หุ้นฮ็อต

| 24 มกราคม 2560 | 09:29

LPN คอนโดฯ ขายดี แต่ Backlog ต่ำยังกดดันรายได้ปีนี้

  LPN คึกคักรับเปิดตัว 2 คอนโดฯ ลูกค้าตอบรับดี โบรกฯ ชี้เป็นผลบวกระยะสั้น เหตุ Backlog ต่ำยังกดดันรายได้ปีนี้ ขณะที่ราคาหุ้นวิ่งเกินพื้นฐาน

  หุ้นบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN วานนี้ (23 ม.ค.) มีความเคลื่อนไหวคึกคัก โดยปิดการซื้อขายที่ 13.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ 4.65% และปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นถึง 662% จากเคยเทรดวันละ 8 ล้านหุ้น ขึ้นมาเป็น 54 ล้านหุ้น (ตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up)
  LPN ประกอบธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการขายและให้เช่าแบบครบวงจร ซึ่งดำเนินงานภายใต้การพัฒนาของบริษัทและบริษัทย่อย ทั้งในรูปแบบของอาคารชุดสำนักงานและอาคารชุดพักอาศัยในเขตศูนย์กลางทางธุรกิจของกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ทั้งยังได้พัฒนางานบริการหลังการขายในรูปแบบการบริหารชุมชนภายใต้กลยุทธ์ ?ชุมชนน่าอยู่? ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ล่าสุดมีผู้ถือหุ้นรายย่อยถึง 13,223 ราย
  ผลการดำเนินงานของ LPN มีกำไรสุทธิในระดับเกิน 2 พันล้านบาทมาตลอด 4 ปี ตั้งแต่ปี 55-58 ขณะที่ปี 59 งวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิเพียง 1.8 พันล้านบาท สอดคล้องกับราคาหุ้น ที่อยู่ในขาลงเกือบตลอดปี 59 โดยร่วงลงต่ำสุดแตะ 9.80 บาทในเดือน พ.ย. เป็นนิวโลว์ในรอบ 5 ปี จากความกังวล Backlog ที่จะโอนในปี 60 ต่ำมาก ขณะที่ยอดเปิดโครงการอ่อนแอ
  แรงซื้อหุ้น LPN กลับมาอีกครั้งในช่วงนี้ หลังจากบริษัทฯ เปิดตัว 2 โครงการคอนโดฯ ประเดิมปี 60 ซึ่งได้รับการตอบรับดี สามารถปิดการขายได้เกือบทั้งหมด
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาบริษัทเปิดขาย 2 โครงการคือ 1) ลุมพินี สวีท เพชรบุรี ราคาขายเฉลี่ย 1.4 แสนบาทต่อตรม. เปิดขายเพียง 35% ขายได้เกือบหมด และ 2) ลุมพินี เพลส บางนา ราคาขายเฉลี่ย 6.1 หมื่นบาทต่อตรม. เปิดขาย 85% ขายได้หมด (sold out)
  ทั้งนี้ในส่วนเพชรบุรี จะมีนำสัดส่วน 45% ไปให้เอเย่นไปขายต่างประเทศ และ 20% ที่เหลือจะเปิดขายต่อมาแต่คาดว่าจะมีการปรับราคาขายขึ้น ส่วนบางนาอีก 15% ที่เหลือจะเปิดขายต่อมา แต่คาดว่าจะมีการปรับราคาขายขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ในส่วนบางนา มีทั้งหมด 600 หน่วย มูลค่า 900 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ปีนี้เลย แต่เพชรบุรี เริ่มรับรู้รายได้ปี 61
 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ยังคงมีความเป็นห่วง Backlog ของ LPN ที่จะรับรู้ในปี 60 ที่ล่าสุดมีอยู่เพียง 1.7 พันล้านบาท ที่ยังคงกดดันรายได้และกำไรปีนี้ ซึ่งบางโบรกเกอร์คาดว่า LPN จะมีกำไรสุทธิปี 60 เพียง 1.85 พันล้านบาท ซึ่งอาจต่ำกว่าปี 59 ด้วยซ้ำ ในขณะที่ราคาเหมาะสมให้ไว้ที่ระดับ 9-15 บาท นับว่าแทบจะไม่มีอัพไซด์จากราคากระดาน
  บล.ทรีนีตี้ ระบุ ในปี 2559 LPN ได้เปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 5 โครงการ มูลค่ารวม 8.7 พันล้านบาท เท่ากับยอด ณ สิ้น 3Q59 เนื่องจากใน 4Q59 LPN ไม่ได้ทำการเปิดตัวโครงการใหม่ (จากที่เราคาดว่าใน 4Q59 จะมีการเปิดตัว 2 โครงการ มูลค่ารวม 1.6 พันล้านบาท) กดดันให้ยอด Presales ของเดือนธ.ค. 2559 อยู่ที่เพียง 373 ล้านบาท และยอด Presales ทั้งปี 2559 อยู่ที่ 8.5 พันล้านบาท พลาดเป้าหมายของบริษัทที่ 1.45 หมื่นล้านบาทไปอย่างมาก และเราคาดว่ายอดโอนโครงการใน 4Q59 อาจยังไม่แกร่งและรายได้ปี 2559 มีโอกาสพลาดเป้าเราที่ 1.4 หมื่นล้านบาท
  LPN มียอด Backlog ที่จะรอโอนสำหรับปี 2560 ที่ 1.7 พันล้านบาท (จาก 1.38 พันล้านบาท ณ สิ้น 3Q59 ที่แสดงให้เห็นว่ายอดขายของ LPN น่าเป็นห่วงอย่างมาก) เรายังคงประมาณการรายได้ปี 2560 ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 1.85 พันล้านบาทเนื่องจากในปี 2560 รายได้จะมาจากการขายโครงการใน Inventory เป็นหลัก ซึ่งอาจจะต้องใช้ Pricing เข้ามาเป็นตัวช่วยในการขาย และจะเป็นการกดดันการทำกำไรของ LPN อย่างมาก
  ในขณะที่การเปิดตัวโครงการใหม่บริเวณในเมือง จะมีต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้นและกดดัน GP กลยุทธ์ใหม่ของ LPN จะเน้นเปิดตัวโครงการ Low rise (คอนโด 8 ชั้น) ในช่วงต้นปี 2560 ราว 4-5 โครงการ เพื่อให้สามารถสร้างเสร็จและรับรู้รายได้ภายในปี 2560 โดยที่มีโครงการ Lumpini Place Bangna นำร่องมาแล้ว
  เรายังคงคำแนะนำ "ถือ" ที่ราคาเป้าหมายเดิมที่ 11 บาท โดยการอิงค่า P/E ที่ 9X ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยใหม่ ย้อนหลัง 5 ปี (-0.5SD) เนื่องจากมีความเสี่ยงจากระดับ Backlog และ Take up rate ต่ำ โดยอิง EPS 2560F ที่ 1.23 บาท/หุ้น เรายังคงแนะนำถือ เนื่องจาก LPN ให้ปันผลที่สูงถึง 6% แต่ก็ยังคงต้องจับตารอดูโครงการใหม่ที่จะมาสนับสนุนยอดรายได้ปี 2560 ให้แกร่งกว่านี้ และการปรับปรุงรูปลักษณ์ของบริษัทให้ดูทันสมัยเพื่อกระตุ้นยอดขายให้ดีขึ้น
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุ ทีมกลยุทธ์เห็นว่าระยะสั้นราคาหุ้น LPN อาจตอบรับในทางบวก เพราะข่าวดีการเปิดขาย 2 คอนโดฯใหม่ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้า รับข่าวเก็งกำไรเรื่องคาดการณ์การฟื้นตัวเกี่ยวกับยอดขาย เมื่อเปิดขายโครงการใหม่มากขึ้นซึ่งมีบางส่วนเลื่อนเปิดมาจากปลายปี 59
  คาดว่ากำไรหลักในปี 60 จะปรับลดลงถึง 37% y-o-y ทั้งนี้เป็นเพราะคาดว่ารายได้จากการโอนจะปรับลง 19% y-o-y เป็น 11.3 พันล้านบาท ทั้งนี้ยอดขายรอโอน (Backlog) เป็นสัดส่วนการรับประกันรายได้ที่เพียง 12% เทียบกับประมาณการ ถือว่าต่ำ บริษัทจึงต้องใช้ความพยายามอีกมากที่จะขายเพิ่มเพื่อให้รับรู้รายได้ทันในปี 60 นี้ ฝ่ายวิจัยฯจึงคงคำแนะนำ Fully Valued ด้วยราคาพื้นฐานเป็น 9.00 บาท ซึ่งประเมินด้วย P/E ปี 60 เป็น 9 เท่า
  มีเพียง บล.เคจีไอ ที่ให้ราคาเป้าหมาย LPN สูงถึง 15 บาท อิงจาก PER เฉลี่ย +0.25SD ที่ 12.2x โดยระบุว่า "ลืมอดีตไปและเริ่มใหม่กับวันพรุ่งนี้"
  Key messages ของ เคจีไอ ถึงแม้เราจะคาดว่ารายได้จากการโอนจะยังคงอ่อนแอในปี 2560 แต่การเปิดตัวโครงการใหม่จำนวนมาก และกลยุทธ์การระบายสต็อกเก่าน่าจะช่วยหนุนให้ยอดโอนฟื้นตัวขึ้นได้ ทั้งนี้ สภาวะตลาดในปัจจุบันค่อนข้างท้าทายสำหรับบริษัท แต่เราคิดว่าอุปสงค์ที่อั้นมาจากช่วงก่อนหน้าน่าจะช่วยกระตุ้นยอด presales และคลายกังวลเรื่อง backlog ที่ต่ำไปได้
  เราคาดว่ายอด presales ที่แข็งแกร่งจะช่วยเติม backlog ในปีต่อๆ ไป และกลายเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นได้ เราปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น LPN จากถือเป็นซื้อ เพราะเชื่อว่าอุปสงค์ที่อั้นมาจากช่วงก่อนหน้าจะส่งผลดีต่อแผนการเปิดโครงการใหม่เชิงรุกของ LPN ใน 1H60 เราให้ราคาเป้าหมายที่ 15 บาท อิงจาก PER เฉลี่ย +0.25SD ที่ 12.2x จากเดิมที่ 8.9x หลัง presales และอุปสงค์จากโครงการใหม่แข็งแกร่งกว่าคาดมาก
  
  นับว่าปี 60 นี้ยังเป็นปีที่ต้องพิสูจน์ฝีมือผู้บริหาร LPN ว่าจะฝ่าวิกฤต Backlog ต่ำไปได้อย่างไร ความพยายามล้างสต็อคเก่าจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ในขณะที่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นมารับความคาดหวังไปแล้ว

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด