3-4 เดือน 
           VGI ดำเนินธุรกิจหลักในการเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายสื่อโฆษณา โดยเน้นเครือข่ายสื่อโฆษณาที่สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตในยุคสมัยใหม่ (Lifestyle Media) ปัจจุบันเครือข่ายสื่อโฆษณาที่ให้บริการประกอบด้วย สื่อโฆษณาในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส สื่อโฆษณาในอาคารสำนักงาน และสื่อโฆษณาอื่นๆ เช่น การเป็นตัวแทนขายสื่อโฆษณา และการบริหารจัดการสื่อโฆษณาให้กับโครงการต่างๆ
             ก่อนหน้านี้ราคาหุ้น VGI ถูกกดดันจากทั้งปัจจัยเฉพาะตัว คือ การยกเลิกสัญญาดำเนินธุรกิจสื่อโฆษณาในห้างสรรพสินค้า และปัจจัยมหภาคคือการชะลอตัวของการบริโภคในประเทศ รวมถึงช่วงไว้อาลัยเมื่อปลายปี 59 อย่างไรก็ตาม ในปี 60 เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม และปัจจัยหนุนของ VGI ชัดเจนขึ้น
             บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า VGI จะเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการขยายเส้นทางให้บริการของรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) โดยความสามารถสร้างรายได้จะเพิ่ม 3 เท่าตัว ภายในปี 63 จากรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ระยะทาง 34.5 กม. และ 30.4 กม. ตามลำดับ ตั้งเป้าเดินรถปี 63 และเมื่อรวมกับการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (ตอนใต้-เหนือ) ช่วงปี 60-62 ด้วยแล้ว ระยะทางให้บริการของบีทีเอสจะเพิ่มขึ้น 283% จาก 36.3 กม. เป็น 139.1 กม. 
               ส่วนจำนวนตู้รถไฟ Monorail (สีชมพู) ให้บริการจะต้องใส่เพิ่มในระบบอีกราว 200 คัน จากฐานตู้รถไฟฟ้า Heavy rail จำนวน 392 คันในปี 63 ตรงนี้จะทำให้ พื้นที่ให้บริการสื่อบนรถไฟฟ้าของ VGI จะเพิ่มขึ้น 3-4 เท่าตัวโดยอัตโนมัติ และใช้เงินลงทุนส่วนเพิ่มเพียงเล็กน้อย 
             ทั้งนี้ ประเมินความสามารถในการสร้างรายได้ของสื่อบนรถไฟฟ้าจะเพิ่ม 3 เท่าตัว เป็น 6 พันล้านบาทต่อปี จาก 2.2 พันล้านบาทต่อปี ในปัจจุบัน อย่างไรก็ดีเรายังไม่รวมไว้ในประมาณการเนื่องจาก BTS ยังคงอยู่ระหว่างเจรจา คาดเสร็จสิ้นไตรมาส 1/60  
               ส่วนการดำเนินธุรกิจสื่อโฆษณาในห้างสรรพสินค้า และหันมาเริ่มต้นใหม่กับดาวเด่นผ่านการเข้าซื้อกิจการกลุ่มธุรกิจ Rabbit จากบีทีเอส โดยจะเสร็จสิ้นภายใน มี.ค. 60 ทำให้พอร์ตโฟลิโอสื่อของ VGI (รถไฟฟ้า สนามบิน ป้ายกลางแจ้ง คอนโดมิเนียม และออนไลน์) จะพร้อมสูงสุดบนฐานผู้ชมเพิ่ม 13 เท่าตัว เป็น 25 ล้านคนต่อวัน สอดรับกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในดือน พ.ย. 59 โดยเราเริ่มนำหน่วยธุรกิจที่ทำงานแล้ว 4 ใน 5 หน่วยของ Rabbit ใส่เข้าไปในประมาณการ อิงตามประมาณการของที่ปรึกษาการเงินอิสระ พบว่า กำไรปกติของ VGI จะเติบโตเฉลี่ย 24% ต่อปี ใน 5 ปีนี้ กลับมายืนเหนือ 1 พันล้านบาท อีกครั้งในปี 61/62
               อย่างไรก็ดี กำไรปกติปี 60/61 ถูกปรับลง 16% เป็น 881 ล้านบาท จากภาระดอกเบี้ยจ่าย และต้นทุนบริหารที่เพิ่มขึ้นของการซื้อกิจการ มาสเตอร์ แอด (MACO) แต่กำไรปกติปี 61/62 และ 62/63 ถูกปรับขึ้น 13% และ 42% ตามลำดับ จากประโยชน์ของธุรกิจ Rabbit 
               VGI ถือเป็นหุ้นที่มีจุดเด่นในด้านความสามารถในการทำกำไรมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นเกิน 60% และมีอัตรากำไรสุทธิกว่า 30% ขณะเดียวกันยังมี ROE และ ROA สูงถึง 40% และ 30% ตามลำดับ 
                ส่วนมุมมองของ VGI ต่อแนวโน้มธุรกิจในปี 60 นั้น ประเมินตลาดสื่อโฆษณานอกบ้านในปี 60 จะเติบโตราว 10-15% จากปี 59 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 11,242 ล้านบาท จากการที่ผู้ประกอบการทยอยทำตลาดไปยังหัวเมืองต่างจังหวัด ที่มีกำลังซื้อมากขึ้น โดยเป็นการเติบโตจากสื่อนอกบ้านราว 40% และสื่อบนรถไฟฟ้าราว 30%
                สำหรับแผนธุรกิจในปี 60 บริษัทจะเริ่มนำฐานข้อมูลลูกค้า (Big Data) จากบัตรแรบบิต มาเพิ่มประสิทธิภาพของโฆษณาให้ตรงกับกลุ่มลูกค้ามากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถหนุนรายได้โฆษณานอกบ้านโตต่อเนื่องในอนาคต จากการนำพื้นที่ซึ่งไม่นิยมใช้โฆษณาราว 15% ของพื้นที่โฆษณาทั้งหมดมาใช้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาลูกค้าราว 10 ราย 
                VGI มีโอกาสกลับมาเป็นหุ้นเติบโตอีกครั้งจากการขยายตัวของพื้นที่ให้เช่าโฆษณาใหม่ๆ และการขยายตัวของพื้นที่โฆษณาหลักอย่างบีทีเอส ขณะที่ราคาหุ้นก็เริ่มกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยวิ่งขึ้นมา 16% ในช่วง 2 เดือน แต่สิ่งที่ต้องระวังคือราคาหุ้นที่เทรดกันค่อนข้างสูง จากความคาดหวังต่อการเติบโต และอัตราปันผลที่ไม่ได้สูงมากนัก ราว 2% หากมีเรื่องไม่คาดคิดอย่างกรณีคล้ายกับการยกเลิกสัญญากับห้างสรรพสินค้า อาจทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงแรงได้อีกครั้ง
 

 
 
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด