หุ้นฮ็อต

| 16 มกราคม 2560 | 09:42

จับตา HOTPOT กลุ่ม ‘เตชะอุบล’ เก็บหุ้นเพิ่มรวมถือ 24.5% จ่อแตะระดับเทนเดอร์

         HOTPOT ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ ล่าสุด ‘สกุณา บ่ายเจริญ’ โยน Big lot ให้ ‘อภิชัย เตชะอุบล’ อีก 5.05% รวมทั้งกลุ่มถือ 24.5% ใกล้แตะระดับที่ต้องทำ Tender offer ขณะที่ผลประกอบการส่อแววขาดทุน 3 ปีติด

      บริษัท ฮอท พอท จำกัด (มหาชน) หรือ HOTPOT มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่อีกครั้ง ล่าสุด ‘สกุณา บ่ายเจริญ’ กรรมการ และอดีตผู้ถือหุ้นใหญ่ อันดับ 2 ขายหุ้น Big lot อีกครั้ง จำนวน 20.5 ล้านหุ้น หรือ 5.05% ของหุ้นทั้งหมด ให้กับ ‘อภิชัย เตชะอุบล’ ซึ่งเข้ามาถือหุ้นเมื่อปลายปี 59 เมื่อรวมกับ Big lot ในครั้งนี้ ทำให้ถือหุ้นรวม 22.26% และเมื่อรวมกับสัดส่วนของ ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม (TFD) จะถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 24.5%

   HOTPOT ประกอบธุรกิจร้านอาหาร โดยร้านอาหารส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติประเภทสุกี้ ชาบู ภายใต้แบรนด์ ฮอท พอท และร้านอาหารบุฟเฟ่ต์แนวปิ้งย่างและชาบูสไตล์ญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ ไดโดมอน นอกจากนั้น ยังมีร้านอาหาร Casual Dining เสิร์ฟสเต๊ก และอาหารฟิวชั่น แบบ A La Carte ภายใต้แบรนด์ ซิกเนเจอร์ มีจำนวนสาขารวม 140 สาขา ณ สิ้นเดือน ก.ย. 59

  การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของ HOTPOT ในครั้งนี้ เป็นที่น่าจับตามองว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ "อภิชัย" ไม่เคยระบุว่า ต้องการจะเข้าถือลงทุนในสัดส่วนเท่าใด ขณะที่ TFD เคยประกาศออกมาแล้วว่าเป็นเพียงการลงทุนระยะสั้น เพื่อหวังผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น (Capital gain)

  ทั้งนี้ หากกลุ่มของ อภิชัย เตชะอุบล ซื้อหุ้นเพิ่มเข้ามาอีก 0.5% จะเป็นระดับที่จะต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด (Tender offer) จากผู้ถือหุ้นเดิมของ HOTPOT เพราะสัดส่วนการถือหุ้นรวมจะแตะระดับ 25% ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

  ขณะที่โครงสร้างผู้ถือหุ้นโดยรวมของ HOTPOT ณ วันปิดสมุดทะเบียนล่าสุด 11 ม.ค. 60 พบว่าเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากจากเมื่อเดือน มี.ค. 59 โดยการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยลดลงไปเหลือ 22.81% จากเดิม 27.88% ขณะเดียวกันยังพบรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหม่เข้ามา อาทิ จารุณี ชินวงศ์วรกุล สัดส่วน 0.88% ศิริวรรณ ยกศักดา สัดส่วน 0.65% ชนะชัย ลีนะบรรจง สัดส่วน 0.63% และ HSBC Bank plc-PBGB Omnibus Account สัดส่วน 0.49%

  HOTPOT ชี้แจงว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด แต่อาจจะส่งผลทำให้มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการและผู้บริหารบางส่วน ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทก่อน หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม บริษัทจะแจ้งให้ทราบทั่วไป ทั้งนี้ การเข้าถือครองหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหม่ดังกล่าว ไม่เข้าข่ายที่จะต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์แต่อย่างใด

 ส่วนแนวโน้มธุรกิจของHOTPOT ที่ผ่านมา พบว่า บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะขาดทุนเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

  ผลประกอบการ ณ 9 เดือน ปี 59 มีรายได้รวม 1,559.72 ล้านบาท ลดลง 5.46% และขาดทุนสุทธิ 69.81 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 60.74 ล้านบาท และในปี 56-58 รายได้รวมลดลงจาก 2,353.68 ล้านบาท มาเหลือ 2,165.71 ล้านบาท ขณะที่มีผลกำไรสุทธิ 42.78 ล้านบาท พลิกมาเป็นขาดทุนสุทธิ 94.99 ล้านบาท

  แต่ในมุมของ EBITDA ยังคงเป็นบวก แม้แนวโน้มจะลดลงต่อเนื่อง โดยปี 56 – 58 ทำได้ 223.54 ล้านบาท 118.04 ล้านบาท และ 89.78 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วน 9 เดือน ปี 59 ทำได้ 44.37 ล้านบาท

  จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ราคาหุ้นของ HOTPOT ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง จากราคาเปิดซื้อขายวันแรกที่ 3.9 บาท เมื่อปี 55 ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 5.75 บาท ก่อนจะลดลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 1.88 บาท ต่ำกว่าราคา IPO ที่ 2.8 บาท หลังจากนั้นราคาหุ้นวิ่งขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงปลายปี 59 จากกระแสข่าวการเข้ามาของกลุ่มเตชะอุบล ดันราคาไปทำจุดสูงสุดที่ 3.42 บาท ก่อนจะร่วงลงมาซื้อขายในระดับ 2.6 – 2.8 บาท

    ที่ผ่านมา HOTPOT ทำผลงานได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง จากผลของการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจร้านอาหาร แม้กระแสเงินสดจะยังเป็นบวกเมื่อดูจากตัวเลข EBITDA ในแต่ละปี แต่แนวโน้มก็ลดลงต่อเนื่อง ส่วนภาพต่อจากนี้ การเข้ามาของกลุ่มเตชะอุบล ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ส่วนจะกระโดดเข้าร่วมวงเก็งกำไรหรือไม่ คงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจรายบุคคล
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด