หุ้นฮ็อต

| 19 มกราคม 2560 | 09:44

TMB นิวไฮรอบ 6 เดือน หลังกำไรดีกว่าคาด แต่ระวังอัพไซด์จำกัด


      TMB ส่งสัญญาณฟื้นตัว วิ่งขึ้น 15% ทำจุดสูงสุดรอบ 6 เดือน หลังรายงานกำไรปี 59 ลดลง 12% แต่ดีกว่าที่นักวิเคราะห์โดยรวมคาดไว้ ขณะที่ปริมาณซื้อขายปีนี้คึกคัก เฉลี่ย 250 ล้านหุ้นต่อวัน แต่ระวังอัพไซด์จากเป้าโบรกฯ เริ่มจำกัด

  ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB ส่งสัญญาณการฟื้นตัวอีกครั้ง หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาเกือบ 15% ในรอบเดือนที่ผ่านมา ขึ้นไปแตะ 2.32 บาท ทำจุดสูงสุดในรอบ 6 เดือน โดยราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาจากจุดต่ำสุดที่ 1.83 บาท หลังจากตลาดเกิดแพนิคเมื่อเดือน ต.ค. 59
   TMB ดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบแก่ลูกค้า 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดย่อม และลูกค้ารายย่อย โดยมีกลุ่ม ไอเอ็นจี สถาบันการเงินของประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ร่วมกับกระทรวงการคลัง
  ล่าสุด TMB รายงานผลการดำเนินการสำหรับปี 59 ออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยมีรายได้รวม 35,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 8,244 ล้านบาท ลดลง 11.8% จากปีก่อน ขณะที่ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (NIM) เพิ่มขึ้น 0.15% จาก 3.02% เป็น 3.17% อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองหนี้สูญ หนี้สงสัยจะสูญ และขาดทุนจากการด้อยค่า เพิ่มขึ้นเป็น 8,649 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่เพียง 5,479 ล้านบาท จึงส่งผลให้อัตราส่วนสำรองฯ ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพยังคงอยู่นระดับสูงที่ 143%
   แม้กำไรสุทธิของ TMB ในปี 59 จะอ่อนตัวลงเกือบ 12 % แต่ถือเป็นระดับที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์โดยภาพรวม ซึ่ง บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า TMB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/59 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดถึง 16%
   บล.เอเซียพลัส ระบุว่า กำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/59 สูงกว่าคาดมากถึง 21% เติบโต 16% จากไตรมาส 3/59 แต่ยังลดลง 18.2% จากปีก่อน จากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ ที่ต่ำเกินคาดมาก เนื่องจากได้ดำเนินการไปมากในช่วงไตรมาสก่อน อีกทั้ง NPL ยังค่อนข้างทรงตัวที่ราว 2.53% ของสินเชื่อรวม ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่กำหนดไว้
  ส่วนเป้าหมายธุรกิจปี 60 เป็นไปในเชิงรุกมากขึ้นจากการประชุมล่าสุด โดยประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศสูงขึ้นจากปี 59 ภายใต้คาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 60 เท่ากับ 3.2-3.5% จาก 3.3% ในปี 59 หนุนด้วยแนวโน้มการลงทุนใหญ่ของประเทศที่ทยอยเกิดขึ้น โดยเป้าหมายสินเชื่อสุทธิกำหนดไว้เติบโต 8-10% ยังให้ความสำคัญกับกลุ่มสินเชื่อ SME และรายย่อย ภายหลังการพัฒนาระบบการคัดกรองสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพขึ้น
 สำหรับ NIM ประเมินในทิศทางบวกขึ้นเล็กน้อย จากแรงกดดันด้านการระดมเงินฝากที่ลดลง สอดคล้องกับกลยุทธ์เน้นให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ด้านกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ประเมิน NPL กรณีแย่สุดคือใกล้เคียงกับสิ้นปี 59 ราว 2.5% โดยยังคงนโยบาย credit cost ระมัดระวังไม่ต่ำกว่าปี 59 ที่ราว 1.4-1.5% 
   ทั้งนี้ ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 60-61 ขึ้น 12.6% และ 19.1% จากเดิม สะท้อนการปรับเพิ่มสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อสุทธิ และ NIM ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิปี 60-61 กลับมาเติบโตถึง 8.5% และ 12% ตามลำดับ โดยเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ ให้ราคาพื้นฐานภายหลังปรับปรุงเพิ่มขึ้นเป็น 2.4 บาท จากเดิม 2.15 บาท อิง PBV 1.18 เท่า ภายใต้คาดการณ์ ROE ระยะยาวที่ 11%
   ด้าน บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า กำไรของ TMB ในไตรมาส 4/59 ดีกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้าถึง 24% โดยมีประเด็นสำคัญ คือ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิดีขึ้นเล็กน้อย แม้สินเชื่อจะเติบโตไม่มาก แต่ NIM ปรับตัวดีขึ้น 0.09% มาอยู่ที่ 3.33% เนื่องจากต้นทุนทางการเงินยังลดลงจากการบริหารต้นทุนเงินฝาก
 ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตได้สูงถึง 9% จากไตรมาสก่อน มากกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้า โดยได้รับผลบวกจากผลิตภัณฑ์ประกันที่ขายได้ดีในช่วงปลายปี ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล โดย Cost-to-income ratio อยู่ที่ 48.4% จากไตรมาสก่อนที่ 46% ด้านค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญคิดเป็น Credit Cost ที่ 1.51% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 1.72% ซึ่งสะท้อนคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น แม้ว่าสัดส่วน NPL จะยังไม่ลดลง แต่เริ่มเห็นสัญญาณการลดลงของ NPL
   อย่างไรก็ตาม เราคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 2.4 บาท อิง PBV 1.2 เท่า หากเทียบราคาหุ้นปัจจุบันระดับอัพไซด์ยังไม่น่าสนใจ จึงแนะนำเพียง "ซื้อเมื่ออ่อนตัว"  
  แม้กำไรของ TMB จะออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์โดยรวมคาดไว้ แต่จะเห็นอัพไซด์จากประมาณการยังค่อนข้างจำกัดอยู่ที่ระดับไม่เกิน 5% โดยนักวิเคราะห์ (จากข้อมูลใน Settrade) ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยไว้ที่ราว 2.4 บาท ทำให้อัพไซด์จากราคาปัจจุบันมีไม่ถึง 5%
   แต่ในเชิงของการซื้อขายตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบว่าคึกคักมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ราว 250 ล้านหุ้นต่อวัน เทียบกับปีก่อนซึ่งอยู่ที่ราว 150 ล้านหุ้นต่อวัน และจากการซื้อขายล่าสุด (18 ม.ค.) พบว่าหุ้น TMB มีการซื้อขาย Big lot เข้ามา 123.11 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 2.29 บาท

 TMB อยู่ในทิศทางขาลงมาต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 58 จากระดับราคา 3.2 บาท ลดลงมาเกือบ 40% เป็นไปตามฐานกำไรที่หดตัวมาต่อเนื่อง 2 ปีติดต่อกัน แต่จากมุมของนักวิเคราะห์ในปีนี้ คาดว่าจะเห็นกำไรของ TMB กลับมาเติบโตอีกครั้ง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาพรวม อย่างไรก็ตามด้วยอัพไซด์ที่จำกัด และจำนวนหุ้นที่กระจายอยู่ในตลาดมาก อาจจะไม่ง่ายนักที่ราคาหุ้นจะฝ่าขึ้นไปอย่างรวดเร็ว หากผลประกอบการไม่ได้เติบโตมาสนับสนุนอย่างแท้จริง
 
 

 
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด