หุ้นฮ็อต

| 23 มกราคม 2560 | 09:35

จับตา BCP เริ่มคึกคัก เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง หลังพ้นเงา ปตท.

  BCP เดินหน้าลงทุนเพิ่มต่อเนื่อง หลังจากแยกตัวออกจากกลุ่ม ปตท. ล่าสุดเตรียมใช้เงิน 4 พันลบ. พัฒนาเหมืองลิเทียม ในอาร์เจนตินา ขณะที่ราคาหุ้นค่อยๆ ฟื้นตัวต่อเนื่อง พบ ‘กรรมการผู้จัดการใหญ่’ ซุ่มเก็บหุ้น 4.44 ล้านบาท

  หุ้น บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เริ่มกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยขึ้นมาทำจุดสูงสุดรอบ 5 เดือน ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าลงทุนเพิ่มต่อเนื่อง หลังปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งสำคัญ เมื่อ 2 ปีก่อน โดยผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมอย่าง ปตท. (PTT) ได้ตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดให้กับสำนักงานประกันสังคม และกองทุนรวมวายุภักษ์ ที่ราคา 36 บาท ตั้งแต่ปี 58
  BCP ประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันขนาด จำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูปทั้งค้าปลีก ค้าส่ง รวมถึงการลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โรงไฟฟ้าในรูปแบบต่างๆ และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง
 ราคาหุ้น BCP เริ่มกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจากซึมยาวมาเกือบ 2 ปี ล่าสุดขึ้นไปแตะ 35.75 บาท ทำจุดสูงสุดในรอบ 5 เดือน พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น 250% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันก่อนหน้า ปัจจัยหนุนในระยะสั้นอาจเป็นเรื่องของการแจ้งเข้าลงทุนเพิ่มในธุรกิจเหมืองลิเทียมที่ประเทศอาร์เจนตินา และแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/59 ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวดี
  บล.ทรีนี้ตี้ ระบุว่า เรามีมุมมองเป็นกลางต่อประเด็นการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนดังกล่าว โดยปัจจุบัน BCP ถือหุ้นใน LAC ราว 6.7% และถ้าหากมีการเพิ่มการลงทุนในการซื้อหุ้นเพิ่มทุน อีก 50 ล้านหุ้น สัดส่วนการถือครองจะขยับขึ้นเป็น 16.4% อย่างไรก็ตาม LAC เป็นผู้ผลิตเหมืองลิเทียมกำลังการผลิต ราว 5 หมื่นตันต่อปี ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ดังนั้นผลประกอบการล่าสุดยังคงเผชิญกับภาวะขาดทุน ราว 22.8 ล้านเหรียญ ซึ่งคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยต่องบการเงินรวมของ BCP
  ในส่วนของเม็ดเงินการลงทุน ประเมินว่า BCP จะต้องใช้เงินลงทุนทั้งหมด ราว 112.5 ล้านเหรียญ หรือ ราว 4 พันล้านบาท แบ่งเป็นการซื้อหุ้นเพิ่มทุน 32.5 ล้านเหรียญ ให้เงินกู้ยืมแก่ LAC 80 ล้านเหรียญ โดยเม็ดเงินลงทุนนั้นคาดว่าจะไม่ส่งผลต่อสภาพคล่องของบริษัท ซึ่งมีเงินสดในมือ ราว 8 พันล้านบาท ประกอบกับ สัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ในระดับเพียง 0.74 เท่า
  ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 4/59 คาดมีกำไรสุทธิ 1,957 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% จากไตรมาสก่อน จากแรงหนุนของค่าการกลั่นฟื้นตัว 1-3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และกำไรจากสต๊อกน้ำมันดิบ ราว 1,047 ล้านบาท รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 223 ล้านบาท
  BCP ถือเป็นบริษัทหนึ่งที่มีฐานะการเงินค่อนข้างแข็งแกร่ง ล่าสุดมีอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) 2.8 เท่า ที่ผ่านจึงเห็นบริษัทเดินหน้าลงทุนในโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ซื้อหุ้นเพิ่มใน Nido สำหรับการเจาะหลุมน้ำมันดิบในฟิลิปปินส์ มูลค่า 25.94 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย รวมถือหุ้น 96.98% หรือการเพิ่มทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ในธุรกิจไบโอเอทานอล รวมไปถึงการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าผ่าน BCPG จนสามารถนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อย
  บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า BCP เป็นอีกหนึ่งโรงกลั่นที่มีความน่าสนใจในด้านการพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตที่จะเกิดขึ้นได้อีกมาก ปัจจุบัน BCP ต้องทำการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นครั้งใหญ่ตามแผนในทุกๆ 18 – 24 เดือน ทำให้ผลประกอบการที่ผ่านมามีความผันผวน (กำไรดีปีเว้นปีสลับกัน) แต่ล่าสุดบริษัทได้ศึกษาและพัฒนาโครงการ 3E เพื่อปรับปรุงเพื่อขยายช่วงของการหยุดซ่อมบำรุงเป็นทุกๆ 36 – 48 เดือน (ใกล้เคียงกับโรงกลั่นอื่น) และการขยายกำลังการผลิตโรงกลั่น ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 120,000 บาร์เรลต่อวัน เป็น 130,000 บาร์เรลต่อวัน แม้ผลลัพธ์ดังกล่าวจะต้องใช้เวลาอีกกว่า 4 ปีในการศึกษาและก่อสร้าง แต่เรามองว่าเป็นสัญญาณที่ดีว่าบริษัทยังมีช่องว่างในการที่จะสามารถพัฒนาและเติบโตอีกได้ในอนาคต
  ขณะเดียวกัน BCP มีเป้าหมายที่จะขยายสัดส่วน EBITDA ในธุรกิจ non – oil จาก 10% เป็น 30% ภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ได้ร่วมตกลงกับ SPAR ผู้ดำเนินธุรกิจร้านซุปเปอร์มาเก็ตของเนเธอร์แลนด์ในการนำแบรนด์ SPAR ดังกล่าวมาขยายธุรกิจค้าปลีกในไทย โดยช่วงเริ่มต้นจะเริ่มจากการเปิดสาขาในสถานีบริการน้ำมัน ตั้งเป้า 300 สาขา ภายในปี 63
  ส่วนธุรกิจไฟฟ้าผ่าน BCPG อยู่ระหว่างการทยอยขยายกำลังการผลิตโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นอีกกว่า 174 เมกะวัตต์ ในช่วง 1 – 2 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่ 138 เมกะวัตต์
  ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงอย่าง ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท ส่งสัญญาณถึงความมั่นใจต่ออนาคตของ BCP ซึ่งลงมือบริหารเอง โดยทยอยซื้อหุ้นมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 59 ถึงปัจจุบัน ซื้อหุ้นรวม 1.4 แสนหุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 31.73 บาท รวมมูลค่ากว่า 4.44 ล้านบาท

  BCP เป็นหนึ่งในหุ้นที่เคยเติบโตสูง ราคาหุ้นวิ่งจากราว 6 บาท ไปแตะระดับ 40 บาท จากนั้นหุ้นเหมือนเข้าสู่จุดอิ่มตัว ตามทิศทางกำไรที่ชะลอลงต่อเนื่อง แต่ด้วยการลงทุนที่ออกมาอย่างต่อเนื่องของบริษัทในระยะหลังนี้ เป็นที่น่าจับตามองว่าจะช่วยให้บริษัทกลับมาเติบโตได้อีกครั้งหรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด